ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 6

เปิดแผงลอยลับๆ

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
ไอ้ความจนมันไม่เคยรอความตายของใครค่ะ... ยิ่งในยุคเจ็ดศูนย์ที่นโยบายเรื่องการค้าขายเสรีถูกมองว่าเป็นหางหนูทุนนิยมที่ต้องถูกตัดทอนด้วยแล้ว กลิ่นหอมของแป้งสาลีขัดขาวระดับพรีเมียมจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ จึงเป็นทั้งความหวังและอาวุธร้ายที่ซูฮ่านกำลังใช้เดิมพันกับลมหายใจของครอบครัว "ถ้าป้าสะใภ้ใหญ่รู้ว่าเรามีแป้งขาวละเอียดขนาดนี้ นางคงเอาหน้าผากกระแทกกำแพงดินบ้านเราจนแตกเป็นเสี่ยงๆ แน่" เสียงกระซิบแหบพร่าของน้องสาวสาม ลู่จู่อิง ดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของยามวิกาล ดวงตาเรียวรีของเด็กสาวจ้องมองถุงแป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดดุจหิมะในแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดสลัวๆ ด้วยความหวาดผวา มือเล็กๆ สั่นเทาจนเกือบทำทัพพีไม้หลุดมือ หลินซูฮ่านไม่ได้ตอบทันทีค่ะ นางกำลังใช้ปลายนิ้วสัมผัสความยืดหยุ่นของแป้งที่นวดเสร็จใหม่ๆ อุณหภูมิความอุ่นจากฝ่ามือผสมผสานกับยีสต์คุณภาพสูงจากโลกอนาคต ทำให้แป้งโดว์ก้อนนี้พองตัวขึ้นอย่างงดงามโดยไม่ต้องรอนานข้ามคืน กลิ่นหอมละมุนของแป้งสาลีแท้ๆ ลอยฟุ้งอบอวลอยู่ในห้องครัวคับแคบ กลบกลิ่นอับชื้นของดินโคลนและฟางข้าวเก่าๆ ไปจนสิ้น นี่ไม่ใช่แค่ซาลาเปาธรรมดานะคะ แต่มันคือ "ซาลาเปาไส้น้ำตาลทรายแดงผสมถั่วเขียวบดหยาบ" ที่เคลับลับความอร่อยอยู่ที่การใส่น้ำมันหมูเจียวใหม่ๆ ลงไปในไส้ เพื่อให้เวลาที่นึ่งสุกแล้ว ไส้ด้านในจะเยิ้มฉ่ำ หอมหวาน ละมุนลิ้น จนคนในยุคนี้ต่อให้ฝันก็ยังไม่กล้าจินตนาการถึง "กลัวอะไรเล่าจู่อิง ยcุคสมัยนี้คนฉลาดเท่านั้นถึงจะรอด คนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเชื่อฟังคำสั่งพรรคแล้วปล่อยให้ท้องกิ่วจนลูกหลานแคระแกร็น มีแต่พวกโง่เขลาเบาปัญญา" หลินซูฮ่านเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวคมกริบ นางปาดเหงื่อที่ซึมตามขมับด้วยหลังมือ "พวกเราไม่ได้ไปปล้นใคร เราเอาแรงกายและฝีมือมาแลกเงินเพื่อประทังชีวิต ถ้าฝ่ายตรวจสอบตลาดมืดจะจับ... ก็ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขาเสียก่อนสิคะ" คำพูดเด็ดเดี่ยวแต่นุ่มนวลของพี่สะใภ้ทำให้เด็กสาววัยสิบห้าปีเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวในใจถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมอย่างประหลาด ตั้งแต่พี่สะใภ้คนนี้ฟื้นขึ้นมาจากไข้ป่าครั้งก่อน นางก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ไม่มีความขี้ขลาดตาขาว ไม่มีความยอมคนอีกต่อไป มีแต่ความเฉียบคมและความสามารถในการหาเงินที่น่าทึ่ง "ฟืนในเตาเริ่มมอดแล้วค่ะพี่สะใภ้" จู่อิงรีบโยนกิ่งไม้แห้งลงไปในเตาไฟ เสียงปะทุเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับไอความร้อนที่พวยพุ่ง ซูฮ่านพยักหน้ารับ นางใช้มือที่ทาน้ำมันพืชบางๆ ปั้นแป้งโดว์เนื้อนุ่มเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำอย่างคล่องแคล่ว บรรจงห่อไส้น้ำตาลทรายแดงที่เคี่ยวจนเหนียวข้นเข้ากับขิงแก่สับละเอียดลงไปอย่างประณีต ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความงดงามราวกับศิลปินกำลังรังสรรค์ผลงานชิ้นเอก ไม่นานนัก ซาลาเปาสีขาวอวบอ้วนนับยี่สิบลูกก็ถูกเรียงรายลงบนลังถึงไม้ไผ่ที่รองด้วยใบตองสะอาด ไอน้ำพุ่งขึ้นระอุ กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลทรายแดงผสมแป้งสาลีเริ่มส่งกลิ่นยั่วยวนผ่านรอยแยกของฝาหม้อไม้ไผ่ กลิ่นนี้ช่างอันตรายเหลือเกินในหมู่บ้านตระกูลหลี่ ที่ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่กินเพียงโจ๊กเจือจางกับมันเทศขึ้นราเป็นอาหารหลัก "พี่จ้านกั๋ว... จะว่าอะไรไหมคะถ้าเขาตื่นมาแล้วเห็นเราทำเรื่องแบบนี้?" จู่อิงถามด้วยความกังวลเมื่อนึกถึงพี่ชายคนรองที่เพิ่งกลับมาจากค่ายทหาร แม้เขาจะเป็นคนเงียบขรึมและไม่ค่อยพูดจา แต่สายตาดุดันคู่นั้นก็มักจะทำให้คนรู้สึกเกรงกลัวอยู่เสมอ "เขาเหรอ..." หลินซูฮ่านมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "สามีเธอคนนั้น ฉลาดกว่าที่เราคิดเยอะค่ะ ถ้าเขาจะห้าม เขาก็คงห้ามตั้งแต่เห็นฉันหยิบน้ำตาลทรายแดงถุงนั้นออกมาจากตู้มิติแล้วล่ะ" แทบจะวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูกระท่อม ลู่จ้านกั๋วยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวทหารเก่าๆ บดบังแสงดาวด้านนอกเสียมิด ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพเนจรทอดมองมาที่ภรรยาและน้องสาว กลิ่นอายความกดดันแบบฉบับนายทหารผ่านศึกแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเย็นเยียบลง เขานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ กวาดสายตามองซาลาเปาส่งกลิ่นหอมกรุ่นในลังถึง ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โน้มใบหน้าคมคายลงมาใกล้ซูฮ่านจนได้กลิ่นเหงื่อจางๆ และกลิ่นอายบุรุษเพศ "กลิ่นหอมเกินไป..." เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดกันดังขึ้นชิดริมหูซูฮ่าน "ถ้าเจ้าเอาไปขายแบบนี้ พวกกรรมการหมู่บ้านหูหูกับผู้ใหญ่บ้านจ้าวคงจมูกไวตามกลิ่นมาเคาะประตูบ้านเราก่อนฟ้าสว่างแน่" ซูฮ่านไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย นางหันไปสบตาคมกริบของสามีอย่างไร้ความหวาดกลัว มุมปากยังคงประดับด้วยรอยยิ้มเย้ายวน "ถ้าเช่นนั้น นายทหารลู่... คุณจะช่วยภรรยาคนนี้ปิดบังความลับ หรือจะช่วยฉันต้มน้ำชาต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญพวกนั้นดีล่ะคะ?" ลู่จ้านกั๋วจ้องมองภรรยาสาวที่นับวันยิ่งกล้าหาญจนน่าตีให้ก้นลาย แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยประกายความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกย่องขึ้นนิดๆ อย่างคาดไม่ถึง "ถ้าจะทำ... ก็ต้องทำให้อย่าให้มีหลักฐานเหลือ" เขาเอื้อมมือหนามาหยิบผ้าขาวบางสะอาดขึ้นมาผืนหนึ่ง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เด็ดขาด "ข้าจะไปดูลาดเลาที่ทางเข้าหมู่บ้านให้ เจ้าจัดการส่วนที่เหลือให้เรียบร้อย... ห้ามให้ใครได้กลิ่นเล็ดลอดออกไปเด็ดขาด" พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินหายออกไปในความมืดทันที ทิ้งให้ซูฮ่านยืนกะพริบตาปริบๆ กับความร่วมมือที่คาดไม่ถึงนี้ ทว่า... ในจังหวะที่ซูฮ่านกำลังจะยกซาลาเปาล็อตแรกออกจากเตาเพื่อเตรียมแพ็คใส่ตะกร้าเตรียมไป "แผงลอยลับๆ" ตามตรอกซอกซอยหลังโรงงานทอผ้าในยามรุ่งสาง เสียงเคาะประตูกระท่อมด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน! *ปึง! ปึง! ปึง!* "เปิดประตู! ทางฝ่ายตรวจสอบระเบียบวินัยหมู่บ้าน ได้รับแจ้งว่ามีคนลักลอบต้มตุ๋นค้าขายผิดกฎหมายในยามวิกาล! เปิดเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนแหบแห้งและคุ้นหูอย่างยิ่งของ "สะใภ้รองเฉิน" ดังแผดเผาเข้ามาในความเงียบ ทำให้เลือดในกายของจู่อิงเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ซูฮ่านหรี่ตาลง รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก นางวางฝาหม้อลงอย่างนุ่มนวล... ใครกันนะที่คาบข่าวมาเร็วยิ่งกว่าสุนัขดมกลิ่นเช่นนี้? ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%