พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 12

ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงกลับหัว

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียงกחุกกักของโลหะที่บิดเบี้ยวด้วยแรงดันมหาศาล ดังขึ้นจากเบื้องบน... ไม่สิ ตอนนี้มันควรจะเรียกว่าเบื้องล่างต่างหาก “กวิน! ยึดขอบประตูไว้ให้แน่น แรงโน้มถ่วงกำลังกลับขั้วอย่างสมบูรณ์แบบตามทฤษฎีควอนตัมของชั้นนี้!” เสียงตะโกนของอาจารย์อลิสาแทบจะจมหายไปกับเสียงคำรามกึกก้องของโครงสร้างตึกที่กำลังพลิกกลับด้าน ร่างของหญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะบัดพริ้วตามแรงลมที่ตีกลับจากพื้นผิวคอนกรีต ซึ่งในเสี้ยววินาทีต่อมาได้กลายเป็นเพดานเบื้องบนไปเสียแล้ว ปลอกแขนโลหะเรืองแสงสีฟ้าครามของเธอสลักอักขระโบราณนับร้อยตัวกำลังหมุนวนเพื่อสร้างสนามพลังแม่เหล็กยึดเกาะรองเท้าบูทของเธอไว้กับพื้นเดิมที่กลายเป็นฟ้า ผม—กวิน กัดฟันแน่นจนกรามแทบแตก นิ้วมือทั้งสองข้างจิกเข้าไปในร่องรอยต่อของประตูหนีไฟที่บิดเบี้ยว เหงื่อกาฬไหลย้อยจากขมับหยดขึ้นไป "ตกลง" สู่ท้องฟ้าสีเทาหม่นที่อ้าปากรออยู่เบื้องล่างแทนที่จะเป็นพื้นตึก นี่คือ "ทฤษฎีแรงโน้มถ่วงกลับหัว" กฎข้อบังคับอันโหดร้ายของชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุดแห่งนี้ พื้นที่ซึ่งเวทมนตร์โบราณถูกบีบอัดเข้ากับระบบฟิสิกส์ควอนตัม จนทำให้แรงดึงดูดของโลกไม่สามารถทำงานด้วยค่าคงเดิมได้อีกต่อไป หากใครไร้ซึ่งเครื่องมือปรับเทียบแรงโน้มถ่วง ร่างกายของผู้นั้นจะร่วงหล่นขึ้นสู่ท้องฟ้า... หรือพูดให้ถูกคือ ร่วงหล่นเข้าสู่ช่องว่างอนันต์ของตึกสำนักงานที่ไร้จุดสิ้นสุด “ผมกำลังคำนวณเวกเตอร์แรงต้านครับอาจารย์!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงลมที่กรีดกั้นแก้วหู ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกวาดมองตัวเลขและสัญลักษณ์เรขาคณิตที่สะท้อนผ่านหน้าต่างระบบวิจัยในสมอง [ระบบวิจัยกำลังวิเคราะห์: สภาวะแรงโน้มถ่วงผกผัน (Inverted Gravity State)] [ความเสถียรของโครงสร้าง: 42% และกำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง] [คำแนะนำ: ใช้เศษซากโต๊ะทำงานฝั่งทิศตะวันตกเป็นจุดคานงัดเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง] สมองของผมทำงานอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักร แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ความสุขุมรอบคอบอันเป็นเอกลักษณ์ของแผนกจัดระเบียบมิติยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ผมใช้มือข้างหนึ่งคว้าแฟ้มเอกสารเหล็กที่ร่วงค้างอยู่กลางอากาศ มันทำหน้าที่เสมือนสมอเรือชั่วคราว ก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายเหวี่ยงตัวตามทิศทางของสนามแม่เหล็กที่อาจารย์อลิสาแผ่ขยายออกมาช่วยพยุง พรึบ! ร่างของผมกระแทกลงบนพื้นผิวคอนกรีตที่ตอนนี้กลายเป็น "เพดาน" อย่างนุ่มนวลด้วยแรงพยุงจากเวทมนตร์บทประยุกต์ของอาจารย์ แต่แรงกระแทกเพียงเล็กน้อยนั้นก็ยังทำให้จุกเสียดไปถึงลิ้นปี่ ผมหอบหายใจรุนแรง แผ่นหลังแนบชิดกับหลอดไฟนีออนที่ดับสนิท ขณะที่สายตามองสำรวจห้องทำงานกว้างใหญ่ที่ถูกสลับด้านอย่างน่าพิศวง โต๊ะทำงาน เก้าอี้ ตู้เอกสาร และเครื่องถ่ายเอกสารนับสิบตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศราวกับโมบายประดับห้องนอนเด็ก โชคดีที่สิ่งของส่วนใหญ่ถูกยึดไว้ด้วยระบบแม่เหล็กฉุกเฉินของตึก มิฉะนั้นพวกเราคงโดนฝนเหล็กและกระดาษเหล่านี้บดขยี้จนแหลكเหลวไปแล้ว “ไม่เป็นไรนะกวิน?” อาจารย์อลิสาคุกเข่าลงข้างกาย มือเรียวบางยื่นมาแตะที่ไหล่ของผม แววตาคู่สวยที่มักจะเย็นชาและเต็มไปด้วยความลับ บัดนี้ฉายแววความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด แม้เส้นผมสีดำสนิทของเธอจะระusaอยู่กลางอากาศตามแรงโน้มถ่วงที่ผิดเพี้ยนก็ตาม “ผมปลอดภัยดีครับอาจารย์... ขอบคุณสำหรับสนามพลังเมื่อครู่” ผมฝืนยิ้มบางๆ แม้เหงื่อจะท่วมตัว “แต่เราจะอยู่ที่นี่นานไม่ได้ แรงโน้มถ่วงของชั้นนี้จะสลับขั้วทุกๆ สิบหนาุที หากเราไม่รีบหาทางไป ห้องควบคุมแกนกลาง ก่อนที่รอบถัดไปจะเริ่มขึ้น เราคงได้ลอยออกไปนอกชั้นบรรยากาศของตึกนี้จริงๆ แน่” อาจารย์อลิสาพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม เธอหันไปมองประตูทางออกที่อยู่ "เบื้องบน" ซึ่งตอนนี้กลายเป็นช่องเปิดโล่งบนเพดานที่ห่างออกไปกว่าสี่เมตร ไม่มีบันได ไม่มีลิฟต์ มีเพียงความว่างเปล่าและกลุ่มควันประหลาดที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่น “กวิน นายจำบันทึกการวิจัยของพี่ชายคุณที่ทิ้งไว้ในชั้นที่สี่ได้ไหม” อาจารย์อลิสาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด “เขาพูดถึง ‘จุดอับแรงโน้มถ่วง’ ที่เชื่อมต่อระหว่างมิติ... ชั้นนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสำนักงาน แต่มันคือห้องทดลองลับที่ใช้ ‘พับ’ พื้นที่เข้าหากัน” คำพูดนั้นทำให้ผมชะงัก ภาพความทรงจำวัยเด็กแวบเข้ามาในหัว พี่ชายของผม—ผู้ชายที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในตึกแห่งนี้—เคยพูดถึงทฤษฎีที่บ้าคลั่งทำนองนี้เช่นเดียวกัน เขามັກจะบอกว่าตึกนี้มีชีวิต และมันกำลังพยายามกลืนกินทุกสิ่งที่เข้ามา “ถ้าอย่างนั้น... จุดที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์จะอยู่ตรงกลางห้องสินะครับ” ผมหรี่ตามองพิกัดของวัตถุที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงใจกลางโถงสำนักงาน “ถ้าเราใช้แรงเหวี่ยงจากตู้เอกสารเหล่านั้นส่งตัวขึ้นไปในจังหวะที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์... เราจะสามารถทะลุผ่านเพดานนี้ไปได้” “มันเสี่ยงมากนะกวิน” อาจารย์อลิสากล่าวเตือน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่จริงจัง “ถ้าคำนวณมุมองศาพลาดไปเพียงแค่ศูนย์จุดหนึ่งองศา แรงเหวี่ยงจะส่งนายพุ่งชนกำแพงมิติที่แหลมคมจนร่างแหลกสลายทันที” “ผมเชื่อในการคำนวณของตัวเองครับ... และผมก็เชื่อใจอาจารย์ด้วย” ผมสบตาเธอนิ่ง ความเงียบงันชั่วครู่ก่อตัวขึ้นระหว่างเรา ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและเสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอาร์ดจากโครงสร้างตึกที่เริ่มขยับตัวอีกครั้ง อาจารย์อลิสาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของลูกศิษย์คนนี้ “ก็ตามใจนาย... เด็กหัวรั้น” เธอพึมพำพร้อมกับยกมือขึ้นร่ายอักขระเวทมนตร์สีฟ้าครามขึ้นรอบฝ่ามือ “ฉันจะคุมสนามพลังแม่เหล็กให้ นายมีเวลาแค่สามวินาทีตอนที่แรงโน้มถ่วงเป็นศูนย์... ไป!” สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างของผมก็ดีดตัวออกจากพื้นผิวเพดานพุ่งทะยานขึ้นสู่กลางอากาศราวกับลูกศรที่หลุดจากคันธนู โลกทั้งใบกลับหัวกลับหางอีกครั้ง ลมหนาวติดกลิ่นอับของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กพัดผ่านใบหน้าอย่างรุนแรง สามวินาที... สองวินาที... มือของผมคว้าจับขอบประตูของชั้นถัดไปได้ทันเวลาพอดี! แรงกระชากเกือบทำให้แขนหลุดจากร่าง แต่ด้วยแรงสนับสนุนจากสนามเวทของอาจารย์อลิสาที่ส่งตามมาติดๆ ทำให้ผมสามารถดึงตัวเองขึ้นไปยืนบนพื้นผิวที่ปกติได้สำเร็จ ผมหอบหายใจโยนตัวลงนอนแผ่หลาบนอนคอนกรีตเย็นเฉียบ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความเหนื่อยล้าและความตื่นเต้น อาจารย์อลิสาก้าวตามขึ้นมาอย่างสง่างาม เธอปัดฝุ่นตามเสื้อกาวน์เล็กน้อยก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ โถงทางเดินของชั้นใหม่ที่มืดสนิทและดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม นี่คือชั้นที่สิบสาม... ชั้นที่ไม่มีอยู่ในแผนผังอาคารอย่างเป็นทางการ ปัง! เสียงประตูด้านหลังปิดตายลงเองอย่างรุนแรง ราวกับมีใครบางคนหรือบางสิ่งตั้งใจจะขังพวกเราไว้ที่นี่ และในวินาทีต่อมา หน้าจอระบบวิจัยในสมองของผมก็สว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานระดับ SSS กำลังเข้าใกล้] [ภารกิจลับเปิดใช้งาน: "ผู้เฝ้าประตูกาลเวลา" ได้ตื่นจากการหลับใหลแล้ว] [คำเตือน: จงอย่าหันกลับไปมองด้านหลัง... จนกว่าเสียงฝีเท้าครั้งที่สามจะดังขึ้น] ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%