"ถ้าเธอคิดจะใช้เศษแป้งพวกนี้มาประชดฉันล่ะก็... เก็บกลับไปซะ บ้านตระกูลลู่ไม่เคยมีกฎให้คนขี้เกียจมานั่งผลาญเสบียงเล่น"
เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันในลำคอ ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัวจนหลินซูอานสะดุ้งเล็กน้อย นางชะงักมือที่กำลังนวดแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดในอ่างไม้ การเคลื่อนไหวหยุดลงเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์
ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มที่ซีดจางผ่านการใช้งานอย่างหนัก ยืนตระหง่านบังแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างจนหมดสิ้น ไหล่กว้างหนาทึบและร่องรอยบาดแผลจางๆ บนสันจอกแก้มคมคาย บ่งบอกชัดเจนถึงตัวตนของเจ้าของบ้านที่หายหน้าหายตาไปนานนับปี... ลู่จ้านกั๋ว สามีทหารปลดประจำการที่ใครๆ ต่างกลัวเกรง
หลินซูอานไม่ได้หวาดกลัวอย่างที่เจ้าของร่างเดิมเคยเป็น นางเพียงแค่ปัดแป้งติดมือเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยความหวาดหวั่น มีเพียงความสงบนิ่งและประกายความท้าทายเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น
"ผลาญเสบียงหรือคะ?" หลินซูอานทวนคำ น้ำเสียงหวานใสแต่เจือความราบเรียบจนอีกฝ่ายชะงัก "คุณสามีกลับมาถึงบ้านยังไม่ทันได้วางสัมภาระ ก็รีบตัดสินว่าภรรยาคนนี้กำลังผลาญข้าวของ ทั้งที่แป้งพวกนี้... ฉันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและความสามารถของตัวเอง ไม่ได้ไปขโมยใครกินสักหน่อย"
ลู่จ้านกั๋วมองภรรยาที่ปกติมักจะก้มหน้าก้มตาหลบสายตา ร้องไห้ฟูมฟาย หรือไม่ก็หาเรื่องอาละวาดเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทว่าเวลานี้ หญิงสาวตรงหน้ากลับยืนหลังตรง แววตาสดใสเด็ดเดี่ยว แถมริมฝีปากยังระบายยิ้มบางเบาที่อ่านไม่ออก
ดวงตาคมกริบกวาดตามองรอบห้องครัวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของนายทหาร กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศที่เขาไม่คุ้นเคยลอยอบอวลอยู่ในอากาศ แตกต่างจากกลิ่นอับชื้นและคราบเขม่าควันไฟแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง บนโต๊ะไม้มีถ้วยกระเบื้องเคลือบแตกบิ่นที่บรรจุน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นจนน้ำใสแจ๋วและส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ชนิดที่คนยากจนในยุคนี้ไม่มีทางได้ลิ้มลองเด็ดขาด
สายตาของเขาหันกลับมาหยุดที่ร่างเพรียวบางของภรรยาอีกครั้ง คิ้วหนาย่นเข้าหากันด้วยความสงสัยระคนระแวง
"เธอไปเอาเนื้อหมูและเครื่องเทศพวกนี้มาจากไหน?" น้ำเสียงของเขากดต่ำลง คล้ายจะคาดคั้นแต่ก็แฝงความระวังตัว "อย่าบอกนะว่าไปก่อหนี้สินอะไรใหม่อีก หรือไป..."
"หรือไปปล้นใครมาเหรอคะ?" หลินซูอานสวนขึ้นทันควัน รอยยิ้มบนมุมปากลึกขึ้นเล็กน้อย นางเดินเข้าไปใกล้เขาทีละก้าว กลิ่นหอมสะอาดคล้ายสบู่ราคาแพงลอยแตะจมูกของลู่จ้านกั๋ว จนทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชคโชนถึงกับเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คุณเป็นสามีฉัน หรือเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินกันแน่คะ กลับเข้าบ้านมาแทนที่จะถามไถ่ว่าฉันกับลูกสบายดีไหม กลับมาถึงก็กล่าวหาทันที ช่างสมกับเป็นทหารผู้เคร่งครัดเสียจริง"
"ซูอาน..." ลู่จ้านกั๋วกดเสียงต่ำ ชื่อของนางถูกเอ่ยออกมาอย่างไม่แน่ใจนัก ความเปลี่ยนแปลงของภรรยาคนนี้รวดเร็วเกินไป จนเขารู้สึกเหมือนกำลังรับมือกับสายลับฝ่ายตรงข้ามมากกว่าภรรยาในนาม
ก่อนที่บรรยากาศระหว่างทั้งสองจะตึงเครียดไปมากกว่านี้ เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งตึงตังเข้ามาขัดจังหวะ
"ท่านพ่อ! ท่านพ่อกลับมาแล้ว!"
เสี่ยวเป่า ลูกชายวัยห้าขวบพุ่งเข้ามาสวมกอดขาของลู่จ้านกั๋วแน่น ใบจิ้มลิ้มแหงนมองบิดาด้วยความดีใจ แต่ในมือข้างหนึ่งยังถือซาลาเปาไส้แน่นแป้งนุ่มฟูที่เพิ่งกัดกินไปครึ่งคำ
ลู่จ้านกั๋วก้มมองลูกชาย ร่างกายที่เกร็งเครียดค่อยๆ ผ่อนคลายลง มือใหญ่หยาบกร้านยกขึ้นลูบศีรษะเด็กน้อยแผ่วเบา แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นซาลาเปาในมือลูกอีกครั้ง แป้งขาวเนียนละเอียดและไส้เนื้อหมูเน้นๆ แบบนี้... ต่อให้เป็นบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน ก็ยังไม่มีปัญญาทำกินในวันธรรมดาด้วยซ้ำ
"ลูกได้ซาลาเปานี้มาจากไหน?" ลู่จ้านกั๋วถามเสียงเข้ม
"ท่านแม่ทำให้อร่อยที่สุดในโลกเลยครับ!" เสี่ยวเป่าตอบด้วยความภูมิใจ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ "ท่านแม่เก่งที่สุด ไม่ดุเหมือนแต่ก่อนแล้วด้วย!"
ลู่จ้านกั๋วเงยหน้าขึ้นสบตากับหลินซูอานอีกครั้ง ความเคลือบแคลงสงสัยในแววตาไม่ได้ลดน้อยลงเลย แม้ว่าลูกชายจะยืนยันความบริสุทธิ์ใจของนางก็ตามที หญิงสาวผู้ซึ่งเคยทำอาหารอะไรก็ไหม้เกรียมจนกินไม่ได้ กลับกลายมาเป็นเชฟฝีมือเยี่ยมภายในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร? และที่สำคัญที่สุด... เสบียงกรังเหล่านี้มาจากไหนในยามที่ข้าวยากหมากแพงเช่นนี้?
"ดูท่าทางคุณคงเหนื่อยกับการเดินทางมามากสินะคะ" หลินซูอานถอนหายใจเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนลงราวกับภรรยาผู้เอาใจใส่ "ไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะค่ะ น้ำอุ่นเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องซาลาเปากับที่มาที่ไป... ไว้กินมื้อเย็นเสร็จ ฉันจะค่อยๆ 'อธิบาย' ให้คุณฟังทีละเรื่อง จนกว่าคุณจะพอใจเลยดีไหมคะ?"
คำพูดราบเรียบแต่แฝงความนัยนั้น ทำให้ลู่จ้านกั๋วนิ่งเงียบไป เขาจ้องมองใบหน้าเนียนใสไร้เครื่องสำอางของนางครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างจำยอม
ชายหนุ่มหมุนตัวเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำหลังบ้าน ทว่าในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ภรรยาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว... และความลับที่นางซ่อนไว้นั้น อาจจะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากนัก
ทว่า ในขณะที่ลู่จ้านกั๋วกำลังก้าวเท้าพ้นขอบประตูครัว เสียงเคาะประตูกระท่อมไม้ด้านหน้าก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโวยวายที่คุ้นเคยของป้าสะใภ้ใหญ่ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือด
"หลินซูอาน! นังตัวดี! ฉันรู้ว่าแกแอบซ่อนของดีไว้ในบ้าน เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ถ้าแกไม่เอาเนื้อหมูกับแป้งพวกนั้นออกมาแบ่งบ้านใหญ่ วันนี้ฉันจะแฉความชั่วของแกให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าแกแอบไปทำตัวสำส่อนที่ไหนมา!"
ลู่จ้านกั๋วที่เพิ่งก้าวออกไป ชะงักกึกทันที ใบคมคายบึ้งตึงลงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีที่ได้ยินคำกล่าวหาหยาบคายนั้น เขากำมือแน่นจนข้อต่อลั่นกรอบ
ส่วนหลินซูอานที่ยืนอยู่หน้าเตาไฟ กลับไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางไม้คลึงแป้งลงบนโต๊ะ ชายหางตากวาดมองไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ก่อนจะหันมาสบตากับสามีที่เพิ่งหันขวับกลับมามองนางพอดี
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญ จะมาช่วยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของฉันให้คุณเห็นเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะ คุณสามี" หลินฮวายุคปฏิรูปกระซิบเสียงแผ่วเบา
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 4
สามีผู้เงียบขรึมกลับบ้าน
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!