เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูตัวฉกาจ•ตอนที่ 3

กฎเหล็กของความเกลียดชัง

ผลงานโดย ดาร์กไนท์
ก๊อก ๆ! เสียงเคาะกระจกฝั่งคนขับดังขึ้นสามครั้งติด ตัดขาดห้วงความคิดฟุ้งซ่านของธันวาให้หลุดออกจากวังวนแห่งความหงุดหงิดที่เกาะกุมมาตลอดสองชั่วโมงเต็ม ภายในห้องโดยสารของรถยนต์เอสยูวีคันโตอัดแน่นไปด้วยความอึดอัด ชนิดที่ต่อให้เปิดแอร์เบอร์แรงแค่ไหนก็ไม่อาจช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มในอกลงได้เลย ธันวาปรายตามองผ่านกระจกฟิล์มมืดสนิท ใบหน้าคมคายของเพลิงกัลป์ที่ยืนกอดอกอยู่ด้านนอก ปรากฏชัดเจนภายใต้แสงไฟนีออนสีส้มสลัวของปั๊มน้ำมันริมทางหลวง เส้นทางสู่ไซต์งานก่อสร้างต่างจังหวัดในค่ำคืนนี้ ช่างยาวนานและทรมานกว่าที่เขาคาดคิดไว้หลายเท่าตัวนัก ร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มผลักประตูลงไปเผชิญหน้า ลมยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าคมจนเส้นผมสีเข้มปลิวไหว ธันวาเสยผมลวก ๆ ด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบใส่คนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว "ถ้าคุณจะจอดรถพักอย่างไร้สาระแบบนี้อีกรอบ ผมแนะนำให้นั่งวินมอเตอร์ไซค์กลับกรุงเทพฯ ไปเองเลยดีกว่าครับ คุณเพลิงกัลป์" ธันวาเปิดฉากปะทะทันที น้ำเสียงเจือความประชดประชันอย่างไม่คิดจะปิดบัง เพลิงกัลป์ไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือน ร่างหนาในชุดช่างเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นสมส่วนตามวิชาชีพวิศวกรโครงสร้าง เจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท สายตาคมปลาบกวาดมองสถาปนิกตัวแสบตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระอา "ถ้าผมไม่แวะปั๊ม คุณคงนั่งหน้าบูดสมองตายคาเบาะรถผมไปแล้วล่ะครับ คุณธันวา... อีกอย่าง เลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นฆาตกรต่อเนื่องสักที เราต้องทำงานร่วมกันอีกสามวันเต็ม กรุณาแยกแยะระหว่าง 'งาน' กับ 'ความแค้นส่วนตัว' ด้วย" "ใครแค้นคุณ ทุเรศมาก!" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบ "จำไว้เลยนะวิศวกรอย่างคุณน่ะมันน่ารำคาญตั้งแต่สมัยมหา’ลัยจนถึงตอนนี้ ตั้งแต่ก้าวขึ้นรถคันนี้มา ผมอุตส่าห์สงบปากสงบคำไว้ได้ตั้งสองชั่วโมง นั่นคือขีดจำกัดความอดทนของผมแล้ว!" "ดี..." เพลิงกัลป์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ระยะห่างที่ใกล้จนเกินพอดีทำให้ธันวาต้องผะงกหัวถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับตัวรถพอดิบพอดี ดวงตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย "ในเมื่อคุณหมดความอดทน งั้นเรามาตกลง 'กฎเหล็ก' ระหว่างทางกันให้ชัดเจน จะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกันให้เสียเวลาทำงาน" "กฎอะไรของคุณ?" ธันวาหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะไปชั่ววูบเพราะระยะประชิดนี้ แต่เขาก็ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด "ข้อหนึ่ง..." เพลิงกัลป์ยกนิ้วขึ้นมานับทีละข้อ น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบถูกส่งออกมาอย่างเป็นทางการ "ห้ามก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันเด็ดขาด ข้อสอง ห้ามใช้อารมณ์เหนือเหตุผลในการตัดสินใจหน้างาน และข้อสาม..." วิศวกรหนุ่มเว้นจังหวะไปนิด ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างถือดีของคนตรงหน้า ก่อนจะกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มขนลุกซู่ "ห้ามทำหน้าตาน่ารักเวลาเถียงแพ้... มันเสียสมาธิคนขับรถ" "ไอบ้าเพลิงกัลป์!" ธันวาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินที่พุ่งทะยานขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ มือเรียวผลักอกแกร่งเต็มแรงจนอีกฝ่ายผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "ใครน่ารัก มโนไปเองหรือไง! โรคจิต!" "ผมพูดความจริงต่างหาก" เพลิงกัลป์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ธันวาเกลียดนักเกลียดหนาเพราะมันมักจะทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะเสมอ "เอาล่ะ หมดเวลาพักผ่อนแล้วคุณสถาปนิก ขึ้นรถครับ หน้างานรอเราอยู่" ตลอดระยะเวลาการเดินทางที่เหลือ บรรยากาศภายในรถเงียบงันยิ่งกว่าเดิม ธันวาหันหน้ามองวิวข้างทางผ่านกระจก ปล่อยให้ความมืดมิดกลืนกินความรู้สึกวุ่นวายในอก สมองพยายามทบทวนแบบแปลนโครงการรีสอร์ตริมผาที่จะต้องไปตรวจรับในวันพรุ่งนี้ แต่ภาพใบหน้าและรอยยิ้มกวนประสาทของเพลิงกัลป์กลับแทรก3เข้ามาในหัวตลอดเวลา ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้คือภัยคุกคามต่อความสงบสุขในชีวิตเขาชัด ๆ รถเอสยูวีเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทหน้า "รีสอร์ตภูพญา" รีสอร์ตขนาดกลางที่กำลังก่อสร้างโค้งสุดท้ายบนเนินเขาสูง บรรยากาศรอบด้านเงียบสงบและวังเวงเนื่องจากยังไม่เปิดให้บริการ มีเพียงแสงไฟจากสำนักงานชั่วคราวด้านหน้าเท่านั้นที่ส่องสว่าง "ถึงแล้วครับ ลงมาสำรวจหน้างานคร่าว ๆ ก่อนเข้าพัก" เพลิงกัลป์เปิดประตูลงไปก่อน ธันวาจึงจำใจต้องก้าวตามลงไป ลมหนาวบนยอดเขาพัดกรรโชกแรงจนธันวาต้องยกมือขึ้นกอดตัวเอง ร่างโปร่งเดินตามหลังวิศวกรหนุ่มเข้าไปยังโซนตัวอาคารหลักที่โครงสร้างปูนเปลือยตัดกับความมืดของราตรี สายตานักออกแบบกวาดมองโครงสร้างรอบตัวด้วยสัญชาตญาณ ทันใดนั้น ฝีเท้าของเพลิงกัลป์ก็หยุดชะงักกะทันหัน จนธันวาที่เดินเหม่อเกือบพุ่งชนแผ่นหลังกว้าง "หยุดทำไมเนี่ย เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ—" "ชูส์..." เพลิงกัลป์ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเป็นเชิงห้ามปราม สีหน้าสุขุมเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกวาดมองไปในความมืดบริเวณระเบียงชั้นสองของอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ธันวาขมวดคิ้วด้วยความฉงน "เป็นอะไรของคุณ มีตัวอะไร—" "อย่าเพิ่งส่งเสียง..." เพลิงกัลป์ดึงแขนธันวาให้หลบเข้าไปหลังเสาปูนต้นใหญ่ แรงดึงกะทันหันทำให้ร่างของสถาปนิกหนุ่มเซเข้าไปกระแทกกับอกแกร่งอย่างจัง มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาปิดปากธันวาไว้แน่น ขณะที่อีกข้างโอบเอวสอบรั้งไว้ไม่ให้ขยับ ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจเต้นโครมคราม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดอยู่ข้างแก้ม เขากำลังจะอ้าปากกัดมืออีกฝ่าย แต่เสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงพูดคุยแผ่วเบาจากชั้นสองก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน *"...เฮ้ย มึงแน่ใจนะว่าไม่มีใครมาตรวจวันนี้วะ นายทุนสั่งมาว่าให้เคลียร์เรื่องคานปูนให้เรียบร้อยก่อนพวกวิศวกรกรุงเทพฯ จะมาเห็นรอยร้าว..."* สิ้นเสียงนั้น เพลิงกัลป์ก้มลงกระซิบชิดริมหูของธันวา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหูจนสถาปนิกหนุ่มขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ดูเหมือนว่า... เราจะได้เจอของดีเข้าให้แล้วล่ะครับคุณธันวา" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้ แล้วเตรียมตัวไปลุยหน้างานเดือด ๆ ในตอนหน้าด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดาร์กไนท์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ชื่อว่าศัตรูตัวฉกาจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%