กลิ่นหอมกรุ่นของกระเทียมเจียวใหม่ๆ และน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนนานกว่าสิบชั่วโมง ลอยอบอวลจนแทบจะคว้าจับต้องได้ในอากาศ ท่ามกลางเสียงกระทะเหล็กกระทบตะหลิวของหลินซูอานที่ดังเป็นจังหวะราวกับบทเพลงประสานเสียงแห่งความรุ่งเรือง
"คุณหนูหลิน... มีคำสั่งด่วนจากเมืองหลวง ส่งตรงถึงท่านเชฟอัจฉริยะผู้ครอบครองสูตรลับสวรรค์!"
เสียงตะโกนแหบแห้งแต่ตื่นตระหนกของเฒ่าจาง ผู้ใหญ่บ้านตระกูลหลี่ดังแทรกเสียงฉู่ฉ่าของน้ำมันร้อนๆ ในกระทะ ประโยคนี้ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่ยืนออกันอยู่หน้าร้านอาหารเล็กๆ ในหมู่บ้านห่างไกลแห่งนี้ ใบหน้าของชาวบ้านซีดเผือดด้วยความตกใจ เพราะคำว่า 'เมืองหลวง' สำหรับคนยุค 70 นั้น มีน้ำหนักราวกับภูเขาไท่ซานที่พร้อมจะกดทับพวกเขาทุกเมื่อ
หลินซูอานไม่ได้หันกลับไปทันที นางยังคงตวัดตะหลิวผัดเส้นหมี่ในกระทะด้วยความนิ่งสงบ เส้นหมี่สีขาวนวลเคลือบด้วยน้ำมันหมูใสสะอาดและซีอิ๊วสูตรพิเศษจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติ ดีดตัวรับความร้อนจนส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจเกินกว่าจะต้านทาน
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรับกลิ่นหอมนั้น ก่อนจะวางตะหลิวลงบนขอบกระทะอย่างใจเย็น แล้วจึงค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้ส่งสาร
ผู้มาเยือนไม่ใช่บุรุษแต่งกายด้วยชุดทหารธรรมดาอย่างที่ชาวบ้านหวาดกลัว แต่เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม สวมเสื้อคลุมกันหนาวเนื้อดีตัดเย็บอย่างประณีต ดวงตาเรียวเล็กแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์กวาดตามองรอบบริเวณร้านด้วยความรังเกียจเจือความอยากรู้อยากเห็น ขนาบข้างด้วยผู้ติดตามร่างสูงใหญ่สวมแว่นตากลมที่พยายามจดบันทึกทุกสิ่งทุกอย่างลงในสมุดปกหนัง
"ผู้ใดคือเจ้าของร้านอาหารไร้ชื่อแห่งนี้?" เสียงทุ้มห้วนเอ่ยถามขึ้นอย่างถือตัว
ลู่จ้านกั๋ว สามีผู้เงียบขรึมของนาง ก้าวออกมาจากมุมมืดของห้องครัว ร่างกายกำยำในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีเขียวทหารก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่ง ดวงตาคมกริบราวกับพยัคฆ์จับจ้องผู้มาเยือนนิ่งสนิท แรงกดดันจากสนามรบที่สะสมมานานนับปีแผ่ออกมาจนชายวัยกลางคนผู้นั้นถึงกับสะดุ้ง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
"ภรรยาผมเองครับ... เอ๊ย ผิดกฎ!" ซูอานเผลอคิดในใจอย่างขบขันเมื่อนึกถึงกฎของนักเขียน แต่ภายนอกนางแย้มยิ้มบางเบาอย่างสุภาพ
"ดิฉันหลินซูอานค่ะท่าน... ไม่ทราบว่าคำสั่งด่วนจากเมืองหลวงที่ท่านว่า มีเนื้อหาอันใดหรือเจ้าคะ ถึงทำให้ท่านผู้ทรงเกียรติถึงกับต้องเร่งรีบเดินทางมาถึงหมู่บ้านชนบทเล็กๆ เช่นนี้" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไพเราะ แต่แฝงความเย่อหยิ่งอันชอบธรรมจนอีกฝ่ายชะงัก
ชายอ้วนผู้นั้นปั้นหน้าขรึม หยิบกระดาษตราประทับสีแดงฉานออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เลื่อนสายตามองหน้าซูอานอย่างพิจารณา "ข้าคือ 'เฉินฮุ่ยหมิง' หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบเสบียงและวัฒนธรรมอาหารประจำมณฑลเหนือ... ได้รับรายงานว่า ร้านอาหารของเจ้ามีการใช้ 'วัตถุดิบต้องห้าม' และเผยแพร่วัฒนธรรมการกินที่ฟุ่มเฟือยเกินกว่ายุคสมัยจะรับไหว!"
คำกล่าวหานี้รุนแรงมากพอที่จะทำให้ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นกลัว ญาติห่างๆ ฝ่ายตระกูลหลี่ที่เคยกลั่นแกล้งนางต่างแอบยิ้มเยาะด้วยความสะใจในความโชคร้ายนี้
ทว่า หลินซูอานกลับไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับอย่างรู้ทัน นางกวาดสายตามองกระดาษในมือของเฉินฮุ่ยหมิง ก่อนจะเหลือบมองคราบเหงื่อที่ซึมอยู่ข้างขมับของอีกฝ่าย
*หิวสินะ... เดินทางมาไกลตั้งแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไรล่ะสิ สีหน้าแบบนี้ ท้องคงร้องโครกครากจนแทบจะกลืนน้ำลายไม่ลงแล้วกระมัง* ซูอานคิดในใจพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำขึ้น
"วัตถุดิบต้องห้ามหรือเจ้าคะ?" ซูอานทวนคำ น้ำเสียงเจือแววเย้าหยวน "ท่านหัวหน้าเฉิน ท่านเดินทางมาเหนื่อยยากนับร้อยลี้เพื่อกล่าวหาดิฉันเช่นนี้ เกรงว่าจะเสียแรงเปล่ากระมังเจ้าคะ... อาหารในร้านของดิฉันเป็นเพียงอาหารชาวบ้านธรรมดาที่ทำจากความจริงใจและความสามารถของสองมือ"
"สามหาว! เจ้ากล้าเถียงข้าหรือ!" เฉินฮุ่ยหมิงตบโต๊ะไม้เสียงดังลั่นจนถ้วยน้ำชาสั่นสะเทือน แต่ในวินาทีนั้นเอง สายลมวูบหนึ่งก็พัดพาเอา 'กลิ่น' บางอย่างโชว์หรี่เข้าจมูกของเขา
มันคือกลิ่นหอมของ 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วโบราณ' ที่เคี่ยวจนไขมันละลายกลายเป็นวุ้นใส หนังหมูนุ่มเด้งดึ๋งสีอำพันที่ซูอานเพิ่งตักขึ้นมาจากหม้อดินเผหลังร้านเมื่อครู่!
ท้องของเฉินฮุ่ยหมิงส่งเสียงร้อง 'โครกกกก' ออกมาอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงบ ใบหน้าที่เคยบึ้งตึงแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอาย ผู้ติดตามข้างกายรีบเบือนหน้าหนีเพื่อกลั้นหัวเราะ
ลู่จ้านกั๋วหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาขยับตัวเข้ามายืนบังภรรยาให้มิดชิดยิ่งขึ้น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอันทรงพลัง "ถ้าท่านมาเพื่อตรวจค้น ก็เชิญตรวจตามระเบียบ แต่ถ้าท่านมาเพื่อหาเรื่อง... เกรงว่ากองกำลังรักษาดินแดนแถบนี้คงต้องขอตรวจสอบ 'ใบอนุญาตพกพาอำนาจ' ของท่านเช่นกัน"
เฉินฮุ่ยหมิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมนั้นมันช่างรุนแรงเสียจนสมองส่วนเหตุผลของเขาถูกแช่แข็งไปหมดแล้ว อาหารในเมืองหลวงที่ขึ้นชื่อว่าเลิศรส เขาก็ชิมมาหมดแล้ว แต่ไม่มีจานไหนที่ส่งกลิ่นเย้ายวนใจถึงวิญญาณได้เท่ากับหม้อที่ตั้งอยู่หลังครัวของหญิงสาวชาวบ้านผู้นี้เลย
"เอ่อ... ความจริงแล้ว..." เฉินฮุ่ยหมิงปรับเปลี่ยนน้ำเสียงทันที รอยยิ้มจอมปลอมผุดขึ้นบนใบหน้าอ้วนท้วม "การตรวจสอบก็คือการตรวจสอบ... แต่ถ้าจะให้ยุติธรรม ข้าในฐานะผู้ตรวจสอบจำเป็นต้อง 'ชิม' เพื่อพิสูจน์รสชาติว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงจริงหรือไม่ ตามระเบียบใหม่ของกระทรวง!"
ชาวบ้านอ้าปากค้างกับความหน้าไม่อายของเจ้าหน้าที่รัฐผู้นี้ ส่วนหลินซูอานกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของนางใสดั่งกระดิ่งเงิน แต่แฝ้งความเยียบเย็นที่ทำให้เฉินฮุ่ยหมิงรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"ได้สิคะ... ในเมื่อท่านหัวหน้าเฉินมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูงส่งถึงเพียงนี้ ดิฉันย่อมต้องต้อนรับอย่างสมเกียรติ" ซูอานหันไปส่งสัญญาณให้ลู่จ้านกั๋วเล็กน้อย
ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขารู้ดีว่าภรรยาของเขากำลังจะใช้ 'อาวุธลับ' ชนิดใดในการจัดการกับขุนนางท้องถิ่นผู้กระหายอำนาจและอาหารจานนี้
ซูอานเดินหายเข้าไปในครัว ชั่วพริบตานั้น นางหยิบเอา 'เป็ดปักกิ่งอบน้ำผึ้ง' เนื้อกรอบนอกนุ่มในที่แช่แข็งไว้ในซูเปอร์มาร์เก็ตมิติออกมาอุ่นด้วยคลื่นพลังงานความร้อนสูง จัดเรียงใส่จานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามอย่างประณีต ราดด้วยน้ำซอสสูตรเข้มข้นที่ส่งควันกรุ่นสีขาวพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานร้าน
เมื่อจานอาหารล้ำค่านี้ถูกวางลงตรงหน้าเฉินฮุ่ยหมิง ดวงตาของขุนนางผู้ทรงอำนาจถึงกับเบิกกว้างจนแทบทะลักออกจากเบ้า
"นี่มัน... สีสันและกลิ่นแบบนี้ มันคือสิ่งใดกัน?!" เฉินฮุ่ยหมิงลืมสิ้นซึ่งข้อกล่าวหาและคำสั่งจากเมืองหลวง มืออ้วนสั่นเทาหยิบตะเกียบขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่
ซูอานโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม แต่อัดแน่นด้วยแรงกดดันที่ทำให้อีกฝ่ายแทบหยุดหายใจ "ทานให้อร่อยนะคะท่านหัวหน้า... เพราะหลังจากจานนี้หมดลง ดิฉันเกรงว่าท่านคงต้องตอบคำถามของสามดิฉันให้เคลียร์เสียก่อน ว่าใครกันแน่ที่เป็นผู้ส่งท่านมาหาเรื่องเราในวันนี้"
เฉินฮุ่ยหมิงชะงักค้าง ตะเกียบในมือสั่นระริก ขณะที่เขากำลังจะคีบเนื้อเป็ดเข้าปาก สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่ประตูร้าน ท่ามกลางหมอกหนาทึบยามเย็น
ร่างนั้นสวมชุดคลุมขนสัตว์ราคาแพง ใบหน้าคมคายดุดลที่ซูอานไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นในสถานที่กันดารเช่นนี้ ปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่ส่งตรงมายังนางโดยเฉพาะ
"เก่งมากแม่ครัวหลิน... แต่ดูเหมือนว่า 'แขกคนสำคัญตัวจริง' จะไม่ได้มาแค่คนเดียวเสียแล้วกระมัง" เฉินฮุ่ยหมิงหัวเราะในลำคออย่างน่ากลัว
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หลินฮวายุคปฏิรูป" มาโดยตลอดนะคะ!
ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 24
เมนูลับดึงดูดใจขุนนางท้องถิ่น
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!