"ถ้าโครงสร้างรับน้ำหนักตรงนี้ถูกตัดออกสiબเปอร์เซ็นต์อย่างที่คุณว่าตึกหลังนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับกองการ์ดที่รอวันพังลงมาทับหัวคนฟังหรอกครับ คุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของเพลิงกัลป์ดังขึ้นกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ จนพนักงานฝ่ายออกแบบที่กำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์งานอยู่รอบนอกต้องสะดุ้งเฮือก พร้อมใจกันเงยหน้าขึ้นมามองต้นเสียงเป็นตาเดียว บรรยากาศรอบโต๊ะเขียนแบบตัวใหญ่กลางห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษไขและโมเดลจำลองสามมิติกำลังคุุกกรุ่นไปด้วยไอความร้อนจากสายตาคู่คมที่ปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนท้าทาย เขากวาดมือเรียวที่เปื้อนฝุ่นดินสอ 2B ไปบนแปลนกระดาษร่างเส้นสีฟ้าอย่างไม่ยี่หสอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับวิศวกรหนุ่มสุดเนี้ยบที่ยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม
"มันจะพังก็ต่อเมื่อคนคำนวณมันหัวโบราณและไร้จินตนาการต่างหากล่ะครับ คุณเพลิงกัลป์" ธันวาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความเยาะหยันที่อีกฝ่ายเกลียดนักหนา "สถาปัตยกรรมไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ในกรอบเหล็กสี่เหลี่ยมทึบตันนะ ถ้าคุณกลัวความเสี่ยงจนไม่กล้าแม้แต่จะฉีกกฎเดิมๆ งั้นผมแนะนำให้คุณกลับไปนั่งคำนวณคานตึกแถวธรรมดาจะดีกว่าครับ ไม่ควรมาเสียเวลากับโปรเจกต์ระดับแลนด์มาร์กแบบนี้เลย"
สิ้นคำพูดนั้น แรงกดดันในอากาศก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือดทันที
เพลิงกัลป์ไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวออกมาทางสีหน้า เขาไม่เคยสติหลุดกลางที่สาธารณะ ทว่าดวงตาสتิลลิ่งคมกริบคู่นั้นกลับหรี่แคบลง รังสีความเยือกเย็นแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวช้าๆ อ้อมโต๊ะเขียนแบบเข้ามาประชิดฝั่งที่ธันวายืนอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่หายใจของธันวาลดแคบลงอย่างกะทันหัน
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ..." เพลิงกัลป์โน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ จนธันวาต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะเขียนแบบเต็มแรง "จำไม่ได้หรือไงครับว่าสมัยปีสาม คุณเคยโดนผมสับเละคาโปรJect Final มาแล้วเพราะความ 'เพ้อฝัน' แบบนี้น่ะ"
ธันวาเม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความโมโหไม่ใช่เพราะความกลัว การถูกขุดเรื่องเก่าขึ้นมาพูดต่อหน้าความทรงจำที่น่าหงุดหงิด ยิ่งทำให้ไฟในอกลุกโชน
"นั่นมันอดีตครับ!" ธันวายื่นมือไปผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่เพลิงกัลป์กลับไม่มีทีท่าจะขยับหนี ซ้ำยังถือวิสาสะใช้ปลายนิ้วแกร่งแตะลงบนปลายดินสอในมือของเขา บังคับให้แปลนออกแบบในมือหันกลับมาทางวิศวกรหนุ่มเต็มๆ
"งั้นก็ดูปัจจุบันให้ดีๆ ครับ คุณสถาปัตยกรรมจอมเพ้อเจ้อ..." เพลิงกัลป์กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียนจนธันวาขนลุกชัน "เส้นโค้งที่คุณวาดเนี่ย ถ้าไม่มีเสารับน้ำหนักตรงนี้มารองรับ แรงเฉือนจากลมภายนอกจะตีกลับเข้าตัวอาคารเต็มๆ และคนแรกที่จะโดนสะเก็ดกระจกตึกถล่มใส่ก็คือคุณที่นั่งทำงานอยู่ชั้นบนสุดนั่นแหละครับ"
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที สมองที่เคยแล่นเร็วจี๋สะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่า นัยน์ตาคมกราบของเพลิงกัลป์ไม่ได้มองแปลนกระดาษเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องลึกลงมาในดวงตาของธันวา ราวกับกำลังสำรวจความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีพยศนั้นอย่างละเอียด
มันเป็นสายตาที่อันตราย... อันตรายเสียยิ่งกว่าโครงสร้างตึกที่เขากำลังเถียงกันเสียอีก
"ผม... ผมดูแลตัวเองได้น่า ไม่ต้องมาห่วง" ธันวาเสียงแผ่วลงไปเล็กน้อยอย่างไม่ทันตั้งตัว ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอนเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนเกินขอบเขตของเพื่อนร่วมงานทั่วไป
"ผมไม่ได้ห่วงคุณ" เพลิงกัลป์สวนกลับทันควัน มุมปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ "ผมแค่ไม่อยากให้ผลงานระดับ Masterpiece ของผมต้องมีรอยเลือดของสถาปนิกปากดีมาเปื้อนก็เท่านั้น"
"คุณเพลิงกัลป์! นี่คุณ..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังเปลี่ยนรสชาติไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งสองคนผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ธันวารีบก้าวถอยหลังไปตั้งหลักที่อีกมุมหนึ่งของโต๊ะอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องแสร้งก้มลงจัดกระดาษบนโต๊ะกลบเกลื่อนความพิรุธ
ประตูกระจกถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดสูททำงานเนียบกริบที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อย
"ขอโทษนะคะที่ต้องขัดจังหวะการประชุมค่ะ... คุณธันวาคะ ทางท่านประธานใหญ่เพิ่งส่งอีเมลแจ้งด่วนลงมา แจ้งว่าโปรเจกต์นี้จะถูกส่งให้คณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบโครงสร้างใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น... และ..." เลขานุการสาวกลืนน้ำลายลงคออึกลึก ก่อนจะมองหน้าวิศวกรและสถาปนิกสลับกันไปมา "และท่านส่ง 'ที่ปรึกษาพิเศษ' คนใหม่มาประกบพวกคุณสองคนโดยเฉพาะค่ะ เขาเพิ่งมาถึงล็อบบี้ข้างล่างนี้แล้วค่ะ"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ส่วนเพลิงกัลป์กลับหรี่ตาลงทันทีราวกับรับรู้ลางสังหรณ์บางอย่าง
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องประชุมด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
ดวงตาทั้งสองคู่ของธันวาเบิกกว้างขึ้นทันทีที่เห็นหน้าผู้มาใหม่ชัดๆ
...ให้ตายเถอะ นี่มันเวรกรรมอะไรกัน ถึงได้ส่ง 'คนคนนั้น' ให้กลับมาในเวลานี้ได้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ดาร์กไนท์" เสมอมานะครับ
เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูตัวฉกาจ•ตอนที่ 2
สงครามบนโต๊ะเขียนแบบ
ผลงานโดย ดาร์กไนท์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูตัวฉกาจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
