พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 11

ความร่วมมือที่ไม่อาจปฏิเสธ

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"กฎข้อที่สี่ของการเป็นผู้ช่วยส่วนตัว... ถ้าดิฉันยังพูดไม่จบ ห้ามคุณขัดจังหวะด้วยตรรกะประหลาดๆ ของแผนกจัดระเบียบมิติเด็ดขาดครับ... เอ่อ หมายถึง ห้ามขัดจังหวะเด็ดขาดครับ กวิน" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับรอยขีดข่วนสีแดงจางๆ บนหลังมือของผม คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่ารอยประทับของสัญญาเวทมนตร์โบราณเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ในห้องทำงานส่วนตัวของอาจารย์อลิสา ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชั้น B7 ของอาคารวิจัยแห่งนี้ อากาศรอบตัวดูจะหนาแน่นขึ้นจนเกือบหายใจไม่ออก แผ่นกระดาษ parchment โบราณที่ลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศกำลังแผ่ไอสีฟ้าอมม่วงออกมาเป็นระลอก มันคือพันธสัญญาเลือดและตรรกะที่ผูกมัดรหัสประจำตัวพนักงานวิจัยของผมเข้ากับระบบคลังอาคมต้องห้ามของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ผม (กวิน) ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย พยายามปรับลมหายใจให้คงที่ แม้ในใจจะอยากหยิบเครื่องวัดคลื่นพลังงานควอนตัมขึ้นมาสแกนสถานการณ์ตรงหน้าใจจะขาด แต่สัญชาตญาณเอาตัวรอดบอกผมว่า การนิ่งเงียบและใช้สมองวิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้านั้นฉลาดกว่าการโต้เถียงกับหญิงสาวผู้สามารถฉีกมิติเวลาด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว "ผมเข้าใจแล้วครับ อาจารย์อลิสา" ผมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพราบเรียบ แม้ข้างในจะเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม "แต่ผมคิดว่าบันทึกข้อตกลงการปฏิบัติงานร่วมกันฉบับที่ 328 ข้อที่ 12 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พนักงานวิจัยระดับสามอย่างผมมีสิทธิ์ปฏิเสธภารกิจที่มีความเสี่ยงต่อการฉีกขาดของโครงสร้างจิตวิญญาณเกินร้อยละสิบห้า..." อาจารย์อลิสาหันขวับมามอง ดวงตาสนิมเหล็กคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย เรือนผมสีดำสนิทที่มัดรวบไว้อย่างเป็นระเบียบสะท้อนกับแสงเรืองรองจากหน้าจอโฮโลแกรม เธอก้าวเข้ามาใกล้จนผมต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษเก่าและน้ำยาเคมีเฉพาะตัวลอยแตะจมูก "กฎของแผนกคุณมันใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ กวิน... ในอาณาเขตที่ประตูมิติชั้น B-Negative ถูกรบกวนด้วยคลื่นความถี่ปริศนาจากเบื้องล่าง" เธอยื่นหน้าจอแท็บเล็ตสีดำสนิทที่ไม่มีปุ่มกดใดๆ มาตรงหน้าผม บนจอแสดงกราฟฟิกการกระเพื่อมของพลังงานที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัว "และสาเหตุที่ฉันต้องดึงคุณมาเป็น 'ผู้ช่วยส่วนตัว' แบบเบ็ดเสร็จ ก็เพราะค่าความต้านทานมิติในตัวคุณมันสูงพอที่จะทำหน้าที่เป็น 'สมอเรือ' คอยยึดไม่ให้ห้องทำงานของฉันหลุดลอยไปมิติอื่น... พูดง่ายๆ คือ ถ้าฉันตาย คุณก็ต้องติดอยู่ในรอยแยกมิติชั่วนิรันดร์... เข้าใจตรงกันนะครับ?" ช่างเป็นเหตุผลที่ฟังดูเห็นแก่ตัวและไร้ซึ่งทางเลือกเสียจริงครับ ผมลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่สายตาเหลือบไปมองหน้าจอสถานะพนักงานของตัวเองผ่านสมาร์ทวอッチ แถบสีแดงฉานกะพริบเตือนรัวๆ บ่งบอกว่าสถานะของผมถูกเปลี่ยนจาก 'นักวิจัยภาคสนามอิสระ' กลายเป็น 'ทาสรับใช้... เอ่อ ผู้ช่วยส่วนตัวระดับพิเศษภายใต้การควบคุมของอาจารย์อลิสา' เรียบร้อยแล้ว ระบบตึกสำนักงานแห่งนี้ช่างไร้ความปรานีเสียจริง แต่นั่นก็ทำให้ผมฉุกคิดถึงเบาะแสสำคัญบางอย่าง... พี่ชายของผมที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน เคยมีชื่ออยู่ในบันทึกการเข้าใช้ห้องวิจัยลับของเธอก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย นี่อาจเป็นกุญแจดอกเดียวที่ผมตามหามาตลอด "ตกลงครับ ผมรับตำแหน่งนี้" ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง "แต่ผมมีเงื่อนไขเดียวเช่นกัน... อาจารย์ต้องให้สิทธิ์ผมในการเข้าถึงฐานข้อมูลรอยแยกมิติระดับ 4 ที่เชื่อมโยงกับบันทึกการหายตัวไปของเจ้าหน้าที่รหัส D-09 เมื่อสามปีก่อน" บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา อาจารย์อลิสาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มบางเบาเยือกเย็นจะปรากฏขึ้นที่มุมปาก เธอยื่นมือเรียวบางมาแตะที่หน้าอกเสื้อกาวน์ของผมเบาๆ ราวกับจะทดสอบว่าชีพจรของผมเต้นเร็วแค่ไหนด้วยความหวาดกลัวหรือความมุ่งมั่นกันแน่ "เธอฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะ กวิน... เจ้าเด็กหัวรั้นจากแผนกจัดระเบียบ" เธอกล่าวเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู "แต่ระวังให้ดีเถอะ การขุดคุ้ยเรื่องของ D-09 อาจทำให้เธอไม่ได้เห็นแสงตะวันของชั้น G อีกเลยก็ได้" ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งชั้น B7 แสงไฟฉุกเฉินกะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงประกาศจากระบบอัตโนมัติของตึกที่ดังขึ้นด้วยน้ำเสียงขาดๆ หายๆ: *[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตนอกมิติ... รหัสภัยคุกคาม: SSS... ประตูมิติหมายเลข 13 กำลังเปิดออกโดยไม่ทราบสาเหตุ... ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนในโซน B หลบภัย ณ จุดนิรภัยทันที...]* อาจารย์อลิสาคว้าแขนผมไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและจริงจังจนผมสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ เธอไม่ได้ดูเยือกเย็นและมั่นใจเหมือนเมื่อครู่igอีกต่อไป สีหน้าของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าสิ่งกำลังหลุดออกมาจากประตูมิติหมายเลข 13 นั้นอยู่นอกเหนือการควบคุม แม้แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์โบราณอย่างเธอ "หยิบอุปกรณ์ปรับเทียบสนามแม่เหล็กในกระเป๋าเสื้อของเธอออกมาซะ กวิน" เธออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดขณะที่มืออีกข้างกำลังร่ายอักขระเวทสีทองเรืองแสงขึ้นกลางอากาศเพื่อสร้างบาตรป้องกันรอบห้อง "เพราะดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญของเรา จะมาเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้... และมันไม่ได้มาแค่ตัวเดียว" ก่อนที่ผมจะได้หยิบอุปกรณ์ชิ้นนั้นออกจากกระเป๋า เสียงทุบประตูกระจกหนา X-Glass ด้านนอกก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับรอยร้าวเป็นรูปใยแมงมุมที่ลามเลียอย่างรวดเร็ว และในเสี้ยววินาทีที่แสงไฟจากห้องทำงานดับวูบลง เงาร่างสีดำทะมืดขนาดมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ก็โผล่พรูออกมาจากความมืดมิดของทางเดิน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของผมและเธอนั้นเอง... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%