เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของป้าสะใภ้ใหญ่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่นางหลินซูอานหาได้ใส่ใจไม่ ปลายนิ้วเรียวสวยที่คราบแป้งจางหายไปนานแล้วกำลังบรรจงคีบชิ้นโสมป่าอายุหลายสิบปีลงในหม้อดินเผาเคลือบสีดำสนิท โสมชิ้นนี้ไม่ได้หามาได้ง่ายๆ มันแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและการตบหน้าพวกคนตระกูลหลี่ที่จ้องจะเอาเปรียบเมื่อไม่กี่วันก่อน
กลิ่นหอมสมุนไพรโชยเตะจมูกทันทีที่ไอน้ำพวยพุ่ง หลินซูอานหรี่ตาลงมองเปลวไฟที่กำลังเลียก้นหม้ออย่างใจเย็น ในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ตของนางยังมีวัตถุดิบชั้นเลิศอีกนับไม่ถ้วน แต่วันนี้ นางเลือกใช้ไก่บ้านเนื้อแน่นที่ชาวบ้านนำมาแลกกับน้ำตาลทรายแดงเมื่อวาน เพื่อปรุงเมนูที่ทรงพลังที่สุดในการฟื้นฟูร่างกาย
“กลิ่นอะไร... หอมจนแสบจมูกไปหมดแล้ว”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังขึ้นที่หน้าประตูห้องครัว ลู่จ้านกั๋ว, สามีในนามที่เพิ่งกลับจากการแบกซุงหนักอึ้งที่เชิงเขา ยืนพิงกรอบประตูด้วยใบหน้าซีดเซียว เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมและลำคอหนา เสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อแห่งความเหน็ดเหนื่อย ร่างกายที่เคยกำยำบึกบึนบัดนี้กลับดูผอมลงถนัดตาจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวันเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว
หลินซูอานหันไปมองสบตาคมกริบที่แฝงความเหนื่อยล้าคู่นั้น หัวใจดวงน้อยของเชฟสาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ นางวางทัพพีไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ ก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มือเรียวยื่นผ้าสะอาดไปซับเหงื่อตามขมับให้เขาอย่างเบามือ
“เหนื่อยมากใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงของนางนุ่มนวลและเจือความห่วงใยที่จริงใจ จนลู่จ้านกั๋วถึงกับชะงักไป ดวงตาคมกริบไหววูบเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ปกติแล้วภรรยาของเขาแม้จะไม่ได้ร้ายกาจเหมือนคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน แต่นางก็ไม่เคยแสดงความอ่อนโยนถึงเพียงนี้มาก่อน
“ฉัน... ฉันทนได้ งานแค่นี้ไม่ตายหรอก” ลู่จ้านกั๋วหลบสายตาเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ใบหูคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ ด้วยความเก้อเขิน เขาไม่ชินกับการถูกปรนนิบัติเอาใจใส่เช่นนี้
“ทนได้แต่ร่างกายมันไม่ไหวหรอกนะคะ” หลินซูอานถอนหายใจเบาๆ นางจับแขนลอดเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยฝุ่นดินให้เข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร “นั่งลงก่อนค่ะ วันนี้ฉันตุ๋นไก่ใส่โสมป่าที่คุณหมอหลี่เคยบอกว่าช่วยบำรุงเลือดลมและเสริมสร้างกระดูก คุณเสียแรงทำงานหนักเพื่อบ้านเรามามากพอแล้ว ถึงเวลาต้องบำรุงเสียบ้าง”
เมื่อฝาหม้อดินถูกเปิดออก ไอความร้อนพร้อมกลิ่นหอมอบอวลของเนื้อไก่ที่เปื่อยยุ่ยผสานกับกลิ่นหอมล้ำลึกของโสมและพริกไทยดำก็กระจายไปทั่วห้องครัวคับแคบ น้ำซุปสีทองใสแต่เข้มข้นด้วยรสชาติลอยฟุ้ง ชิ้นเนื้อไก่สีขาวนวลเปื่อยนุ่มแทบละลายในปาก ลู่จ้านกั๋วมองอาหารตรงหน้าด้วยความอึ้งงงงัน ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง ผู้คนแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องนอกจากมันสำปะหลังและผักต้ม แต่วันนี้บนโต๊ะของเขากลับมีไก่ตุ๋นโสมที่ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนราวกับอาหารของฮ่องเต้
“นี่มัน... ไปเอาโสมและไก่มาจากไหน? ซูอาน คุณไปก่อหนี้สินอะไรมาอีกหรือเปล่า?” ลู่จ้านกั๋วขมวดคิ้วมุ่น ความกังวลฉายชัดในแววตา เขาเกรงว่าภรรยาจะไปยอมจำนนกู้ยืมเงินดอกเบี้ยโหดมาจากพวกนายทุนหน้าเลือดในอำเภอ
หลินซูอานอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกออกมา นางตักน้ำซุปร้อนๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามส่งให้เขา “คุณนี่นะ สมองคิดแต่เรื่องเครียดๆ อยู่เรื่อย นี่คือผลงานจากการขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรและไหวพริบของฉันต่างหากเล่า ไม่มีหนี้สินที่ไหนทั้งนั้น ดื่มเสียสิคะ ก่อนที่มันจะเย็นชืด”
ลู่จ้านกั๋วมองหน้าภรรยาที่ฉายแววเฉลียวฉลาดและมั่นใจในตัวเอง รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากของนางทำให้ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเขารู้สึกพร่ามัว เขาค่อยๆ รับชามกระเบื้องมาถือไว้ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านจากฝ่ามือเข้าสู่หัวใจที่ด้านชามานาน
ชายหนุ่มตักน้ำซุปเข้าปากคำแรก รสชาติกลมกล่อม หอมหวาน ละมุนลิ้น และอบอุ่นจนถึงขั้วหัวใจกระจายไปทั่วร่าง ความเหนื่อยล้าจากการตรากตรำทำงานหนักมาทั้งวันคล้ายถูกปัดเป่าให้จางหายไปในพริบตา พลังงานสายหนึ่งวิ่งพล่านไปทั่วเส้นเลือดฝอย ทำให้ร่างกายที่หนาวสะท้านอบอุ่นขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
“อร่อยไหมคะ?” หลินซูอานเท้าคางมองสามีด้วยความคาดหวัง ดวงตากลมโตเป็นประกายรอคอยคำตอบ
“อืม... อร่อยมาก” ลู่จ้านกั๋วก้มหน้าซดน้ำซุปและเคี้ยวเนื้อไก่ตุ๋นอย่างตั้งใจ นี่คืออาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เขาเคยทานมาในชีวิต ไม่ใช่แค่เพราะรสชาติอาหาร แต่มันคือรสชาติของคำว่า ‘บ้าน’ และ ‘การมีใครสักคนรอต้อนรับ’
บรรยากาศภายในห้องครัวที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความกดดันจากสภาพสังคมรอบข้าง บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นของความสุขเล็กๆ ที่เรียบง่าย หลินซูอานคอยตักชิ้นเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุดใส่ชามให้เขาอย่างเอาใจใส่ ส่วนลู่จ้านกั๋วก็แอบคีบเนื้อชิ้นโตกลับมาให้นางเช่นกัน ทั้งสองคนสบตากันโดยไม่ต้องเอ่ยคำหวานใดๆ ความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินเริ่มถักทอเข้าหากันทีละน้อยอย่างมั่นคง
ทว่า ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นานในหมู่บ้านตระกูลหลี่ที่เต็มไปด้วยคนใจคอคับแคบและจ้องจะหาเรื่อง
ปึง! ปึง! ปึง!
เสียงทุบประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างรุนแรงและไร้ซึ่งมารยาท ตามมาด้วยเสียงแหลมแสบแก้วหูของป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตะโกนแผדลั่นผ่านประตูรั้วไม้ไผ่
“หลินซูอาน! นังตัวดี! แกเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าพวกแกแอบซ่อนของดีเอาไว้กินกันเองในบ้าน กลิ่นเนื้อมันลอยไปถึงบ้านฉันโน่น! แกกล้าดียังไงถึงเอาเนื้อไก่ชั้นดีมาซ่อนกินคนเดียว ทั้งที่ครอบครัวเรายังต้องอดอยาก ปล่อยฉันเข้าไปเดี๋ยวนี้!”
เสียงโวยวายนั้นดังลั่นจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเริ่มเปิดประตูแอบชะโงกหน้าออกมามุงดู ลู่จ้านกั๋วชะงักมือที่กำลังจะตักซุปคำต่อไป ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงขึ้นทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของอดีตนายทหารผู้ผ่านสนามรบจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลง
หลินซูอานแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาฉายแววเยียบเย็นและท้าทาย นางวางชามลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะ... ดูท่าว่าสุนัขที่บ้านตระกูลหลี่จะจมูกไวเสียยิ่งกว่าอะไรดี”
นางหันไปมองลู่จ้านกั๋วที่กำลังจะลุกขึ้นตาม ลู่จ้านกั๋วกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ “ซูอาน ปล่อยฉันจัดการเอง พวกมันรังแกคุณเกินไปแล้ว”
“ไม่ต้องค่ะ” หลินซูอานยกมือห้าม รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากของเชฟสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร “ในเมื่อพวกมันอยากได้กลิ่นเนื้อนัก ฉันก็จะจัด ‘ชุดใหญ่’ ต้อนรับพวกมันให้สมกับความพยายามเสียหน่อย... แต่ก่อนจะออกไป ฉันมีเรื่องจะบอกคุณค่ะจ้านกั๋ว”
นางโน้มตัวลงกระซิบข้างหูชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ทว่าดวงตากลับจับจ้องไปที่ประตูไม้ที่กำลังจะถูกพังลงมา
“ถ้าพวกมันกล้าพังประตูเข้ามาวันนี้ ฉันจะทำให้ตระกูลหลี่ต้องชดใช้ด้วยความอับอายที่ไม่มีวันลืม... และพยานสำคัญคนแรก ก็กำลังเดินมาทางนี้แล้วค่ะ”
ลู่จ้านกั๋วดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขายังไม่ทันได้ถามว่าใครคือพยานสำคัญ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูบ้านด้านหลังที่เชื่อมต่อกับสวนหลังบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างมีจังหวะ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจที่เอ่ยเรียกชื่อเขาจากความมืดสลัวยามเย็น
“จ้านกั๋ว... หลานอยู่บ้านไหม? ฉันเอง... หัวหน้าหมู่บ้าน”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ!
ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 13
เปิดสำรับอาหารบำรุงสามี
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!