"กวิน... หยุดก้าวเท้าซ้ายครับ!"
เสียงของอาจารย์อลิสาคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด มันเฉือนผ่านความเงียบงันอันน่าอึดอัดในโถงทางเดินสีเทาหม่นของชั้น -4 สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราในเวลานี้ไม่ใช่ห้องทำงานหรือสำนักงานทั่วไปอีกต่อไป หากแต่เป็นทางเดินยาวเหยียดที่ทอดยาวออกไปอย่างไร้จุดสิ้นสุด ผนังคอนกรีตสองข้างทางมีรอยขูดขีดเป็นทางยาว ราวกับมีเล็บของสิ่งมีชีวิตบางอย่างพยายามตะกุยหนีอะไรบางอย่างจากด้านใน
ผมชะงักเท้าที่กำลังจะลอยพ้นพื้น รองเท้าหนังขัดเงาหยุดอยู่ห่างจากรอยต่อของแผ่นกระเบื้องยางเพียงไม่ถึงเซนติเมตร เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นซึมตามไรผม แม้เครื่องปรับอากาศของตึกจะทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่อุณหภูมิรอบตัวเรากลับลดต่ำลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ
"เกือบไปแล้วสินะครับ..." ผมพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างระมัดระวัง พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในจังหวะสม่ำเสมอตามหลักการควบคุมสมาธิของพนักงานวิจัยภาคสนาม
อาจารย์อลิសาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอในชุดเสื้อกาวน์สีขาวที่สวมทับชุดสุภาพเรียบร้อย ดวงตาคู่คมกริบใต้กรอบแว่นทรง A-line กวาดมองพื้นเบื้องหน้าด้วยความเคร่งเครียด ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอร่ายอักขระเวทมนตร์สีฟ้าครามจางๆ ลงบนอากาศ สร้างเป็นหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงแสดงผลวิเคราะห์โครงสร้างมิติ
"ไม่ใช่แค่เกือบหรอกครับ กวิน" อาจารย์อลิสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตาของเธอกำลังสั่นไหวเล็กน้อย "กระเบื้องแผ่นที่คุณเกือบเหยียบลงไปเมื่อครู่นี้ คือจุดบรรจบของ ‘ระนาบเงาสะท้อน’ หากคุณก้าวลงไป แรงโน้มถ่วงในมิตินี้จะกลับตาลปัตร และเงาของคุณจะแยกตัวออกจากร่างเพื่อดึงคุณลงไปแทนที่"
ผมก้มลงมองพื้นเบื้องล่าง เงาของผมที่ทอดตัวยาวไปตามแสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบเบื้องบน กำลังบิดเบี้ยวผิดรูป มันไม่ได้ขยับตามท่าทางของผมในทันที แต่ทิ้งดีเลย์ไปเสี้ยววินาที ราวกับมันมีความนึกคิดเป็นของตัวเอง
นี่คือความจริงอันโหดร้ายของตึกสำนักงานแห่งนี้—ทุกตารางเมตรถูกควบคุมด้วยกฎฟิสิกส์ที่บิดเบี้ยวและอาถรรพ์โบราณที่หลอมรวมกันอย่างลงตัว
"ผมเข้าใจโครงสร้างแล้วครับ" ผมเอ่ยขึ้นพลึงหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำคู่ใจขึ้นมาจดข้อมูล "ตามทฤษฎีควอนตัมความหนาแน่นของเงาที่เราศึกษาจากบันทึกของพี่ชายผม โถงทางเดินนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นตามแนวราบ แต่เป็นลูปรูปทรงกระบอกทับซ้อนกันสามมิติ ถ้าเราเดินตามสัญชาตญาณ เราจะเดินวนอยู่ที่เดิมไม่มีวันสิ้นสุด"
อาจารย์อลิสาพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ มุมปากของเธอขยับขึ้นเล็กน้อยในแบบที่หาดูได้ยาก "ฉลาดมากครับ การใช้ตรรกะคำนวณมุมหักเหของแสงไฟช่วยให้เรามองทะลุภาพลวงตาได้ แต่จำกฎเหล็กประจำโซนนี้ให้ดีที่สุดนะครับ... กฎข้อที่ 1: ห้ามสบตาเงาเด็ดขาด ไม่ว่ามันจะส่งเสียงเรียกหรือทำท่าทางล่อลวงคุณอย่างไรก็ตาม"
"รับทราบครับ" ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติแล้วปรับโฟกัสสายตาให้มองตรงไปยังจุดสิ้นสุดของทางเดินที่มีประตูเหล็กกล้าสีดำสนิทปักป้ายสัญลักษณ์เตือนอันตรายระดับ A
เราเริ่มออกเดินอีกครั้ง คราวนี้จังหวะก้าวเท้าของเราถูกประสานเข้ากับเสียงติ๊กต่อกของนาฬิกาข้อมือที่ผมตั้งโปรแกรมไว้ให้ส่งสัญญาณเตือนทุกๆ สามวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้จิตใต้สำนึกถูกสะโมสรความเงียบงันของทางเดินกลืนกิน
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินกระทั่งเสียงหัวใจเต้นของตัวเอง ทว่า ในความเงียบนั้นเอง เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของผม และไม่ใช่ของอาจารย์อลิสา เสียงนั้นดังมาจากเพดานด้านบน เป็นจังหวะที่เชื่องช้า แต่มั่นคง และกำลังเคลื่อนที่ตามหลังเรามาติดๆ ด้วยระยะห่างที่ลดลงทุกขณะ
ผมเหลือบสายตาขึ้นมองเพดานผ่านหางตา ภาพที่สะท้อนบนผนังกระจกใสข้างทางทำให้ผมต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ—บนเพดานเหนือศีรษะของเรา มีร่างสีดำสนิทที่ไร้ใบหน้ากำลังคลานสี่ขาตามหลังมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาสสีแดงฉานคู่หนึ่งจ้องมองทะลุกระจกตรงมายังผมโดยตรง!
"อาจารย์ครับ!" ผมร้องเตือนพร้อมกับยกมือขึ้นคว้าแขนของอาจารย์อลิสาให้หลบไปด้านข้าง
ทว่า อาจารย์อลิสากลับยืนนิ่งรากับถูกตรึงไว้กับที่ เธอยกมือซ้ายขึ้นห้ามผมไว้ ดวงตาคมกริบไม่ได้มองที่เพดาน แต่มองตรงไปที่ประตูเหล็กเบื้องหน้าที่บัดนี้... ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ โดยไม่มีใครสัมผัส
กลิ่นอับชื้นและสนิมเหล็กพวยพุ่งออกมาพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกสันหลัง
และก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงแจ้งเตือนจากระบบนาฬิกาข้อมือของแผนกจัดระเบียบมิติก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมที่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนระดับวิกฤต
**[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลดล็อกประตูมิติชั้น -5 ก่อนกำหนด]**
**[เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: ยืนยันตัวตนผู้รอดชีวิตรายแรก - "ผู้จัดการแผนกวิจัยคนที่ศูนย์"]**
แสงไฟนีออนทั้งหมดในโถงทางเดินดับลงพร้อมกัน เหลือเพียงแสงสีแดงสลัวจากป้ายฉุกเฉิน และในความมืดมิดนั้นเอง... ร่างของชายสวมชุดสูทสีเทาเข้มผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับผมทุกประการ ก็ก้าวเท้าพ้นขอบประตูเหล็กออกมา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงคุ้นเคย
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... น้องชาย"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 6
กฎข้อที่ 1: ห้ามสบตาเงา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!