ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 9

ตบหน้าด้วยหลักฐาน

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าความโลภมันถ่วงน้ำหนักให้คนเราจมดิ่งลงนรกได้ ป้าสะใภ้ใหญ่... ท่านคงลงไปถึงชั้นที่สิบแปดอย่างไร้แรงโต้แย้งแล้วกระมังคะ" เสียงหัวเราะเบาๆ ที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของหลินซูฮานไม่ได้เจือความขบขันแม้แต่น้อย มันคือความเย็นเยียบที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง รอบบริเวณลานบ้านตระกูลลู่ยามบ่ายแก่ๆ กลับเงียบกริบราวกับป่าช้า ชาวบ้านนับสิบชีวิตที่มารุมล้อมดูเหตุการณ์ต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจดัง ป้าสะใภ้ใหญ่จางชุ่ยฮวาหน้าซีดเผือดสลับเขียวคล้ำ ร่างท้วมสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวระคนกัน นางชี้หน้าซูฮานด้วยนิ้วที่สั่นระริก ปากอ้าพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ "นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมากล่าวหาผู้ใหญ่ในตระกูล! หลักฐานไม่มีแล้วยังกล้าปั้นน้ำเป็นตัว พูดจาสرتต่ำทรามเช่นนี้!" "ป้าสะใภ้บอกว่าฉันไม่มีหลักฐานอย่างนั้นหรือคะ?" ซูฮานก้าวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ จังหวะการก้าวมั่นคงและสง่างาม รัศมีกดดันบางเบาแผ่ออกมาจากร่างระหง นางไม่ได้ตะโกน ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับประกายความคมกริบทรงพลังราวกับใบมีดที่เพิ่งลับจนคมกริบ ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน จางชุ่ยฮวาบุกเข้ามาถึงหน้าบ้านพร้อมกับป้าสะอื้นไห้และกล่าวหาว่าซูฮาน "ขโมยแป้งสาลีและน้ำมันหมูชั้นดี" สามชั่งที่นางเพิ่งซื้อมาจากสหกรณ์ตำบลไปซ่อนไว้ในห้องครัว นางตีโพยตีพายโวยวายให้คนทั้งหมู่บ้านมาเป็นพยาน หวังจะกดดันให้ซูฮานอับอายและขับไล่นางออกจากบ้านตระกูลลู่ แผนการชั่วร้ายนี้ถูกวางไว้เพื่อฮุบเสบียงและของกำนัลที่ทางการส่งมาให้ครอบครัวทหารผ่านศึก ทว่า... จางชุ่ยฮวาคงลืมไปว่า ยุคนี้คือยุค 70 ยุคที่ทุกออนซ์ของอาหารมีค่าดั่งชีวิต และยุคที่ซูฮานมี "ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ" อยู่ในกำมือ! ซูฮานยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามอย่างใจเย็น นางหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลหยาบที่ซ่อนอยู่ออกมาจากด้านหลังอย่างใจเย็น ก่อนจะโยนมันลงไปบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลางลานบ้าน เสียงกระดาษกระทบเนื้อไม้ดัง "ตุบ" เบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในความเงียบ "นี่คือแป้งสาลีขัดสีเกรดพรีเมียมจากสหกรณ์เมืองหลวง ซึ่งผลิตเฉพาะช่วงเดือนที่ผ่านมาและมีตราประทับหมึกสีแดงรูปดาวห้าแฉกขนาดเล็กที่มุมกระดาษ..." ซูฮานเอ่ยเสียงเรียบ ปรายตามองจางชุ่ยฮวาที่เริ่มหน้าถอดสี "และบังเอิญเหลือเกิน... แป้งที่ป้าสะใภ้อ้างว่าฉันขโมยไปจากบ้านท่าน มีตราประทับนี้เช่นกัน แต่ปัญหาคือ..." ซูฮานเว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปาก "แป้งสาลีล็อตนี้ ทางสหกรณ์เพิ่งนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อวานซืนตอนบ่ายสามโมงครึ่งค่ะป้าสะใภ้ แล้วบอกฉันทีสิคะว่า... ทำไมแป้งล็อตเดียวกันนี้ ถึงไปอยู่ในไหข้าวหลังบ้านของท่านตั้งแต่วันก่อนที่สินค้าจะมาถึงล่ะคะ? หรือว่าท่านมีญาติเป็นเซียนเหยียบเมฆ สามารถเดินทางข้ามมิติไปล่วงรู้อนาคตและซื้อของมากักตุนไว้ก่อนล่วงหน้าสองวัน?" เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีในหมู่ชาวบ้าน สายตาทุกคู่เปลี่ยนจากความสงสารเวทนาซูฮาน กลายเป็นความรังเกียจและเคลือบแคลงที่พุ่งตรงไปยังจางชุ่ยฮวา "นั่นสิ! ข้าจำได้ว่าสหกรณ์เพิ่งเปิดขายแป้งขาวเมื่อวานซืนจริงๆ ป้าใหญ่เอามาจากไหนก่อนหน้านั้น?" "ตายจริง หรือว่านางก섬ขโมยของจากกองกลางมาตั้งแต่แรก แล้วป้ายสีนังหนูซูฮาน?" "จิตใจทำด้วยอะไร ช่างร้ายกาจนัก!" จางชุ่ยฮวาเหงื่อแตกพลั่ก ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความจนมุม นางละล่ำละลักแก้ตัวเสียงหลง "คะ... เค้า... เค้าอาจจะจำผิด! ข้าหมายถึง ข้าจำวันผิดต่างหาก! มันไม่ใช่แป้งล็อตนั้น!" "จำผิดหรือคะ?" ซูฮานก้าวเข้าไปประชิดอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่คมจ้องทะลุทะลวงเข้าไปในดวงตาที่ลนลานของอีกฝ่าย "แล้วถุงน้ำมันหมูตรากวางทองห้าดาว ห่อที่ท่านถือติดมือมาอ้างว่าเป็นหลักฐานมัดตัวฉันล่ะคะ? ด้านหลังห่อกระดาษ มีรอยเปื้อนน้ำมันมะกอกสกัดเย็น ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ไม่มีขายในสหกรณ์ตำบลเรา มีเพียงครอบครัวนายอำเภอหรือคนที่ได้โควต้าพิเศษเท่านั้นถึงจะมีครอบครอง... แต่น่าแปลกจังนะคะ ที่รอยเปื้อนบนห่อนั้น เป็นรอยนิ้วมือของคนเล็บกุด นิ้วนางข้างซ้ายขาดไปครึ่งข้อ..." ซูฮานหันไปมองหน้าลุงใหญ่และชาวบ้านรอบๆ "ในหมู่บ้านเรา มีใครบ้างหนอที่มีลักษณะนิ้วมือเอกลักษณ์เช่นนี้... อ๋อ ใช่แล้วค่ะ ป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านเองไม่ใช่หรือคะที่อุบัติเหตุตอนเกี่ยวข้าวเมื่อสี่ ปีก่อน ทำให้เสียนิ้วส่วนนั้นไป?" พรวด! จางชุ่ยฮวาแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ขาของนางอ่อนแรงจนแทบแบกรับน้ำหนักตัวไม่ไหว ความจริงถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าธารกำนัลทีละเปลาะ หลักฐานแน่นหนาจนไม่สามารถดิ้นหลุดไปได้แม้แต่นิดเดียว หน้าของนางชาหนึบราวกับถูกตบด้วยฝ่ามือเหล็กนับร้อยครั้ง ความอับอายแผ่ซ่านจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี ลู่จ้านกั๋วที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูบ้านด้วยใบหน้าเรียบเฉยมาตลอด ขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีกวาดตามองกลุ่มญาติฝ่ายชายที่กำลังทำท่าจะถอยหนี เขายังคงไม่เอ่ยปากสักคำ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนทุกคนรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง การมีสามีเป็นทหารผ่านศึกผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน คอยยืนหนุนหลังภรรยาโดยไม่ต้องพูดอะไรเลยนั้น ทรงพลังยิ่งกว่าคำขู่ใดๆ ในโลก ซูฮานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นไอของความหอมจากห้องครัวที่นางเพิ่งเคี่ยวซุปกระดูกหมูกลมกล่อมลอยมาแตะจมูก ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายนอกได้อย่างน่าประหลาดใจ นางเตรียมจะเอ่ยประโยคปิดท้ายเพื่อตอกฝาโลงความหน้าด้านของป้าสะใภ้ให้จมดิน ทว่า... ก่อนที่คำพูดเชือดเฉือนคำสุดท้ายจะหลุดจากริมฝีปาก เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะไม้เท้าอันทรงพลังก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว "เกิดอะไรขึ้นเสียงดังโวยวายกันแต่หัววัน บ้านตระกูลลู่ถึงได้ไร้ระเบียบวินัยเช่นนี้!" ร่างของหญิงชราผมขาวโพลนในชุดผ้าแพรสีหม่นก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ข้างกายมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยประคองอยู่ไม่ห่าง ดวงตาฝ้าฟางแต่ทอประกายเจ้าเล่ห์กราดมองมาที่ซูฮานด้วยความชิงชังอย่างปิดไม่มิด ซูฮานหรี่ตาลงทันที เมื่อตระหนักได้ว่า... ตัวละครสำคัญที่สุดและสร้างปัญหาเก่งที่สุดของตระกูลลู่ "คุณย่าใหญ่" เพิ่งเดินทางมาถึง และดูเหมือนว่าเกมการตบหน้านี้ จะไม่ได้จบลงแค่การจัดการป้าสะใภ้เสียแล้ว (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%