กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้ตุ๋นยาจีนที่เคี่ยวเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมานานกว่าสามชั่วยามลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ลานบ้านตระกูลหลี่ในยามสายวันนี้ควรจะเป็นภาพอันอบอุ่นและสงบสุข ทว่าเสียงเคาะประตูด้านนอกที่ดังขึ้นอย่างรัวและไร้ซึ่งมารยาท กลับทำลายบรรยากาศอันผ่อนคลายนั้นลงในพริบตา
หลินซูอานชะะมือที่กำลังตักน้ำซุปกระดูกหมูใส่ชามเซรามิก เธอนิ่งฟังเสียงเอะอะโ니โหนที่ดังลอดเข้ามาจากหน้าประตูรั้ว ใบหน้าหวานละมุนไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างรู้ทัน
“ซูอาน ให้ฉันออกไปดูเองค่ะ” ลู่จ้านกั๋วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ เขาวางฟืนในมือลงปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยยามได้ยินเสียงแหลมสูงที่แสนคุ้นเคยแว่วมาแต่ไกล
“ไม่ต้องหريكค่ะ พี่จ้านกั๋ว... คนที่มา... คงไม่อยากคุยกับฉันหรือพี่ตามลำพังหรอค่ะ” หลินซูอานวางทัพพีลง หันไปส่งยิ้มให้สามี ดวงตากลมโตเป็นประกายวับวาวด้วยความท้าทาย “ในเมื่อสุนัขตัวเก่ามันอยากกลับมาเห่าถึงหน้าบ้าน มีหรือที่เจ้าของบ้านอย่างเราจะไม่ต้อนรับให้สมเกียรติ”
แอด... เสียงประตูไม้เก่าแก่ถูกผลักเปิดออก ปรากฏร่างของสตรีในชุดเสื้อโค้ทสีแดงสดที่ตัดเย็บด้วยเนื้อผ้าชั้นดีในเมืองหลวง ใบหน้าของนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีต ทว่าเวลานี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยาจนแทบเสียทรง
“หลินซูอาน! นังสารเลว กล้าดียังไงถึงซุกหัวอยู่แต่ในหมู่บ้านกันดารนี่!”
เสียงแหลมปรี๊ดของ ‘ไป๋ชิงเหอ’ ดังลั่นจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่กำลังเดินผ่านต้องชะงักเท้า หันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไป๋ชิงเหอเชิดหน้าขึ้น กวาดสายตามองบ้านดินอิฐปูนที่ได้รับการปรับปรุงจนสะอาดสะอ้านด้วยความดูแคลน สายตาของนางหยุดลงที่ร่างสูงใหญ่ของลู่จ้านกั๋วที่ยืนบังหน้าภรรยาอยู่
ดวงตาของไป๋ชิงเหอฉายแววเจ็บปวดและแค้นเคืองปะปนกัน นางเคยเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ในเมืองผู้ดี มีอนาคตที่สดใสรออยู่หากไม่ได้ถูกถอนหมั้นจากทหารหนอนหนังสืออนาคตไกลอย่างลู่จ้านกั๋วเมื่อหลายปีก่อน นางคิดมาตลอดว่าเขาจะต้องเสียใจและจมอยู่กับความทุกข์ระทม แต่ภาพที่เห็นในวันนี้... เขากลับดูมีสุขภาพดีขึ้น ใบหน้าคมคายนั้นยิ่งน่ามองกว่าเดิม แถมยังมีนังบ้านนอกคนนี้คอยปรนนิบัติพัดวี!
“โอ๊ะ ลมอะไรหอบคุณหนูไป๋ผู้สูงศักดิ์มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ของเราได้ล่ะคะนี่?” หลินซูอานก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของลู่จ้านกั๋ว นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าถูกระบายไว้บนใบหน้าอย่างงดงามแต่มันส่งไม่ถึงดวงตา “ดูสิคะ เสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพงเลอะฝุ่นหมดแล้ว เสียดายแย่เลยนะคะนั่น”
“หลินซูอาน เธอ... เธอหน้าด้านมากนะ!” ไป๋ชิงเหอกัดฟันกรอด นิ้วมือที่สวมแหวนหยกชี้หน้าภรรยาของลู่จ้านกั๋วด้วยความสั่นเทา “แอบฉวยโอกาสตอนที่ตระกูลลู่ตกต่ำ แย่งชิงพี่จ้านกั๋วมาครองได้อย่างหน้าไม่อาย รู้ไหมว่าถ้าไม่มีเธอ ป่านนี้พี่จ้านกั๋วเขาคงกลับไปแต่งงานกับฉันที่เมืองหลวงไปนานแล้ว!”
คำพูดนั้นดังพอที่จะเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านที่เริ่มมามุงดูรอบๆ บ้านตระกูลหลี่ ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและซุบซิบ
หลินซูอานหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงิน แต่มันกลับทำให้ไป๋ชิงเหอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชน
“แต่งงานหรือคะ?” หลินซูอานก้าวเข้าไปใกล้ไป๋ชิงเหอทีละก้าว กดดันให้อีกฝ่ายต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “ถ้าฉันจำไม่ผิด ตอนที่พี่จ้านกั๋วได้รับบาดเจ็บสาหัส ปฏิบัติภารกิจจนเกือบพิการ และถูกถอดยศชั่วคราว... คนที่หอบผ้าหอบผ่อนวิ่งหนีไปซบผู้ชายคนอื่นในเมืองหลวง ร้องไห้ฟูมฟายขอถอนหมั้นในวันรุ่งขึ้นทันที... ดูเหมือนจะไม่ใช่ฉันนะคะ ไป๋ชิงเหอ?”
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบลงทันที ชาวบ้านที่มุงดูต่างส่งเสียง “อู้ว” ออกมาเบาๆ เมื่อความจริงอันน่าอับอายถูกเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล ไป๋ชิงเหอหน้าถอดสี ริมฝีปากสั่นระริก
“น... นั่นมันเรื่องเข้าใจผิด! ตอนนั้นครอบครัวฉันถูกบีบ...” ไป๋ชิงเหอแก้ตัวเสียงสั่น น้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสารตามวิสัยทัศน์ของหญิงสาวบอบบาง
“เรื่องเข้าใจผิดหรือคะ?” หลินซูอานหรี่ตามอง “แต่จดหมายบอกเลิกที่เขียนด้วยลายมือคุณเอง พร้อมกับแหวนหมั้นที่ส่งคืนมาอย่างไร้เยื่อใย ยังเก็บไว้ในกล่องไม้ของพี่จ้านกั๋วเลยนะคะ อยากให้ฉันไปหยิบมาให้ชาวบ้านแถวนี้ช่วยกันอ่านเป็นขวัญตาไหมล่ะคะ เผื่อความจำของคุณหนูไป๋จะดีขึ้น”
ลู่จ้านกั๋วยังคงยืนนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบมองไปที่ไป๋ชิงเหอด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเยื่อใยหรือความอาลัยอาวรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น สำ for เขา ไป๋ชิงเหอก็เป็นเพียงแค่อดีตที่ผ่านพ้นไปและสร้างรอยแผลเป็นให้ครอบครัวในยามยากลำบากเท่านั้น
“หลินซูอาน เธออย่ามาปากดีนะ!” ไป๋ชิงเหอทนความอับอายไม่ไหว นางกรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ยกมือขึ้นทำท่าจะตบหน้าหลินซูอานที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ทว่า... มือเรียวที่เงื้อขึ้นยังไม่ทันได้สัมผัสแม้แต่เส้นผมของหลินซูอาน กลับถูกมือหนาของลู่จ้านกั๋วคว้าเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก!
“พอได้แล้ว ไป๋ชิงเหอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ดวงตาสีเข้มคมกราบกวาดมองนางด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง “ที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลไป๋ และภรรยาของฉัน... ไม่ใช่คนที่เธอจะมาแตะต้องได้”
ลู่จ้านกั๋วกระชากมือออกแรงผลักไป๋ชิงเหอจนร่างระหงเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบล้มลง ดีที่บอดี้การ์ดติดตามของนางเข้ามารับไว้ทัน
ไป๋ชิงเหอหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองสุดขีด นางหอบหายใจหนักหน่วง มองหน้าลู่จ้านกั๋วและหลินซูอานสลับกันด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว
“ดี... ดีมาก ลู่จ้านกั๋ว! แกคิดว่าแต่งกับนังบ้านนอกคนนี้แล้วจะมีความสุขรอดพ้นไปได้เหรอ? อีกไม่นาน... ตระกูลลู่ของแกก็จะต้องพังพินาศไม่มีชิ้นดี!” ไป๋ชิงเหอแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย “คิดว่ามีมิติซูเปอร์มาร์เก็ตหรือมีของกินของใช้แปลกๆ แล้วจะไม่มีใครรู้เรื่องความผิดปกติของพวกแกงั้นสินะ? ถ้าความลับเรื่องของเถื่อนพวกนี้รู้ถึงหูคณะกรรมการปฏิวัติ... พวกแกเตรียมตัวติดคุกหัวโตกันได้เลย!”
คำพูดประโยคสุดท้ายของไป๋ชิงเหอทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของหลินซูอานแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยความตกใจระคนหวาดระแวง
ไป๋ชิงเหอรู้เรื่องซูเปอร์มาร์เก็ตมิติได้อย่างไร?!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ซูอานเสมอมานะคะ
ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 30
การกลับมาของตัวร้ายเก่า
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!