ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่•ตอนที่ 32

แผนร้ายถูกเปิดโปง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนทำ ไป๋ชิงเหอ... แล้วเจ้าคิดว่าหลักฐานชิ้นนี้ จะเพียงพอให้คนในหมู่บ้านตระกูลหลี่ลากตัวเจ้าไปส่งสถานีตำรวจคอมมูน หรือจะต้องให้ข้ารินน้ำชาให้เจ้าดื่มแก้กระหายเสียก่อน ระหว่างรอเจ้าสารภาพความจริงทั้งหมดออกมา?" น้ำเสียงของหลินซูฮานราบเรียบเย็นเยียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในห้องครัวแคบๆ แข็งค้างลงในฉับพลัน กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่นางเพิ่งเคี่ยวเสร็จเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยไอเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตากลมโตคู่นั้น ไป๋ชิงเหอถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับตู้ไม้ใส่ถ้วยชาม เสียงกระเบื้องกระทบกันดังแกร็ก สะท้อนความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านจนถึงขีดสุด ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความอิจฉาริษยา บัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษสา ริมฝีปากสั่นระริกจนแทบเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ ดวงตาของหญิงสาวเหลือบมองไปที่โต๊ะไม้กลางห้อง บนนั้น... ไม่มีกระดาษหรือสมุดบันทึกใดๆ วางอยู่เลย มีเพียงจอภาพสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรืองแสงจางๆ ที่ลอยอยู่กลางอากาศ—เทคโนโลยีล้ำยุคจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติที่มนุษย์ในยุค 1970 ไม่มีวันจินตนาการถึง บนหน้าจอนั้นกำลังฉายภาพเหตุการณ์เมื่อยามดึกสงัดได้อย่างชัดเจนราวกับมีคนถือกล้องตามถ่าย ภาพของหญิงสาวร่างผอมเกร็ง แอบย่องเข้ามาทางหน้าต่างหลังบ้าน มือสั่นเทาที่ถือห่อกระดาษสีน้ำตาลบรรจุผงสีขาวพิษร้ายแรง และจังหวะที่นางบรรจงเทมันลงไปในไหเกลือสำหรับทำอาหารของครอบครัวหลี่ ทุกวินาที ทุกมุมมอง ถูกบันทึกไว้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีช่องว่างให้แก้ตัวแม้แต่น้อย "เจ้า... เจ้าพูดเรื่องอะไร... ข้าไม่เห็นเข้าใจ..." ไป๋ชิงเหอเสียงสั่นเครือ พยายามเค้นเสียงปฏิเสธทั้งที่หยาดเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย นางกําหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือเพื่อเรียกสติ "ไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ?" ซูฮานก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ ทุกย่างก้าวราucuวเสียงฝีเท้าของยมทูต นางโน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "ผงสารหนูราคาแพงเช่นนี้ ในสหกรณ์供销社 (ก่งเสียซè) ของตำบลไม่มีขายหรอกนะ ไป๋ชิงเหอ... มันเป็นยาเบื่อหนูนำเข้าจากเมืองหลวง ที่ญาติฝั่งแม่ของเจ้าเพิ่งส่งมาให้เมื่อเดือนก่อนไม่ใช่หรือ? น่าเสียดายจริงๆ ที่เจ้าฉลาดน้อยไปหน่อย... ถึงไม่รู้ว่า หน้าต่างบานนั้นของบ้านข้า ต่อให้เจ้าไม่เปิดมัน ลมก็ยังพัดกลิ่นความชั่วร้ายของเจ้าลอยมาเตะจมูกข้าตั้งนานแล้ว" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้ไป๋ชิงเหอเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดินอัดแน่น เสียงสะอื้นไห้หลุดลอดออกมาจากลำคอพร้อมกับความหวาดกลัวที่กัดกินจิตใจ นางไม่เข้าใจว่าหลินซูฮานรู้ได้อย่างไร นางระมัดระวังตัวที่สุดแล้วในตอนที่ลงมือ แต่วิธีการที่อีกฝ่ายใช้คาดคั้นมันราวกับปีศาจที่ล่วงรู้ทุกความเคลื่อนไหว ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง ประตูรั้วไม้ไผ่ด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของลู่จ้านกั๋วในชุดเสื้อแจ็คเก็ตทหารสีเขียวเข้มที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำค้างยามดึก เขากวาดสายตาคมกริบมองภาพตรงหน้าเพียงแวบเดียว สัญชาตญาณของนายทหารผู้ผ่านสนามรบก็บอกเขาทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ลู่จ้านกั๋วไม่ได้เอ่ยถามคำถามโง่ๆ เขาก้าวเข้ามายืนบังหน้าภรรยาตัวน้อยโดยสัญชาตญาณ แม้ว่าซูฮานจะเก่งกาจและจัดการปัญหาได้ด้วยตัวเองเสมอ แต่สำหรับเขา... นางคือคนสำคัญที่ต้องได้รับการปกป้องจากอันตรายทั้งปวง ร่างสูงใหญ่ทอดสายตาดุดันมองหญิงสาวที่นั่งตัวสั่นอยู่บนพื้น แรงกดดันจากทหารผ่านศึกแผ่ซ่านจนไป๋ชิงเหอแทบหายใจไม่ออก "เกิดอะไรขึ้น?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามขึ้น ทำลายความเงียบงัน ซูฮานเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี รอยยิ้มเย็นชาเมื่อครู่พลันมลายหายไป เปลี่ยนเป็นแววตาอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง นางยื่นมือไปจับชายเสื้อทหารของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่านางควบคุมสถานการณ์ได้ "ไม่มีอะไรมากค่ะพี่จ้านกั๋ว แค่มีแมลงตัวเล็กๆ แอบเข้ามาในครัวของเราเพื่อพยายามจะวางยาพิษให้ครอบครัวเราอดตาย แต่ดูเหมือนว่า... มันจะลืมคิดไปว่า เจ้าของบ้านเขามีหูตาที่ยาวไกลกว่าที่คิด" ดวงตาของลู่จ้านกั๋วดำมืดลงในทันที รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก้มมองไปที่จอภาพมิติลอยได้ที่ยังคงฉายภาพหลักฐานมัดตัวแน่นหนา ก่อนจะแค่นเสียง in your throat ออกมาคำหนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของเสือ "กล้าดีนี่..." ลู่จ้านกั๋วก้าวเข้าไปใกล้ไป๋ชิงเหอ ชายหนุ่มย่อตัวลงใช้มือหนากระชากปกเสื้อของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้า "คนที่กล้าแตะต้องภรรยาของลู่จ้านกั๋ว ไม่มีใครเคยตายดีสักคน... พาตัวไปที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเดี๋ยวนี้!" ไป๋ชิงเหอเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หากเรื่องนี้หลุดไปถึงผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านทั้งหมู่บ้าน ชื่อเสียงของนางในยุคสมัยนี้จะป่นปี้ไม่มีชิ้นดี นางจะกลายเป็นคนบาปที่ถูกประณามหยามเหยียดจนต้องเอาปี๊บคลุมหัว และอาจถูกเนรเทศออกจากหมู่บ้านไปตลอดชีวิต "ไม่นะ! อย่า! พี่จ้านกั๋ว! ข้าถูกบังคับ! มีคนบงการข้า!" ไป๋ชิงเหอกรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม นางพยายามดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อหลุดพ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม ซูฮานหรี่ตามองเล็กน้อย ท่าทีลนลานจนเกินเหตุและความหวาดกลัวที่เจือความลับบางอย่าง ทำให้เชฟสาวจับสังเกตได้ทันทีว่า ไป๋ชิงเหอไม่มีความกล้าพอที่จะวางแผนซับซ้อนขนาดนี้ด้วยตัวคนเดียว ด้านหลังของนังสารเลวคนนี้... ยังมี "ตัวการใหญ่" ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังอีกทอดหนึ่งอย่างแน่นอน "เดี๋ยวก่อนค่ะพี่จ้านกั๋ว..." ซูฮานเอ่ยปากห้ามสามีไว้เบาๆ นางเดินเข้ามาใกล้หญิงสาวที่กำลังสั่นเทา ย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกัน ปลายนิ้วเรียวสวยเชยคางของไป๋ชิงเหอขึ้น บังคับให้นางต้องสบตากับแววตานิ่งสนิทที่อ่านไม่ออกของตน "เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ? มีคนบงการอย่างนั้นหรือ..." ซูฮานกระซิบถามเสียงแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของซาตานจากขุมนรก "ไหนลองบอกข้าซิ... ว่าใครคือคนที่กล้าเอาอนาคตของเจ้ามาเป็นเบี้ยล่าง เพื่อแลกกับยาพิษราคาแพงห่อนี้?" ไป๋ชิงเหอหอบหายใจถี่กระชั้น ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกด้วยความกลัวผสมผสานกับความลังเล นางเหลือบมองซูฮานสลับกับลู่จ้านกั๋ว ก่อนจะตัดสินใจเปิดปากพูดชื่อบุคคลที่นางได้รับคำสั่งมา ออกมาด้วยน้ำเสียงที่ขาดห้วง "คนที่สั่ง... คนที่บอกให้ข้าทำลายพวกเจ้า... คือ..." ยังไม่ทันที่พยางค์สุดท้ายจะหลุดออกจากริมฝีปากของไป๋ชิงเหอ เสียงก้อนอิฐที่ถูกขว้างทะลุกระจกหน้าต่างเข้ามาอย่างแรงก็ดัง "เพล้ง!" สนั่นหวั่นไหว เศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับเงาร่างลึกลับในชุดดำที่พุ่งพรวดเข้ามาทางหน้าต่าง คว้าตัวไป๋ชิงเหอแล้วใช้มีดสั้นจ่อคอหอยในพริบตา! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้หลินฮวายุคปฏิรูปเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ซูเปอร์มาร์เก็ตมิติยุค 70: แม่ครัวยอดฝีมือป่วนหมู่บ้านตระกูลหลี่ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%