"รอยร้าวบนผนังตรงมุมเสานั่น... มันไม่ได้เกิดจากการทรุดตัวของอาคารตามธรรมชาติแน่นอนครับ"
กวินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องปฏิบัติการร้างชั้น 4 บรรยากาศรอบตัวถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในลำแสงสลัวจากหน้าต่าง แสงไฟฉายแรงดันสูงในมือของเขาฉายส่องตรงไปยังรอยแตกรูปทรงแปลกประหลาดบนผนังคอนกรีตหนา รอยร้าวเหล่านั้นไม่ได้แตกสลายอย่างไร้ทิศทาง หากแต่เรียงตัวกันเป็นวงกตเรขาคณิต คล้ายกับเส้นเลือดฝอยที่กำลังสูบฉีดบางสิ่งบางอย่างภายใต้โครงสร้างอันแข็งแกร่งของตึก
อาจารย์อลิสาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เบากราวกับไร้น้ำหนัก ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมกวาดมองลวดลายบนผนังอย่างพินิจพิจารณา นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีดำแตะลงเบาๆ บนพื้นผิวปูนที่เย็นเฉียบ ก่อนที่เธอจะดึงมือกลับทันทีราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต
"ไม่ใช่แค่รอยร้าวธรรมดาหรอกครับ... กวิน" อาจารย์อลิสากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความตึงเครียดที่สัมผัสได้ "นี่คือร่องรอยของการ 'ถักทอ' โครงสร้างทางกายภาพเข้ากับอาคมสายมิติระดับสูง ปูนซีเมนต์เหล่านี้ไม่ได้ถูกหล่อขึ้นมาจากโรงงาน แต่พวกมันถูก 'เลี้ยง' ให้เติบโตขึ้นมาจากพลังงานดิบของความกลัวและความทรงจำที่ตกค้างในตึกนี้"
คำพูดนั้นทำให้กวินต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ สมองอันปราดเปรื่องของเขาเริ่มประมวลผลข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์เข้าด้วยกันตามทฤษฎีที่เขาและเธอร่วมกันศึกษามาตลอดหลายสัปดาห์ หากตึกสำนักงานแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กไร้วิญญาณ แต่มันคือสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่มีระบบประสาทเป็นสายเคเบิล และมีผนังปูนเป็นผิวหนัง... เช่นนั้นแล้ว การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของพี่ชายเขาเมื่อหลายปีก่อน ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุอีกต่อไป
"ถ้าผนังตึกมีชีวิต..." กวินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาหลังเลนส์แว่นหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "นั่นหมายความว่าเสียงกระซิบที่เราได้ยินจากท่อระบายอากาศเมื่อคืนก่อน ไม่ใช่เสียงสะท้อนของลม แต่เป็นเสียง 'เต้นของหัวใจ' ของโครงสร้างอาคารแห่งนี้สินะครับ"
"ถูกต้องครับ" เสียงของอาจารย์อลิสาเข้มขึ้นเล็กน้อย เธอหันมาสบตากับเขา แววตาของหญิงสาวสะท้อนความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น "และยิ่งพวกเราพยายามเข้าใกล้ใจกลางมิติชั้นลบมากเท่าไหร่ ผนังเหล่านี้ก็จะยิ่งพยายาม 'กลืนกิน' ตัวตนของเราให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตึก เพื่อไม่ให้ความลับเรื่องการมีชีวิตของมันถูกเปิดเผยออกไป"
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อุณหภูมิภายในห้องลดลงฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เสียง 'ครืน...' ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านในของกำแพงปูน ราวกับมีสัตว์ประหลาดมหึมาตื่นขึ้นจากการจำศีล รอยร้าวรูปทรงเรขาคณิตบนผนังเริ่มขยายตัวกว้างขึ้น ของเหลวสีดำหนืดข้นคล้ายน้ำมันเครื่องไหลซึมออกมาจากรอยแยก ส่งกลิ่นเหม็นอับชื้นที่ชวนให้คลื่นไส้
"ระวังตัวด้วยครับ!" กวินตะโกนลั่น พร้อมกับกระชากแขนของอาจารย์อลิสาให้ถอยร่นออกมาจากรัศมีของกำแพงที่กำลังขยับเขยื้อน
ผนังปูนหนาทึบเริ่มบิดเบี้ยวและพับเข้าหากันด้วยความเร็วที่ขัดต่อสามัญสำนึกทางฟิสิกส์ ก้อนอิฐและเศษปูนหลุดร่วงลงมาประดุจฝนหิน ขณะที่โครงสร้างเหล็กเส้นภายในเริ่มบิดตัวส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหู มันไม่ใช่การพังทลาย แต่เป็นการ 'แปรสภาพ' เพื่อสร้างเป็นกรงขังขนาดยักษ์ปิดตายทางออกทุกเส้นทางในห้องนี้
อาจารย์อลิสาไม่รอช้า เธอยกมือขึ้นวาดกลางอากาศเป็นวงกลม อักขระโบราณสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้ว ก่อนจะถูกซัดออกไปปะทะกับคลื่นปูนที่พุ่งเข้าใส่ แรงกระแทกสร้างประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วห้อง แรงอัดมหาศาลผลักทั้งสองคนกระเด็นไปชนกับโต๊ะทำงานเก่า ทว่าอคมป้องกันของอาจารย์สาวก็สามารถต้านทานแรงกดทับจากโครงสร้างตึกไว้ได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด
"อาจารย์ครับ! วงจรเวทเมื่อครู่กำลังสูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว!" กวินร้องเตือนขณะมองไปที่อักขระสีทองที่เริ่มริบหรี่ลงทุกที "พลังงานของตึกนี้กำลังดูดซับมานาจากอาคมของเราไปหล่อเลี้ยงตัวเอง!"
"ฉันรู้ครับ..." อาจารย์อลิสาขบกรามแน่น เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม แม้ใบหน้าจะยังคงความนิ่งสงบ แต่ลมหายใจที่เริ่มหอบถี่บ่งบอกว่าเธอกำลังใช้พลังงานมหาศาลในการตรึงแนวป้องกันนี้ไว้ "โครงสร้างของชั้นนี้ถูกผูกติดกับ 'แกนกลาง' บางอย่าง... ถ้าเราไม่ทำลายจุดเชื่อมต่อของมันเสียตั้งแต่ตอนนี้ เราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของซากปูนพวกนี้ไปตลอดกาล"
กวินไม่รอช้ารีบหยิบอุปกรณ์วิเคราะห์คลื่นความถี่มิติออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ หน้าจอโฮโลแกรมขนาดเล็กปรากฏแสงสีแดงกระพริบถี่ เขากวาดสายตาอ่านค่าตัวเลขที่วิ่งพล่านด้วยความเร็วสูง สมองของเขาคำนวณโครงสร้างสถาปัตยกรรมของตึกซ้อนทับกับแผนผังมิติในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
"เจอแล้วครับ!" กวินชี้ไปที่จุดอับสายตาบริเวณมุมห้องด้านในสุด ซึ่งมีท่อส่งน้ำหลักขนาดใหญ่พาดผ่าน "จุดศูนย์กลางการไหลเวียนของมานาและโครงสร้างตึกอยู่ที่จุดตัดของท่อระบายน้ำนั่น ตรงนั้นคือ 'หัวใจ' ที่เชื่อมต่อระหว่างตึกกับมิติชั้นลบ!"
อาจารย์อลิสาหันไปมองตามปลายนิ้วของเขา รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว แม้ในสถานการณ์คับขัน เธอก็ยังคงชื่นชมความเด็ดเดี่ยวและไหวพริบอันยอดเยี่ยมของชายหนุ่มข้างกายผู้นี้เสมอมา
"ถ้าอย่างนั้น..." อาจารย์อลิสาเอ่ยขึ้นพร้อมกับรวบรวมมานาครั้งสุดท้ายจนเกิดเป็นกระแสลมพายุหมุนรอบตัวเธอ "ผมจะเปิดทางให้คุณเข้าไปถึงจุดนั้น... แลกกับการไว้ใจผม คุณต้องทำลายแกนกลางนั่นในครั้งเดียวให้ได้นะครับ กวิน!"
"ตกลงครับ!" กวินตอบรับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ อีกต่อไป
พายุมานาสีทองระเบิดออกทำลายแรงกดทับของผนังปูนจนกระจายกลายเป็นฝุ่นผง อาจารย์อลิสาพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าเพื่อดึงดูดการโจมตีทั้งหมดของตึกเอาไว้ ขณะที่กวินอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวผ่านกลุ่มควันและซากปูนด้วยความเร็วสูงสุด มุ่งตรงไปยังเป้าหมายที่อยู่เบื้องหน้าเพื่อกระชากหน้ากากความลับของตึกมีชีวิตแห่งนี้ออกมาให้ได้
ในเสี้ยววินาทีที่กวินเงื้อมือถืออุปกรณ์เจาะมิติพุ่งเข้าประชิดท่อระบายน้ำที่เป็นจุดศูนย์กลาง แสงไฟสีแดงฉานจากหน้าจออุปกรณ์ก็ดับวูบลงทันที พร้อมกับเสียงกริ่งเตือนภัยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก
กริ๊งงงง—!
ไม่ใช่เสียงสัญญาณไฟไหม้ แต่เป็นเสียงประกาศระบบอัตโนมัติที่เย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาดดังขึ้นจากลำโพงที่ไร้กระแสไฟ...
*< ตรวจพบผู้บุกรุกระดับความปลอดภัยสูงสุด... ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านครับ... คุณพี่ชาย >*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 8
เสียงกระซิบจากผนังปูน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!