พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 9

หลักฐานที่ไม่มีใครเชื่อ

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสันหนาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานขนาดกะทัดรัด แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ตามจังหวะกระแสไฟฟ้าที่ไม่ค่อยเสถียรของตึกสำนักงานแห่งนี้ ทว่าความสนใจทั้งหมดของกวินไม่ได้อยู่ที่ความผิดปกติของระบบแสงสว่าง นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจ้องมองภาพถ่ายหลักฐานสี่ใบที่เรียงรายอยู่เบื้องหน้า ภาพถ่ายเหล่านั้นบันทึกรอยแยกของมิติระดับความรุนแรงขั้นที่สาม รอยแตกที่คล้ายกับใยแมงมุมสีม่วงเข้มกำลังกัดกินโครงสร้างเหล็กกล้าของเสาหลักชั้นใต้ดินลึก ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดตามกฎระเบียบความปลอดภัยของบริษัท "คุณกำลังทำอะไรอยู่, กวิน" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกดดันดังขึ้นจากชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเทาดามีนต์ ผู้อำนวยการแผนกตรวจสอบความเรียบร้อย ‘ประจักษ์’ เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างเกียจคร้าน นิ้วมือเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ขณะที่ดวงตาคู่คมมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา กวินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ เขายังคงรักษาท่าทีสุขุมตามแบบฉบับของนักวิจัยผู้ยึดมั่นในตรรกะ แม้ในมือจะชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ "ผมรวบรวมหลักฐานความเสียหายจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ครับท่าน รอยแยกมิติตรึงตัวอยู่ในโซนบี และหากเราไม่รีบแจ้งคณะกรรมการบริหารเพื่อปิดปรับปรุงพื้นที่ ความกดดันจากพลังงานส่วนเกินอาจทำให้เกราะป้องกันระเบิดออกได้" ประจักษ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันแห้งแล้งและเย็นชาจนน่าขนลุก ชายวัยกลางคนประสานมือเข้าหากันบนตัก "เอกสารพวกนี้เหรอ... หลักฐานที่คุณว่ามา" นิ้วของประจักษ์กวาดไปที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เขาจะหยิบมันขึ้นมาแล้วโยนลงไปในเครื่องทำลายเอกสารที่ตั้งอยู่มุมห้องอย่างไร้ความปรานี เสียงใบมีดโลหะบดขยี้กระดาษดังครืดคราด เศษกระดาษสีขาวและภาพถ่ายความลับค่อยๆ ร่วงหล่นลงสู่ถังขยะด้านล่าง กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวความจริงที่ถูกทำลายทิ้งในชั่วพริบตา กวินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในอก เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าโดยไม่รู้ตัว "ท่านทำอะไรครับนั่น! นั่นคือหลักฐานชิ้นเดียวที่เรามีเพื่อพิสูจน์ว่ามีบางอย่างกำลังรั่วไหลจากชั้นลบ..." "หลักฐานเหรอ? ผมไม่เห็นเห็นอะไรเลยนี่" ประจักษ์เงยหน้าขึ้นสบตา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างน่ากลัว "ในบริษัทนี้ ไม่มีสิ่งแปลกปลอม ไม่มีรอยแยกมิติ และไม่มีการสูญหายใดๆ ทั้งสิ้น... สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คือกุเรื่องสร้างความตื่นตระหนก ซึ่งถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง, กวิน" บรรยากาศภายในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก กวินรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอของเขาไว้ ความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชายที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในตึกแห่งนี้เมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว เหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบันซ้อนทับกันอย่างน่ากลัว การปิดบังความจริง การทำลายหลักฐาน และท่าทีที่น่าสงสัยของเบื้องบน ทุกอย่างมีรูปแบบเดียวกัน กวินกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน เขาไม่ใช่เด็กน้อยไร้เดียงสาที่จะยอมจำนนต่ออำนาจมืดโดยไม่ต่อสู้ แม้หลักฐานทางกายภาพจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ข้อมูลดิจิทัลยังคงถูกสำรองไว้ในระบบคลาวด์ส่วนตัวที่เข้ารหัสไว้อย่างแน่นหนา "ถ้าท่านคิดว่าการทำลายกระดาษไม่กี่แผ่นจะปิดปากผมได้..." กวินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีด "ข้อมูลทั้งหมดถูกกระจายไปยังเซิร์ฟเวอร์สำรองเรียบร้อยแล้วครับ หากผมเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้น หรือมีคำสั่งไล่ออกอย่างไร้เหตุผล ข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งตรงไปยังสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคทันที" ประจักษ์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา แววตาของผู้อำนวยการแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมอย่างปิดไม่มิด บรรยากาศรอบตัวของชายวัยกลางคนเริ่มบิดเบือน อากาศรอบโต๊ะทำงานระอุขึ้นด้วยไอความร้อนประหลาด ประจักษ์ไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา... เขาคือหนึ่งในผู้มีอำนาจที่ควบคุมพลังงานมิติระดับสูงของตึกแห่งนี้ "คุณฉลาดเกินไป, กวิน... และความฉลาดมักสั้น 1 ก้าวเสมอสำหรับคนที่อยากรู้อยากเห็นในที่ที่ไม่ควรอยู่" ประจักษ์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับยกมือขึ้นช้าๆ แสงสีแดงฉานเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายนิ้ว ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงลมมหาศาล ร่างบางในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟนีออนที่กะพริบ อาจารย์อลิสากวาดสายตาคมปลาบมองสถานการณ์เบื้องต้นด้วยความรวดเร็ว นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบาๆ เกิดเป็นวงแหวนเวทมนตร์โบราณสีครามสว่างวาบขวางกั้นระหว่างกวินกับประจักษ์ในเสี้ยววินาที "การใช้อำนาจเหนือพนักงานระดับล่างภายในเวลานอกราชการ ผิดกฎข้อที่สิบสี่ของสภาควมมิวนิตี้ประธานนะครับ, ผู้อำนวยการประจักษ์" อลิสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา ทว่าทรงพลังจนทำให้ประจักษ์ต้องชักมือกลับอย่างไม่เต็มใจ ประจักษ์แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ยอมลดมือลงเมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่อยู่ ภายใต้การควบคุม "อาจารย์อลิสา... คุณมายุ่งอะไรกับเรื่องของแผนกตรวจสอบ" "เขาเป็นผู้ช่วยของฉัน" อลิสาตอบสั้นๆ แต่เฉียบขาด เธอเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของกวินไว้เบื้องหลัง แฝงกระแสพลังงานอุ่นวาบที่ช่วยดึงสติของชายหนุ่มให้กลับคืนมา "และหลักฐานที่คุณคิดว่าทำลายไปแล้ว... น่าเสียดายนะฃครับ ที่เด็กคนนี้รอบคอบกว่าที่คุณคิด" อลิสาขยับยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก ก่อนจะดึงตัวกวินให้ถอยหลังออกไปจากห้องทำงานของประจักษ์ ท่ามกลางสายตาที่มองตามมาด้วยความอาฆาตมาดร้ายของผู้อำนวยการ ทั้งสองถอยร่นมาจนถึงลิฟต์แก้วชั้นลบ พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวที่พลังงานภายนอกยังเอื้อมไม่ถึง กวินหอบหายใจถี่กระชั้น ความตึงเครียดเมื่อครู่ทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เขามองหน้าอาจารย์สาวผู้มาช่วยชีวิตไว้อย่างทันท่วงที "ขอบคุณครับ อาจารย์อลิสา... ถ้าไม่ได้คุณ ผมคงแย่แน่" กวินเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ อลิสาไม่ได้ตอบทันที เธอมองหน้ากวินด้วยสายตาที่ลึกซึ้งกว่าปกติ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตเครื่องมือสื่อสารส่วนตัวขึ้นมา หน้าจอแสดงผลกราฟฟิกการเชื่อมต่อระบบข้ามมิติที่กำลังวิ่งเข้าสู่จุดวิกฤต พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัวของกวินและอลิสาพร้อมๆ กัน [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลุกบอสลับระดับ SSS "ผู้พิทักษ์ประตูมิติชั้นลบ" สำเร็จ เนื่องจากแรงกระแทกจากพลังงานความขัดแย้งเมื่อครู่] [คำเตือน: ประตูกั้นระหว่างชั้น 0 และชั้น -1 กำลังจะถูกทำลายโดยสมบูรณ์ในอีก 3... 2...] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%