พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 7

เบื้องหลังลิฟต์แก้วชั้นลบ

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"ถ้าเธอยังดึงคันโยกควบคุมแรงดันอากาศนั้นต่ออีกเพียงแค่สามมิติเซนติเมตร แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางจะฉีกร่างของเธอกลายเป็นอนุภาคควาร์กทันทีนะกวิน... ถอยมือออกจากตรงนั้นซะ" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราใบมีดผ่าตัดของอาจารย์อลิสา ดังแทรกเสียงคำรามต่ำของโครงสร้างเหล็กกล้าที่บิดตัวลั่นเอี๊ยดอาร์าด กวินชักมือกลับตามสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองแผงหน้าปัดอนาล็อกผสมดิจิทัลตรงหน้า ซึ่งเข็มวัดระดับพลังงานวิญญาณกำลังสั่นระริกเกินขีดจำกัดสีแดง พวกเขากำลังยืนอยู่ ณ จุดที่เรียกว่า "เขตสุญญากาศเชิงโครงสร้าง" หรือที่บันทึกภายในของบริษัทเรียกว่า "ชั้น -13" — ชั้นใต้ดินที่ถูกลบออกจากแปลนสถาปัตยกรรมทุกฉบับ และไม่มีตัวตนอยู่บนหน้าปัดของลิฟต์แก้วโดยชอบธรรม เบื้องหน้าของทั้งสองคือโถงทางเดินยาวเหยียดที่ถูกเคลือบด้วยชั้นน้ำแข็งแห้งสีครามจางๆ ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะถูกกัดเซาะด้วยร่องรอยของพลังงานมิติที่รั่วไหล ไอน้ำเย็นจัดพวยพุ่งทุกครั้งที่ก้าวเดิน ราวกับลมหายใจของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่กำลังจำศีลอยู่ใต้พื้นดินลึกหลายร้อยเมตร กวินกระชับแฟ้มเอกสารในมือซ้ายแน่น ในขณะที่มือขวาปลดล็อกสลักอุปกรณ์ตรวจวัดความหนาแน่นมิติที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเอง "ผมไม่ได้ดึงครับอาจารย์... แรงดึงดูดจากข้างใต้ต่างหากที่กำลังพยายามกระชากแผงควบคุมนี้เข้าหาตัวมันเอง" กวินตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววครุ่นคิดอย่างรอบคอบ "ตามทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัมตึกสำนักงาน แรงโน้มถ่วงในแนวดิ่งไม่ควรมีค่าเป็นลบจนสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขั้วตรงข้ามได้ เว้นเสียแต่ว่า..." "เว้นเสียแต่ว่า มีบางอย่างที่มีมวลสารมหาศาลกำลังใช้ชั้นนี้เป็นจุดศูนย์กลางแรงโน้มถ่วง" อาจารย์อลิสาต่อประโยคให้ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสง่างาม ชุดคลุมกันหนาวสีดำสนิทพลิ้วไหวตามแรงลมประหลาดที่หมุนวน ปลายนิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบื้องหน้า เกิดเป็นอักขระเวทโบราณสีทองเรืองแสงจางๆ เพื่อสร้างเกราะป้องกันสนามพลังงานรอบตัว "เตรียมตัวให้พร้อมกวิน เราไม่ได้มาสำรวจเพื่อหาเบาะแสเรื่องพี่ชายของเธออย่างเดียวแล้วล่ะ... มีคนกำลังต้อนเราเข้ามุม" สิ้นคำพูดของหญิงสาว เสียงฝีเท้าที่หนักหน่วงและสม่ำเสมอก็สะท้อนก้องมาจากความมืดมิดปลายโถงทางเดิน *ตึง... ตึง... ตึง...* เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันคือเสียงโลหะกระแทกกับพื้นคอนกรีต ราวกับเครื่องจักรไอน้ำรุ่นโบราณที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกเฟืองเหล็กและพลังงานวิญญาณดิบ กวินหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ด้วยตรรกะและสัญชาตญาณ เขารู้ดีว่าการวิ่งหนีในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้มีแต่จะนำไปสู่ทางตัน กฎข้อแรกของการเอาตัวรอดในตึกสำนักงานผีสิงแห่งนี้คือการทำความเข้าใจ "กฎ" ของอาณาเขตนั้นๆ "อาจารย์ครับ ทางแยกซ้ายมือห่างไปสิบเมตรมีโครงสร้างท่อระบายอากาศเก่า ถ้าร1เราสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของมันด้วยคลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้าจากเครื่องมือนี้ เราน่าจะซื้อเวลาได้สี่สิบห้าวินาที" กวินเอ่ยเสนอแผนอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองของเขาทำงานอย่างเป็นระบบราวกับคอมพิวเตอร์ประมวลผล อาจารย์อลิสาเหลือบมองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกชื่นชม "รอบคอบและใจเย็นสมเป็นเธอดี... งั้นก็จัดการเลย ฉันจะคุ้มกันแนวหลังให้เอง" กวินไม่รอช้า เขาดีดตัวพุ่งไปที่แผงควบคุมฉุกเฉิน เปิดฝาครอบนิรภัยออกแล้วกดรหัสปลดปล่อยประจุไฟฟ้าสถิต เสียงช็อตดังเปรี๊ยะปร๊ะ ท่ามกลางประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบที่สาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มขนาดใหญ่ของ "สิ่งนั้น" ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ร่างของมันสูงใหญ่เกือบสามเมตร มีระยางค์เหล็กยื่นออกมาจากแผ่นหลังนับสิบชิ้น และที่น่ากลัวที่สุดคือ ดวงตาสีแดงฉานนับร้อยดวงที่เรียงรายกันอยู่บนหัวที่ไม่มีรูปร่างชัดเจน แต่วินาทีที่ประจุไฟฟ้าถูกปล่อยออกไปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สิ่งประหลาดนั้นกลับหยุดชะงัก มันไม่ได้สนใจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างที่กวินคำนวณไว้แม้แต่น้อย เงาทะมึนนั้นเงยศีรษะขึ้นช้าๆ ส่งเสียงคำรามแหบพร่าที่สั่นสะเทือนไปถึงแก้วหู ก่อนที่มันจะเปล่งเสียงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยอย่างน่าขนลุก... น้ำเสียงของมนุษย์ที่กวินไม่ได้ยินมานานนับปี *"กวิน... น้องรัก... นายมาช้าไปสามปีเต็มนะ"* มือที่กำลังถืออุปกรณ์ตรวจวัดของกวินแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลืมกฎและทฤษฎีฟิสิกส์ไปชั่วขณะ ในจังหวะเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ข้อมือซ้ายของกวินก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวอย่างเยือกเย็น [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนของเป้าหมายระดับ SSS - "ผู้ดูแลชั้น -13 ร่างต้นฉบับ"] [คำเตือน: เจ้าของรหัสประจำตัวพนักงาน 001 กำลังเชื่อมต่อกับจิตสำนึกของคุณ] [เงื่อนไขภารกิจลับถูกกระตุ้น: ประตูมิติชั้นลบเปิดออกอย่างสมบูรณ์... และผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงาดำนั้น ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากพี่ชายแท้ๆ ของคุณที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้ว] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%