ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 10

ความห่วงใยที่ไม่เอ่ยปาก

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าตระกูลหลี่ของพวกท่านยังกล้าเอาเศษเสี้ยวคำพูดสกปรกมารดหัวซูฮานอีกแม้แต่คำเดียว คราวนี้ฉันไม่ได้มาแค่เตือนด้วยวาจาแน่" เสียงทุ้มต่ำกังวานดังก้องราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูใบไม้ผลิ ความกดดันจากร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อผ้าทหารเก่าแต่รีดเรียบกริบแผ่ซ่านจนลานบ้านตระกูลหลี่แทบจะหยุดหายใจ ลู่จ้านกั๋วยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูรั้ว สายตาคมกริบกวาดมองหน้าผู้อาวุโสและเหล่าสะใภ้จอมจุ้นจ้านทีละคนราวกับพญาอินทรีย์จ้องเหยื่อ ไม่มีใครกล้าสบตา แม้แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เคยปากเก่งที่สุดในหมู่บ้านตอนนี้ยังห่อไหล่ ถอยกรูดไปหลบหลังสามีตัวสั่นเทา หลินซูฮานยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังแผ่นหลังกว้างนั้น หัวใจดวงน้อยที่มักจะแข็งกระด้างและพร้อมสู้รบปรบมือกับคนพวกนี้เสมอ กลับไหววูบอย่างประหลาด กลิ่นอายสะอาดเจือกลิ่นแดดและฝุ่นดินจางๆ จากตัวลู่จ้านกั๋วโชยมาแตะจมูก ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชยมาในยามบ่าย ร่างหนานี้กลับกลายเป็นกำแพงหินผาที่สูงตระหง่าน บังลมหนาวและคำครหาทั้งมวลให้พ้นจากตัวนางได้อย่างน่าอัศจรรย์ "จ้านกั๋ว... แก ลูกผู้ชายอกสามศอกมายุ่งเรื่องในครัวของบ้านอื่นทำไมวะ? ยัยนี่มันเป็นแค่ผู้หญิงปากจัดคนหนึ่ง..." ลุงใหญ่ตระกูลหลี่เค้นเสียงพูดออกมาด้วยความขัดเคือง แม้จะกลัวบารมีอดีตทหารผ่านศึกคนนี้เพียงใด แต่ศักดิ์ศรีของผู้อาวุโสก็ทำให้ต้องฝืนเชิดหน้าขึ้น "เรื่องในครัว?" ลู่จ้านกั๋วยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว "ภรรยา... เอ่อ ว่าที่ภรรยาของฉัน ถูกพวกท่านรวมหัวกันใส่ร้ายว่าแอบไปพบชู้ในยุ้งฉางร้าง แค่คำพูดพล่อยๆ ของพวกท่านทำให้ชื่อเสียงของเธอเสียหาย แบบนี้ยังเรียกว่าเรื่องในครัวอีกหรือ? หรือต้องให้ฉันไปฟ้องหัวหน้าคอมมิวนิตี้ประจำอำเภอ ให้มาสอบสวนเรื่องการปล่อยข่าวลือทำลายความมั่นคงในหมู่บ้าน พวกท่านถึงจะพอใจ?" คำว่า 'หัวหน้าคอมมิวนิตี้' และ 'ทำลายความมั่นคง' มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ทุกคนในลานบ้านหน้าถอดสี ยุคนี้การถูกกล่าวหาว่าสร้างความปั่นป่วนทางความคิดหรือปล่อยข่าวลืออาจหมายถึงการถูกส่งไปใช้แรงงานดัดนิสัย ซูฮานช้อนสายตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างนั้น นางขบริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นซ่านแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก นางเป็นเชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมานับไม่ถ้วน ทั้งในโลกปัจจุบันที่ต้องดิ้นรนแข่งขัน และทะลุมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวอาภัพในยุค 70 นางคิดมาตลอดว่าตนเองต้องยืนหยัดและปกป้องตัวเองด้วยสมองและสองมือ ไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะมีใครสักคนก้าวออกมายืนบังกระสุนวาจาแทน โดยไม่แม้แต่จะถามไถ่ว่านางผิดจริงหรือไม่ เขากล้าหาญและเชื่อใจนางอย่างไร้เงื่อนไข... "จ้านกั๋ว... กลับไปเถอะค่ะ" ซูฮานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มือเรียวบางที่ซ่อนอยู่ใต้ชายเสื้อกลับกำเข้าหากันแน่น นางเดินก้าวออกมาจากเงาของเขา ยืนเคียงข้างร่างสูงใหญ่ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าสวยคม "คนพวกนี้ไม่คุ้มค่าให้คุณต้องเปลืองตัวมาต่อปากต่อคำด้วยหรอกค่ะ สุนัขเห่าใส่เรา เราคงไม่จำเป็นต้องเห่าตอบจริงไหมคะ?" คำเปรียบเปรยนี้ทำให้พวกสะใภ้ตระกูลหลี่หน้าดำคร่ำเครียด ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดลั่น "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาว่าพวกฉันเป็น..." "ถ้าไม่อยากให้ฉันพูดคำที่เจ็บแสบกว่านี้ ก็หุบปากเน่าๆ ของพวกท่านซะ" ซูฮานหันไปตวัดสายตาคมกริบใส่ รัศมีอำนาจและความเยือกเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวนางทำเอาป้าสะใภ้ใหญ่สะดุ้งเฮือก กลืนคำด่าทอลงคอไปทันที นางหันกลับมามองลู่จ้านกั๋ว น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "กลับกันเถอะค่ะ" ลู่จ้านกั๋วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกราบมองใบหน้าเนียนใสที่มีร่องรอยความเหนื่อยล้าเจืออยู่จางๆ เขาพยักหน้าช้าๆ "อืม กลับบ้านเรา" คำว่า 'บ้านเรา' หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้เงียบขรึม เรียบง่าย แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้หัวใจของซูฮานกระตุกวูบ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินดินเล็กๆ ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่สาดส่องทอดยาวเป็นเงาสองร่างซ้อนทับกัน ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างทาง มีเพียงเสียงฝ้ายใบไม้แห้งกรอบใต้ฝ่าเท้าและเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างเงียบเชียบ สำหรับซูฮานแล้ว นี่คือความรู้สึกปลอดภัยที่นางโหยหามาตลอดตั้งแต่ทะลุมิติมาอยู่ที่นี่ เมื่อเดินพ้นจากเขตบ้านตระกูลหลี่มาไกลพอสมควร จนกระทั่งถึงหน้าบ้านพักอิฐบล็อกเก่าๆ ของลู่จ้านกั๋ว ชายหนุ่มก็หยุดเดิน เขายื่นห่อกระดาษสีน้ำตาลหยาบที่ซ่อนไว้ในเสื้อโค้ทมาให้รวดเร็ว ราวกับกลัวว่านางจะปฏิเสธ "อะไรคะ?" ซูฮานก้มมองห่อกระดาษนั้นอย่างฉงน "น้ำตาลแดง... กับแป้งข้าวสาลีขาวละเอียดนิดหน่อย" ลู่จ้านกั๋วหลบสายตาเล็กน้อย ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อต้องมาอธิบายเรื่องพวกนี้ "ฉันเห็นช่วงนี้เธอน้ำหนักลดไปเยอะ หน้าซีด... เอえ คือ... ผู้หญิงเวลามีรอบเดือนมักจะปวดท้องไม่ใช่หรือไง? ฉันไปแลกมาจากสหกรณ์อำเภอเมื่อวาน... เอาไปทำอะไรอุ่นๆ กินซะ" ซูฮานเบิกตากว้างเล็กน้อย นางรับห่อกระดาษนั้นมา น้ำหนักของมันไม่ได้มากมายอะไร แต่มันกลับหนักอึ้งในความรู้สึก น้ำตาลแดงและแป้งสาลีขาวในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ ถือเป็นของล้ำค่าที่ต้องใช้แต้มบัตรปันส่วนจำนวนมาก เขาเป็นผู้ชายหยาบกระด้างคนหนึ่ง แต่กลับสังเกตเห็นว่านางผอมลง และใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แม้แต่เจ้าของร่างเดิมยังไม่เคยได้รับจากใคร ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากฝ่ามือลามไปถึงขั้วหัวใจ ซูฮานเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับล้อกับแสงอาทิตย์อัสดง "คุณทหารลู่... นี่คุณแอบใส่ใจฉันหรือคะเนี่ย?" ลู่จ้านกั๋วยิ่งทำตัวไม่ถูก เขาไอกลบเกลื่อนสองที ใบหน้าหันไปมองทางอื่น "ใครใส่ใจเธอ อย่าหลงตัวเองน่า ฉัน... ฉันแค่ซื้อมาตุนไว้กินเองเผื่อหน้าหนาวต่างหาก!" "อ๋อ... ซื้อมากินเองนี่เอง" ซูฮานลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน ดวงตาพราวระยับ "งั้นพรุ่งนี้ฉันจะทำ 'บัวลอยน้ำขิงแป้งนุ่ม' จากแป้งและน้ำตาลพวกนี้ แล้วจะแบ่งให้คุณกิน 'เผื่อ' สักถ้วยดีไหมคะ?" นางจงใจเน้นคำว่า 'เผื่อ' จนลู่จ้านกั๋วหันขวับกลับมามอง ชายหนุ่มเม้มปากแน่น กำหมัดหลวมๆ สติสัมปชัญญะที่เคยถูกฝึกมาอย่างเข้มงวดแทบจะกระเจิงเมื่อเจอสายตาวับวาวของหญิงสาวตรงหน้า ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานชื่นที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ นั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าหมู่บ้าน "พี่จ้านกั๋ว! พี่ซูฮาน!แย่แล้วครับ!" เด็กชายเสี่ยวเป่า วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหาทั้งสองด้วยใบหน้าซีดเผือด เสื้อผ้าเนื้อดีมอมแมมไปด้วยฝุ่นดิน ดวงตาแดงก่ำราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก "เสี่ยวเป่า? ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูด เกิดอะไรขึ้น?" ลู่จ้านกั๋วขมวดคิ้วแน่น ปฏิกิริยาสัญชาตญาณทหารตื่นตัวขึ้นทันที เสี่ยวเป่าหอบหายใจจนตัวโยン คว้าแขนเสื้อของซูฮานไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย เสียงสะอื้นไห้หลุดออกมาพร้อมกับข่าวที่ทำให้เลือดในกายของซูฮานเย็นเฉียบ "แม่... แม่ของพี่ซูฮานที่อยู่ในเมือง... ส่งคนมาที่สถานีอนามัย... พวกเขาบอกว่า..." เด็กชายสะอึกสะอื้นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "บอกว่าพ่อของพี่ถูกจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับพวกนายทุน... และกำลังจะถูกส่งตัวไปค่ายใช้แรงงานด่วนที่สุดในคืนนี้ครับ!" รอยยิ้มบนใบหน้าของซูฮานแข็งค้าง ห่อกระดาษน้ำตาลแดงในมือร่วงหล่นลงสู่พื้นดินอย่างไร้ซุ่มเสียง โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! (หลินฮวายุคปฏิรูป)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%