กลิ่นหอมกรุ่นของพะโล้ตุ๋นยาจีนลอยอบอวลไปทั่วตรอกเล็กๆ ด้านหลังตลาดสหกรณ์ อำเภอหงส์แดง ยามพลบค่ำเช่นนี้คือช่วงเวลาที่หลินซูฮานมักจะง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับวันพรุ่งแต่วันนี้ เสียงเคาะประตูกลับเบาหวิวราวกับเสียงปีกแมลงวันทับซ้อนกันถึงสามครั้ง ก่อนจะเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ซูฮานชะงักมือที่กำลังหั่นรากบัว สายตาคมกริบมองไปยังบานประตูไม้เก่าคร่ำคร่า นางวางมีดลงบนเขียงอย่างเงียบเชียบ เช็ดมือกับผ้ากันเปื้อนสะอาด แล้วสาวเท้าย่างกรายไปเปิดประตูด้วยความระแวดระวัง
เบื้องล่างพ้นธรณีประตูลงไป คือเงาร่างผอมแห้งราวกับกิ่งไม้แห้งของเด็กชายคนหนึ่ง เขากำลังทรุดกายลงนั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่ใต้ชายคา ร่างกายสั่นเทาด้วยพิษไข้และสายลมหนาวที่เริ่มพัดพาไอเย็นมาเยือน เสื้อผ้าเก่าขาดวิ่นจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม เส้นผมยุ่งเหยิงเปรอะเปื้อนฝุ่นควันและคราบน้ำตาจนมองไม่100% ว่าหน้าตาที่แท้จริงเป็นเช่นไร
ดวงตากลมโตที่ลึกลงไปเพราะความหิวโหยเงยขึ้นมองนาง แววตานั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความสิ้นหวังและความจำนนต่อโชคชะตาที่บาดลึกจนคนมองรู้สึกปวดร้าวในอก
"เจ้ามาจากไหนกัน? เด็กน้อย"
เสียงของซูฮานนุ่มนวลและเจือไปด้วยความกังวล นางย่อตัวลงให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชาย พลางถอดเสื้อคลุมกันหนาวบุสำลีตัวหนาของตนเองมาคลุมไหล่เล็กๆ ที่สั่นสะท้านนั้นอย่างอ่อนโยน
เด็กชายสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่ความอบอุ่นจากเสื้อคลุมที่ยังมีไอความร้อนหลงเหลืออยู่ ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้รับปาฏิหาริย์ ท้องของเขา ส่งเสียงร้องโครกครากออกมาดังลั่นท่ามกลางความเงียบงัน ใบหน้ามอมแมมก้มงุดลงชิดอกด้วยความอับอาย
"ข้า... ข้าไม่มีที่ไปแล้วครับ... เอ่อ... ฉัน... ฉันหิว" เสียงแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกบดขยี้เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งแตก
ซูฮานทอดถอนหายใจเบาๆ ในอก นางเกลียดที่สุดคือภาพของเด็กผู้ไร้เดียงสาต้องมาเผชิญความโหดร้ายของยุคสมัย ยุคเจ็ดสิบปลายๆ เช่นนี้ ปากท้องของคนในครอบครัวยังแทบเอาตัวไม่รอด นับประสาอะไรกับเด็กเร่อนไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้ นางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากเล็กๆ นั้นเบื้องต้น—ร้อนจัด! พิษไข้เล่นงานเขาจนน่ากลัว
"ลุกไหวไหม? เข้ามาข้างในก่อน อากาศข้างนอกมันหนาวเกินกว่าจะยืนพูดคุยกันแล้ว" ซูฮานเอ่ยพลางยื่นมือเรียวสะอาดออกไป
เด็กชายมองมือนั้นด้วยความลังเลครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือสกปรกผอมโซของตนมาจับชายเสื้อของนางไว้แน่น ราวกับว่าหากปล่อยมือนี้ไป เขาจะต้องหล่นลงไปในเหวลึกที่มืดมิดอีกครั้ง
ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตมิติและห้องครัวด้านหลังที่ถูกจัดสรรไว้อย่างเป็นระเบียบ แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องสว่างสะท้อนเครื่องครัวสแตนเลสวาววับ ซูฮานรีบต้มน้ำขิงผสมน้ำตาลทรายแดงอุ่นๆ ให้เขาดื่มประทังอาการหนาวสั่น พร้อมกับตักโจ๊กหมูสับใส่ไข่ตุ๋นเนื้อเนียนนุ่มที่เคี่ยวจนหอมกรุ่นมาวางตรงหน้า
กลิ่นหอมของอาหารทำให้ดวงตาที่ไร้ประกายของเด็กชายเบิกกว้างขึ้น เขาไม่ได้ใช้ช้อน แต่ใช้มือสั่นเทาตักโจ๊กร้อนๆ เข้าปากอย่างตะกละตะกะจนเกือบสำลี
"ค่อยๆ กิน ไม่ต้องรีบ ไม่มีใครแย่งเจ้าหรอก" ซูฮานรินน้ำอุ่นส่งให้พลางใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบเขม่าที่แก้มและมือให้เขาอย่างเบามือ ความใส่ใจและทะนุถนอมนี้ ทำให้เด็กชายชะงักกึก หยดน้ำตาอุ่นๆ ไหลรินผ่านพวงแก้มตอบ ผสมปนเปไปกับคราบสกปรกจนเป็นทางยาว
"แม่... แม่เคยเช็ดหน้าให้ผมแบบนี้..." เสียงสะอื้นฮักดังลอดออกมาจากลำคอเล็กๆ นั้น "แต่แม่... แม่ไม่อยู่แล้ว... พ่อก็..."
ซูฮานนิ่งงัดความรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาในอก นางเข้าใจความรู้สึกสูญเสียนี้ดี มือเรียวตบเบาๆ ที่แผ่นหลังผอมบางเพื่อปลอบประโลม "ไม่เป็นไรนะ ต่อไปนี้เจ้าปลอดภัยแล้ว ชื่ออะไรล่ะเรา?"
"ผม... ชื่อ 'เป่าเป่า' ครับ... แต่ไม่มีใครเรียกชื่อนี้มานานแล้ว คนแถวท่าเรือเรียกผมว่าไอ้หัวขโมย..." เด็กชายก้มหน้าต่ำลงด้วยความรู้สึกผิดบาป
ซูฮานส่ายหน้าเบาๆ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "จากนี้ไปไม่มีหัวขโมยมีแต่ 'เป่าเป่า' ผู้ช่วยตัวน้อยของร้านอาหารหลินซูฮาน เจ้ากินให้อิ่มแล้วพรุ่งนี้ค่อยมาล้างจานแลกกับที่พักและอาหาร เข้าใจไหม?"
ดวงตากลมโตของเป่าเป่าเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ เขาพยักหน้ารัวๆ จนเส้นผมยุ่งเหยิงกระเซิง "จริงเหรอครับ? ผม... ผมทำงานได้นะ! ผมแข็งแรงมาก!"
บรรยากาศความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านไปทั่วห้องครัวเล็กๆ จนกระทั่ง...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงอันคุ้นเคยดังขึ้นที่หน้าประตู ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับลมหนาวระลอกใหม่ ลู่จ้านกั๋วในชุดเสื้อโค้ททหารหนานุ่มเดินก้าวเข้ามา ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมตามแบบฉบับชายชาติทหาร แต่ดวงตากลับอ่อนแสงลงทันทีเมื่อกวาดสายตามาเห็นเด็กชายแปลกหน้าที่นั่งอยู่ข้างภรรยาของตน
จ้านกั๋วปัดละอองหิมะที่เกาะตามบ่าเสื้อออกเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ สายตาคมกริบมองสำรวจเป่าเป่าอย่างพินิจพิเคราะห์ตามสัญชาตญาณของอดีตนายทหาร
"ซูฮาน... นี่มันเรื่องอะไรกัน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามภรรยา พลางปรายตามองเด็กชายที่รีบหดตัวหลบหลังร่างบางของซูฮานด้วยความกลัว
ซูฮานเงยหน้าขึ้นสบตาส สามี นางกำลังจะอ้าปากอธิบายสถานการณ์ทั้งหมดให้เขาฟัง แต่ก่อนที่คำพูดแรกจะหลุดจากริมฝีปาก สายตาของลู่จ้านกั๋วก็บังเอิญเหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นรูปดาวประหลาดที่หลังใบหูซ้ายของเด็กชาย ซึ่งโผล่พ้นชายเสื้อคลุมออกมาในจังหวะที่เป่าเป่าขยับตัวพอดี!
ร่างสูงใหญ่ของลู่จ้านกั๋วยืนนิ่งงันราวกับถูกสายฟ้าฟาด สีหน้าที่เคยเรียบเฉยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายปี!
"เดี๋ยว... ซูฮาน เจ้าเด็กนี่... ไปเอามาจากไหน?" เสียงของลู่จ้านกั๋วสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่อยู่ ขณะที่สายตาจับจ้องรอยแผลเป็นนั้นเขม็ง ราวกับกำลังมองเห็นผีสางในยามวิกาล!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" เสมอมานะคะ!
ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 25
ช่วยเหลือเด็กน้อยตกยาก
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!