ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 11

ซ่อมแซมบ้านหลังเก่า

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
“ระวัง!” ฝ่ามือหยาบกร้านคว้าหมับเข้าที่เอวคอด ร่างของหลินซูเสียนถูกกระชากเข้าสู่อกแกร่งอย่างรวดเร็ว วินาทีเดียวกับที่ท่อนไม้ผุพังเหนือขื่อร่วงกราวลงมากระแทกพื้นดินเสียงดัง *โครม!* ฝุ่นขี้เถ้าและเศษฟางแห้งฟุ้งกระจายไปทั่วห้องหอแคบๆ กลิ่นเหงื่อไคลผสมกลิ่นดินปืนจางๆ ประจำตัวของลู่จ้านกั๋วปะทะเข้าเต็มจมูก แผ่นอกของอดีตนายทหารหนุ่มกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะหายใจ แขนข้างที่โอบรัดเอวนางไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แม้ขาข้างหนึ่งของเขาจะยังกะเผลกจากการบาดเจ็บในสมรภูมิ ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองกลับว่องไวยิ่งกว่าเสือล่าเหยื่อ “เป็นอะไรไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มนวลจนซูเสียนต้องแอบหดคอหนีเล็กน้อย “ฉันไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยก่อนเถอะ... ฝุ่นเกาะเต็มตัวคุณหมดแล้ว” ซูเสียนดันแผงอกเขาออกเบาๆ ใบหน้าขาวผ่องขึ้นสีระเรื่อ ไม่ใช่เพราะขวยเขินเพียงอย่างเดียว แต่เพราะห้องเก็บฟืนเก่าที่บ้านใหญ่ตระกูลลู่ยกให้เป็น ‘ห้องหอ’ ของพวกเขานั้น มันช่างซอมซ่อเกินจะทน หากปล่อยไว้แบบนี้ คืนไหนพายุฤดูหนาวพัดมา มีหวังหลังคาได้ถล่มลงมาทับทั้งคู่ตายคาเตียงเตาเป็นแน่ ลู่จ้านกั๋วปล่อยมือช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองภรรยาสาวตั้งแต่หัวจดเท้า เมื่อเห็นว่าไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน แววตาดุดันคู่นั้นจึงค่อยๆ คลายความตึงเครียดลง เขาหันไปมองท่อนไม้ที่หักครึ่งบนพื้น คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นปมแน่น “แม่เลี้ยงตั้งใจให้พวกเรามาอยู่ที่นี่” ชายหนุ่มพูดเสียงเรียบ แต่แฝงไอเย็นเยียบ “นางรู้ว่าหลังคาห้องนี้รั่วและคานไม้มันผุจนรับน้ำหนักไม่ไหว” “ก็กะจะให้พวกเราหนาวตายหรือไม่ก็โดนคานทับพิการไปอีกคนน่ะสิคะ” ซูเสียนแค่นยิ้มหยัน ดวงตากลมโตเป็นประกายคมปลาบ “แต่นางคงลืมไปว่า คนอย่างหลินซูเสียนไม่ได้เคี้ยวง่ายขนาดนั้น ในเมื่อบีบให้พวกเราแยกบ้านออกมาด้วยเงินติดกระเป๋าไม่กี่หยวนกับห้องซอมซ่อหลังนี้... ฉันก็จะเปลี่ยนเล้าหมูผุๆ นี่ให้กลายเป็นรังทองคำให้ดู!” คำพูดฉะฉานกับแววตามุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ของหญิงสาว ทำให้มุมปากที่มักจะเหยียดตรงเป็นเส้นขนานของลู่จ้านกั๋วกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาก้มลงหยิบขวานด้ามสั้นขึ้นมาถากเสาไม้อย่างคล่องแคล่ว “ฉันไปตัดไม้ไผ่กับไม้สนหลังเขามาเตรียมไว้แล้ว บ่ายนี้จะขึ้นไปเปลี่ยนขื่อใหม่ ส่วนดินเหนียวผสมแกลบสำหรับยาแนวผนัง ฉันขุดมารอไว้ตรงลานบ้าน” “ดีค่ะ เรื่องแรงงานหนักยกให้คุณ ส่วนเรื่องซ่อมแซมภายใน การตกแต่ง แล้วก็... เสบียงปากท้อง ยกให้เป็นหน้าที่ฉันเอง” ซูเสียนส่งยิ้มหวานที่แฝงความเจ้าเล่ห์ให้สามี ก่อนจะเริ่มลงมือทันที ห้องนี้เดิมทีเป็นห้องเก็บฟืนและของระเกะระกะ ผนังดินดิบแตกร้าวเป็นแนวยาว ลมหนาวหวีดหวิวลอดผ่านรูโหว่ได้ตลอดเวลา หน้าต่างไม้ไม่มีแม้แต่กระดาษน้ำมันกันลม มีเพียงเศษกระสอบป่านเก่าๆ ขึงไว้กันสายตาคนภายนอกเท่านั้น บนพื้นเต็มไปด้วยขี้หนูและหยากไย่หนาเตอะ หญิงสาวหยิบไม้กวาดทางมะพร้าวมาปัดกวาดเพดานและมุมห้องอย่างไม่รังเกียจ ขณะที่ลู่จ้านกั๋วปีนบันไดไม้ขึ้นไปจัดการกับโครงสร้างหลังคา เสียงสับไม้ *โป๊กๆ* ดังเป็นจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ เหงื่อเม็ดโป้งผุดซึมตามขมับและลำคอแกร่ง เสื้อกล้ามสีเขียวขี้ม้าตัวเก่าเปียกชุ่มจนแนบไปกับมัดกล้ามเนื้อหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการรบ ซูเสียนลอบมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นในอก ผู้ชายคนนี้พูดน้อยจนแทบจะนับคำได้ แต่ทุกการกระทำของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความมั่นคงและปกป้องนางอย่างไม่มีเงื่อนไข เมื่อเห็นว่าสามีกำลังมีสมาธิอยู่กับการซ่อมแซมหลังคาด้านนอก ซูเสียนจึงฉวยโอกาสนี้หลบเข้าไปในมุมอับหลังตู้ไม้พังๆ หลับตาลงแล้วเพ่งสมาธิไปยัง ‘ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ’ ที่ติดตัวข้ามภพมา ภาพชั้นวางของละลานตาในห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรดยุคศตวรรษที่ยสิบเอ็ดปรากฏชัดเจนในห้วงความคิด นางไม่รอช้า รีบเลือกสิ่งของที่จำเป็นสำหรับสถานการณ์นี้ทันที กระดาษบุผนังลวดลายเรียบง่ายแบบโบราณที่ดูแนบเนียนกับยุคสมัย, กาวแป้งเปียกคุณภาพสูงสูตรกันเชื้อรา, ตะปูเหล็กกล้าขนาดต่างๆ ที่แข็งแรงกว่าตะปูเปราะๆ ของยุค 70 และที่ขาดไม่ได้... วัตถุดิบชั้นเลิศสำหรับมื้อบ่ายเพื่อเติมพลังให้ชายหนุ่มผู้เหน็ดเหนื่อย ซูเสียนนำตะปูเหล็กและเชือกป่านเส้นหนาที่เหนียวเป็นพิเศษออกมาวางปนไว้กับกองเครื่องมือของลู่จ้านกั๋ว เมื่อเขาหยิบไปใช้ แม้จะแปลกใจในความแข็งแกร่งของเนื้อเหล็ก แต่เขาก็ไม่เอ่ยปากถามสักคำ ชายหนุ่มเพียงแค่เหลือบมองหน้านางแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นสื่อความหมายลึกซึ้งว่า... *‘ไม่ว่าเธอจะมีความลับอะไร ฉันจะไม่ซักไซ้ให้เธอลำบากใจ’* ความไว้ใจที่ไร้คำพูดนี้ ทำให้หัวใจของซูเสียนไหวยวบด้วยความซาบซึ้ง ทั้งสองช่วยกันทำงานจนมือเป็นระวิง ลู่จ้านกั๋วเปลี่ยนคานไม้ใหม่และมุงหญ้าคาเสริมกระเบื้องดินเผาอย่างแน่นหนา ไร้รอยรั่วซึม ส่วนซูเสียนก็นำดินเหนียวผสมฟางสับที่ผสมกาวแป้งสูตรพิเศษยาแนวรอยแตกของผนังจนเรียบเนียน จากนั้นจึงใช้กระดาษสีขาวหม่นบุทับด้านใน ทำให้ห้องที่เคยทะมึนกลายเป็นห้องที่สว่างตาขึ้นมาทันที เตาฟืนขนาดเล็กที่เชื่อมกับเตียงเตา (คัง) ถูกลู่จ้านกั๋วขูดลอกเขม่าดำออกจนหมด ควันไฟจึงระบายออกทางปล่องได้สะดวก ไม่ย้อนกลับเข้ามาในห้องอีกต่อไป ซูเสียนปัดฝุ่นเตียงเตาจนสะอาดหมดจด นำเสื่อกกผืนใหม่ที่ทำความสะอาดแล้วมาปูทับ ตามด้วยฟูกหนานุ่มที่นางแอบยัดไส้ด้วยฝ้ายเกรดเอจากมิติลับ จากห้องเก็บฟืนผุพังที่ไม่มีใครต้องการ บัดนี้มันแปรเปลี่ยนเป็นรังรักที่อบอุ่น สะอาดสะอ้าน และมีกลิ่นหอมสะอาดของเนื้อไม้ใหม่ “พักก่อนเถอะค่ะจ้านกั๋ว แดดร่มลมตกแล้ว ไปล้างมือล้างหน้าก่อน ฉันเตรียมของกินไว้ให้” ซูเสียนเอ่ยเรียกสามีที่กำลังเก็บกวาดเศษไม้อยู่หน้าประตู ลู่จ้านกั๋วชะงักมือ เงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วง ท้องของเขาส่งเสียงร้องประท้วงเบาๆ ความเหนื่อยล้าจากการใช้แรงงานตลอดทั้งวันเริ่มถาโถม แต่เมื่อหันกลับมามองในห้อง ดวงตาของเขากลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ห้องที่เคยเป็นดั่งหลุมศพเย็นเยียบ บัดนี้กลับดูอบอุ่นราวกับบ้านของข้าราชการในเมือง และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ... กลิ่นหอมเย้ายวนใจที่ลอยอบอวลออกมาจากเตาดินชั่วคราวหลังห้อง! กลิ่นหอมของน้ำมันหมูเจียวร้อนๆ ผสมกับกลิ่นซีอิ๊วชั้นดีและต้นหอมซอย มันเข้มข้นจนทำให้ต่อมน้ำลายทำงานอย่างบ้าคลั่ง บนโต๊ะไม้เตี้ยที่เพิ่งขัดใหม่ มีชามกระเบื้องใบใหญ่สองใบวางควันกรุ่นอยู่ ด้านในคือ ‘บะหมี่เส้นสดราดซอสหมูสับเห็ดหอม’ เส้นบะหมี่สีเหลืองนวลเหนียวนุ่มที่ซูเสียนนวดมือเอง คลุกเคล้าด้วยซอสหมูสับติดมันที่เคี่ยวจนงวด สีน้ำตาลเข้มมันวาว แทรกด้วยเห็ดหอมหั่นเต๋าชิ้นโต โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยเขียวสดและไข่ต้มยางมะตูมเยิ้มๆ สองฟอง ข้างๆ กันยังมีผักกวางตุ้งลวกราดน้ำมันงา และซุปกระดูกหมูหัวไชเท้าร้อนๆ ชามโตที่ต้มจนน้ำซุปกลายเป็นสีขาวข้น ในยุคที่ผู้คนในชนบทต้องกินข้าวต้มข้าวโพดใสแจ๋วกับผักดองเค็มปี๋เพื่อประทังชีวิต อาหารมื้อนี้ไม่ต่างอะไรกับงานเลี้ยงของฮ่องเต้! “เนื้อ... มาจากไหนเยอะแยะ” ลู่จ้านกั๋วถามเสียงแผ่ว พลางเดินเข้ามาใกล้ มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยคราบดินชะงักค้างกลางอากาศ ไม่กล้าแตะต้องโต๊ะอาหาร “เงินส่วนแบ่งค่าสินไหมที่คุณได้มาตอนปลดประจำการไงคะ ฉันแอบเอาคูปองเนื้อไปแลกมาจากสหกรณ์ในตำบลมาได้นิดหน่อย รีบกินเถอะค่ะ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ขืนชักช้าเส้นจะอืดเสียหมด” ซูเสียนดันตัวเขาให้นั่งลงบนม้านั่งไม้ยาว ก่อนจะยื่นตะเกียบไม้ไผ่ใส่มือเขา ลู่จ้านกั๋วมองใบหน้างดงามที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันไฟตรงปลายจมูกรั้นของภรรยา แววตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เธอกินก่อนสิ” เขาคีบไข่ต้มฟองที่สวยที่สุดใส่ลงในชามของนาง “กินพร้อมกันค่ะ” ซูเสียนยิ้มกว้าง รอยยิ้มนั้นสว่างไสวจนทำให้หัวใจของชายหนุ่มกระตุกไหว ลู่จ้านกั๋วไม่ขัดใจนางอีก เขาคีบเส้นบะหมี่คำโตเข้าปาก ความเหนียวนุ่มของเส้นผสานกับรสชาติเค็มหวานกลมกล่อมของซอสหมูสับที่แทรกซึมเข้าทุกอณู กลิ่นหอมของเห็ดหอมและน้ำมันหมูระเบิดล้นในโพรงปาก ความอร่อยล้ำลึกที่ชีวิตนี้เขาไม่เคยได้สัมผัสแล่นพล่านไปทั่วร่าง ชายหนุ่มเคี้ยวและกลืนลงคออย่างรวดเร็ว ตามด้วยการซดน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ที่หวานละมุนลิ้น... ความเหน็ดเหนื่อยที่สะสมมาทั้งวันพลันมลายหายไปจนสิ้น กลิ่นหอมของเนื้อหมูและน้ำมันงาไม่ได้ลอยอยู่แค่ในห้องหอนี้เท่านั้น แต่มันลอยฟุ้งตามลมข้ามกำแพงเตี้ยๆ ไปยังลานบ้านใหญ่ตระกูลลู่! เสียงกระแทกชามข้าวและเสียงด่าทอแว่วดังมาจากทิศทางนั้นทันที “นังตัวดี! ไปเอาเนื้อมาจากไหนกัน กลิ่นหอมขนาดนี้ ขโมยเงินของบ้านใหญ่ไปซื้อใช่ไหม!” เสียงแหลมแสบแก้วหูของนางหวัง แม่เลี้ยงใจร้าย ตะโกนลั่นลานบ้านด้วยความริษยาตาร้อน ทว่าในห้องเล็กๆ แห่งนี้ ลู่จ้านกั๋วกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองไปทางต้นเสียง เขาวางชามเปล่าที่กินจนเกลี้ยงลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนบางขึ้นมา ซับคราบเขม่าดำบนปลายจมูกของซูเสียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับรูปร่างกำยำทำให้ซูเสียนถึงกับชะงัก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ “อร่อยมาก” เขาเอ่ยสั้นๆ สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง “ต่อไปนี้... ฉันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเธอ หรือแย่งอะไรไปจากเธอได้อีก” คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นดั่งขุนเขาทำเอาซูเสียนหน้าร้อนผ่าว นางพยักหน้ารับเบาๆ บรรยากาศรอบตัวพลันอบอวลไปด้วยกระแสความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน *ปัง! ปัง! ปัง!* เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวจนบานพับไม้สะเทือน ดึงทั้งคู่หลุดออกจากห้วงภวังค์หวาน ลู่จ้านกั๋วลุกขึ้นยืนพรวดในทันที สัญชาตญาณทหารตื่นตัวเต็มพิกัด เขาก้าวเอาตัวเข้าบังซูเสียนไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว “เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ลู่จ้านกั๋ว! นังหลินซูเสียน!” เสียงห้าวห้วนที่ตะโกนอยู่นอกประตูไม่ใช่เสียงของแม่เลี้ยงหวัง แต่เป็นเสียงของ ‘หลี่ต้าเฉียง’ หัวหน้ากองผลิตประจำหมู่บ้าน และข้างกายเขายังมีเสียงรองเท้าบูทหนังของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากตำบลกระทืบพื้นอย่างร้อนรน “มีคนรายงานว่าพวกแกสองคนลักลอบค้าขายในตลาดมืด และซุกซ่อนสิ่งของต้องห้ามของพวกต่อต้านการปฏิรูปไว้ในบ้าน... เปิดประตูออกมาให้ตรวจค้นเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะพังเข้าไป!” สิ้นเสียงคำรามนั้น ลู่จ้านกั๋วพลันเบิกตากว้าง หันขวับไปมองแผ่นกระดานใต้เตียงเตาที่เขาเพิ่งตอกตะปูปิดผนึกไปเมื่อบ่าย... ซึ่งข้างใต้ชั้นดินนั้น มีกล่องเหล็กปริศนาที่เขาบังเอิญขุดพบและยังไม่ได้เปิดดูซ่อนอยู่จริงๆ! *** ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! (หลินฮวายุคปฏิรูป)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%