พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 14

อลิสาผู้ปิดบังความเศร้า

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“อาจารย์ครับ... รอยแผลที่ข้อมือนั่น มันไม่ใช่รอยจากการทดลองพลาดหรอกใช่ไหมครับ” เสียงของกวินดังก้องในห้องวิจัยร้างชั้นที่ 13 ความเงียบงันทำหน้าที่เป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวต่อบทสนทนานี้ แสงไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่เต้นผิดปกติ กวินวางเครื่องสแกนค่าพลังงานมิติทรงแท่งลงบนโต๊ะโลหะเย็นเฉียบ สายตาของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่หน้าจอ แต่กลับจับจ้องไปที่ข้อมือซ้ายของอลิสา—ที่ซึ่งรอยจางๆ คล้ายอักขระโบราณกำลังสั่นไหวและจางหายไปราวกับหมึกที่ละลายในน้ำ อลิสาชะงักมือที่กำลังจัดเรียงผลึกควอตซ์ เธอไม่ได้หันกลับมาทันที แต่ไหล่ที่เคยตั้งตรงอย่างสง่างามกลับสั่นน้อยๆ ก่อนจะผ่อนคลายลง “กวิน... ความรู้อยากเห็นเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักวิจัย แต่มันมักจะเป็นสาเหตุให้คนเราอายุสั้นลงในตึกนี้” น้ำเสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง “แต่ผมคือพนักงานจัดระเบียบมิติ หน้าที่ของผมคือกำจัดความผิดปกติ” กวินก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวอาจารย์สาว “รอยนั่น... มันคือตัวเชื่อมต่อมิติระดับเดียวกับที่พี่ชายผมเคยรายงานไว้ในบันทึกที่หายไป อาจารย์กำลังแบกรับอะไรไว้คนเดียวหรือเปล่าครับ?” อลิสาหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอดุจผืนน้ำนิ่งที่ซ่อนกระแสน้ำวนไว้ใต้เบื้องลึก เธอถอดถุงมือหนังออก เผยให้เห็นรอยสักสีดำสนิทที่ดูเหมือนเถาวัลย์กำลังเลื้อยรัดข้อมือของเธออยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่รอยแผล แต่มันคือ ‘โซ่ตรวน’ “กวิน นายรู้ไหมว่าทำไมประตูมิติถึงไม่เคยปิดตายได้สนิท” เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนเสียงกระซิบของภูตผี “เพราะมันไม่ได้ต้องการแรงขับเคลื่อนจากพลังงาน แต่มันต้องการ ‘สัญญา’... สัญญาที่แลกด้วยตัวตนของผู้เฝ้าประตู” กวินขมวดคิ้ว สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาล เขาเปรียบเทียบค่าความหนาแน่นของมิติก่อนหน้านี้กับรอยอักขระบนตัวเธอ กฎเกณฑ์ฟิสิกส์ที่เขาเคยยึดถือเริ่มบิดเบี้ยว หากอลิสาคือผู้ปิดตายประตูมิติมาโดยตลอด นั่นหมายความว่า ‘ตัวตน’ ของเธอที่เขาเห็นอยู่ทุกวัน อาจจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของสิ่งที่เธอเคยเป็น “อาจารย์กำลังจะบอกว่า...” “ฉันไม่ได้ปิดตายประตูนี้เพื่อปกป้องพวกคนในสำนักงานหรอกนะ” เธอเดินเข้ามาใกล้จนกวินสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของหนังสือเก่าและโอโซนหลังพายุ “ฉันปิดตายมันไว้... เพื่อไม่ให้สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นตามหานายเจอ กวิน” คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ทุบลงบนความสงสัยของเขา กวินชะงักไป ความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชายที่หายไปค่อยๆ ปะติดปะต่อขึ้นมาใหม่ ความผิดปกติของมิติที่เขาสืบสวนมาตลอดหลายเดือน ดูเหมือนจะพุ่งเป้ามาที่ตัวเขาเองตั้งแต่แรก ทว่า ก่อนที่กวินจะได้เอ่ยถามต่อ ระบบเซนเซอร์ทั่วทั้งชั้น 13 ก็ส่งเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงขึ้นพร้อมกัน แสงสีแดงฉานอาบไล้ห้องวิจัยจนดูเหมือนฉากฆาตกรรม หน้าจอโฮโลแกรมตรงกลางห้องแสดงผลค่าความหนาแน่นของมิติที่พุ่งทะลุขีดจำกัดจนสีของตัวเลขเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็นสีทองที่ดูน่าสะพรึงกลัว *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนตัวของกวินดังขึ้นในจังหวะที่หัวใจเขากำลังเต้นรัว หน้าต่างสีน้ำเงินโปร่งแสงปรากฏขึ้นตรงหน้า [ภารกิจระดับ SSS: การล่มสลายของหอคอยแห่งการโกหก] [เงื่อนไข: ค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้น -10 ภายใน 60 นาที] [คำเตือน: สิ่งที่ ‘พี่ชาย’ ของคุณทิ้งไว้ กำลังตื่นขึ้นเพื่อทวงคืนสิ่งที่เสียไป] กวินหันไปมองอลิสา ใบหน้าของเธอดูซีดเผือดมากกว่าทุกครั้ง มือของเธอสั่นสะท้านขณะคว้าไม้เท้าประจำตัวขึ้นมา “มันเริ่มแล้ว... กวิน รีบหนีไป! อย่าได้ลงไปชั้น -10 เด็ดขาด!” แต่เมื่อกวินหันกลับไปที่ประตูทางออก เขากลับพบว่าทางเดินที่ควรจะทอดยาวไปสู่ลิฟต์แก้ว กลับกลายเป็นโถงทางเดินที่ไม่มีที่สิ้นสุด และที่ปลายสุดของโถงนั้น... ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดพนักงานวิจัยรุ่นเก่าที่คล้ายกับกวินราวกับส่องกระจก กำลังก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว เขามองมาที่กวินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ “ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องชาย... ขอบคุณที่พา ‘กุญแจ’ มาให้ถึงที่” ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%