พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 17

เพื่อนร่วมงานที่ตายไปแล้ว

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“อย่าขยับครับกวิน... ถ้าไม่อยากให้มิติรอบตัวคุณฉีกขาดจนกลายเป็นเนื้อสับ” เสียงกระซิบราบเรียบของอาจารย์อลิสาดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบของปลายนิ้วที่แตะลงบนหัวไหล่ของผมเบาๆ ทว่าน้ำหนักนั้นกลับหนักอึ้งราวกับภูเขาทั้งลูก ผมหยุดชะงักกึกทันที ดวงตาทั้งสองข้างเพ่งมองเงาร่างหนึ่งที่ยืนหันหลังให้เราอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร ในโถงทางเดินชั้นที่ลึกที่สุดของตึกวิจัย ซึ่งมีเพียงแสงไฟกะพริบถี่ๆ จากหลอดนีออนที่ใกล้ขาดเต็มทีเป็นแหล่งกำเนิดแสงเพียงหนึ่งเดียว ร่างนั้นสวมชุดพนักงานวิจัยสีน้ำเงินเข้มแบบเดียวกับที่ผมสวมอยู่ ทว่าเนื้อผ้ากลับดูเก่าคร่ำราวกับถูกแช่อยู่ในน้ำครำมานานหลายสิบปี “นั่น... ธันวาหรือครับ?” ผมถาม เสียงของผมแหบพร่าโดยไม่รู้ตัว ธันวา คือเพื่อนสนิทคนเดียวที่ผมมีในแผนกจัดระเบียบมิติ เขาหายตัวไปเมื่อสามเดือนก่อน ทิ้งไว้เพียงบันทึกการทดลองที่อ่านไม่รู้เรื่องและแก้วกาแฟที่ยังอุ่นอยู่บนโต๊ะทำงาน แต่วันนี้... เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าผม ในโซนที่ ‘ประตูมิติ’ ถูกปิดตายไปนานแล้ว ร่างนั้นค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า เสียงกระดูกลั่นดัง ‘กรอบแกรบ’ ราวกับกิ่งไม้แห้งที่ถูกหัก ทันทีที่ใบหน้าของเขาปรากฏขึ้น ผมก็แทบหยุดหายใจ ดวงตาของเพื่อนผมกลวงโบ๋ เหลือเพียงความมืดมิดที่ไหลวนคล้ายหมึกสีดำ แต่ริมฝีปากที่ซีดเผือดนั่นกลับยกยิ้มกว้างจนถึงใบหู “กวิน... นายมาช้าไปนิดนะ” เสียงของธันวาไม่ได้ออกมาจากลำคอ แต่มันสะท้อนออกมาจากผนังปูนโดยรอบ “ระบบ... ระบบมันกำลังรีบูต และพวกเราทุกคน... อยู่ในลำดับคิวที่จะถูกลบ” “คุณอลิสา นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมข้อมูลในระบบถึงระบุว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขายังมีปฏิกิริยาทางจิตวิญญาณที่รุนแรงขนาดนี้” ผมถาม พลางขยับมือไปแตะเครื่องตรวจวัดระดับความเสถียรของมิติที่ข้างเอวอย่างระมัดระวัง อาจารย์อลิสาก้าวขึ้นมาขนาบข้าง สายตาของเธอหรี่ลงจ้องมองร่างที่บิดเบี้ยวของธันวา เธอยกมือขวาขึ้น นิ้วเรียวยาววาดวงแหวนเวทมนตร์สีเงินจางๆ กลางอากาศ “ไม่ใช่แค่ความตายธรรมดาหรอกกวิน ธันวาไม่ได้ตายด้วยกลไกปกติ แต่เขาถูก ‘เขียนทับ’ ด้วยกฎฟิสิกส์มิติที่บิดเบี้ยว เขาเป็นเพียงภาพสะท้อนที่ตกค้างในระบบ... หรือถ้าจะพูดให้ถูก เขาคือ ‘บั๊ก’ ที่พยายามเรียกร้องความสนใจจากผู้ดูแลระบบอย่างเรา” “บั๊ก... งั้นเหรอครับ?” ผมกัดฟันแน่น “คนทั้งคนเนี่ยนะ!” “กวิน!” ธันวาโพล่งขึ้นมา ร่างของเขาเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นกลุ่มก้อนของตัวเลขฐานสิบหกที่ไหลมารวมกัน “ฉันเห็นแล้ว... ฉันเห็นสิ่งที่อยู่หลังม่านของตึกนี้ พี่ชายของนายไม่ได้หายไปไหน เขาแค่ถูกเก็บไว้ในพาร์ทิชันที่ลึกที่สุด... ลึกกว่าชั้นลบที่นายกำลังยืนอยู่ตอนนี้!” คำพูดนั้นพุ่งเข้าปะทะจิตใจผมราวกับค้อนปอนด์ พี่ชายผม... ที่ผมตามหามาตลอดสามปี “หมายความว่ายังไง! พูดมาให้ชัด!” ผมก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยลืมคำเตือนของอาจารย์ทันที ฉับพลันนั้น พื้นที่ใต้เท้าของผมก็บิดเบี้ยว อากาศรอบตัวกลายเป็นของเหลวหนืด ผมรู้สึกเหมือนถูกดึงลงไปในหลุมดำที่ไร้ก้นบึ้ง เสียงของอาจารย์อลิสาดังแว่วมาไกลๆ เหมือนคนพูดผ่านน้ำ “หยุดกวิน! นั่นคือกับดักทางตรรกะ!” ทว่าสายไปแล้ว มือของธันวาที่กลายเป็นเส้นสายของรหัสข้อมูลคว้าเข้าที่ข้อมือผม ความเย็นยะเยือกแล่นเข้าสู่กระดูกสันหลัง ภาพนิมิตมากมายไหลบ่าเข้ามาในหัวผมเหมือนไฟล์ข้อมูลที่ถูกแตกซิบ—ภาพห้องวิจัยที่ไม่มีอยู่จริง, ภาพใบหน้าของพี่ชายที่กำลังกรีดร้อง, และรหัสผ่านสีแดงฉานที่สลักอยู่บนผนังกระจกที่ไร้ทางออก “ตรวจพบการแทรกแซงจากตัวตนระดับความเสี่ยงสูง (Class-Omega Entity)...” เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ข้อมือผมดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงปกติที่ผมคุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงสังเคราะห์ที่เย็นชาและไร้อารมณ์ “คำเตือน: โปรโตคอลการทำลายตนเอง (Self-Destruct Protocol) ของชั้นที่ 17 ถูกกระตุ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ เหลือเวลาอีก 60 วินาที ระบบกำลังปิดตายทุกทางออกในรัศมี 500 เมตร” ธันวาแสยะยิ้มที่กว้างกว่าเดิมจนมุมปากฉีกขาด “กวิน... ยินดีต้อนรับสู่โปรเจกต์ ‘ผู้สังเกตการณ์ที่หายสาบสูญ’ หวังว่านายจะชอบของขวัญที่ฉันเตรียมไว้นะ” ร่างของธันวาแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีเทาพุ่งเข้าสู่หน้าอกผม ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างเหมือนมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท ผมทรุดลงกับพื้น มองเห็นหน้าต่างระบบสถานะที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน [สถานะปัจจุบัน: ติดเชื้อข้อมูลมิติลึกลับ] [ภารกิจระดับ SSS: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการหายตัวของรหัสประจำตัว ‘K-001’ (พี่ชายของคุณ)] [คำเตือน: บอสลับ ‘ผู้รักษาประตูแห่งมิติที่ถูกลืม’ ได้รับการปลุกให้ตื่นจากการกระทำของคุณ] เสียงกระแทกของประตูเหล็กขนาดมหึมาที่อยู่สุดทางเดินดังขึ้น ‘ปัง!’ ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาตามทางเดินยาวที่ว่างเปล่า ความรู้สึกกดดันที่รุนแรงจนทำให้อากาศรอบตัวกลายเป็นสุญญากาศทำเอาผมหายใจไม่ออก อาจารย์อลิสาที่ยืนนิ่งมาตลอดกลับชักดาบพลังงานสีฟ้าใสออกมาจากความว่างเปล่า ใบหน้าของเธอเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน “กวิน ลุกขึ้นมา...” เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่ซ่อนความกังวลไว้ไม่อยู่ “ถ้าไม่อยากตายที่นี่เหมือนเพื่อนของคุณ ก็จงตั้งสติ... สิ่งที่กำลังเดินมาทางนี้ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราในตอนนี้จะเอาชนะได้ด้วยตรรกะทั่วไป” เงาสีดำขนาดมหึมาทอดตัวยาวผ่านโถงทางเดินเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงโลหะขูดกัน ผมขยับร่างที่สั่นเทาพยายามจะลุกขึ้น แสงสีแดงจากระบบแจ้งเตือนกะพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังกลืนกินทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา เงาที่ก้าวออกมาจากเงามืดนั้น... คือร่างที่คุ้นตาที่สุด ร่างที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดสามปี พร้อมกับดวงตาที่เปล่งประกายด้วยพลังงานประหลาดที่น่าสะพรึงกลัว! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางสำรวจความลับในตึกแห่งนี้ไปกับผม... ลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%