เสียงกริ่งเตือนภัยสีเหลืองอำพันที่กะพริบถี่ๆ บนเพดานคอนกรีตเสริมเหล็กของชั้นวิจัยที่เจ็ด ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่กวินเท่ากับตัวเลขบนหน้าจอโฮโลแกรมที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาของเขา
อัตราการสูญเสียความทรงจำระยะสั้น: 4.2% ต่อชั่วโมง
ความหนาแน่นของอนุภาคอารมณ์ด้านลบ: เกินขีดจำกัดความปลอดภัยระดับสาม
นิ้วเรียวยาวของนักวิจัยหนุ่มหยุดชะงักลงครู่หนึ่งบนคีย์บอร์ดโปร่งแสง ข้อมูลดิบจากการทดลองผนผนึกมิติล่าสุดถูกจัดเรียงเป็นระเบียบตามหลักการทางเทอร์โมไดนามิกส์ที่เขาเชื่อมั่นมาตลอด แต่วันนี้ ตัวเลขเหล่านั้นกลับบิดเบี้ยว ราวกับว่าสมองของเขากำลังปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงที่ว่า กฎฟิสิกส์บางข้อในตึกแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์ทำความเข้าใจ
"คุณกำลังฝืนขีดจำกัดของตัวเองเกินไปแล้วนะครับ กวิน"
น้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างลึกซึ้งดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทดลอง อาจารย์อลิสายืนกอดอกพิงชั้นวางอุปกรณ์เวทมนตร์โบราณที่ผสานเข้ากับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองตรงมายังเขา สำรวจรอยคล้ำใต้ดวงตาและคราบเหงื่อบางๆ บนขมับของชายหนุ่ม
กวินไม่หันกลับไปทันที เขายังคงจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรม ปล่อยให้ลมหายใจเข้าออกสอดประสานกับเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปฏิกรณ์มิติ
"ผมยังไหวครับ อาจารย์อลิสา" กวินตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ว่าปลายนิ้วที่วางอยู่บนโต๊ะจะเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "ข้อมูลชุดนี้เพิ่งผ่านการวิเคราะห์ไปเพียงหวดเดียว ถ้าเราไม่รีบปิดรอยแยกของโซน B ก่อนที่กะทำงานกะดึกจะเริ่มขึ้น ความผันผวนของสนามแม่เหล็กเวทมนตร์จะขยายวงกว้างจนเกินกว่าโครงสร้างพื้นฐานของตึกจะรับไหว"
"โครงสร้างของตึกรับไหว... แต่โครงสร้างจิตใจของคุณล่ะครับ?" อลิสาเดินเข้ามาใกล้ ก้าวเท้าของเธอเบาราวกับแมวป่า แต่ทว่าหนักแน่นพอกที่จะดึงสติของกวินให้อציออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอยื่นแก้วกระดาษบรรจุน้ำอุ่นส่งให้เขา "รับไปสิครับ มันไม่ใช่ยาบำรุงวิเศษอะไรหรอก แค่น้ำร้อนธรรมดาที่จะช่วยดึงอุณหภูมิร่างกายของคุณให้กลับมาสู่โลกแห่งความจริง"
กวินรับแก้วอุ่นมาถือไว้ ความร้อนจากผิวแก้วแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ ช่วยบรรเทาความชาหนึบที่เกิดจากการจดจ้องตัวเลขติดต่อกันหลายชั่วโมง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับอาจารย์สาว
"ผมแค่... รู้สึกว่าเราใกล้เข้ามามากแล้วครับ" กวินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่นั้นทอประกายความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานาน "บันทึกการทดลองของพี่ชายผม... ทุกๆ บรรทัดที่ผมถอดรหัสได้ มันบอกเป็นนัยว่าเขาไม่ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เขากำลังพยายามส่งสัญญาณบางอย่างมาจาก 'ชั้นลบ' ที่ลึกกว่าที่เราเคยสำรวจ"
อลิสาถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาของเถาวัลย์เวทมนตร์ที่พันธนาการรอบข้อมือของเธอกะพริบแสงสีเขียวมรกตจางๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าเธอเองก็กำลังใช้พลังจิตเพื่อสะกดกั้นคลื่นความคิดรบกวนจากภายนอกห้อง
"กวิน ฟังผมนะ..." อลิสาโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่จริงจังจนไม่อาจปฏิเสธได้ "พลังที่คุณกำลังใช้ ไม่ใช่แค่การคำนวณตัวเลขทางฟิสิกส์ แต่มันคือการดึงเอา 'ตัวตน' และ 'ความทรงจำ' ของคุณเองมาเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อกับมิติ เวทมนตร์โบราณและเทคโนโลยีตึกสำนักงานแห่งนี้ ถูกออกแบบมาให้สูบกินสติสัมปชัญญะของมนุษย์ทีละนิดโดยที่เราไม่รู้ตัว"
เธอยกมือขึ้นชี้ไปที่ขมับของกวิน
"เมื่อวานนี้ คุณจำชื่อของเพื่อนร่วมงานในแผนกสวัสดิการไม่ได้เป็นเวลาสามนาทีเต็ม และเมื่อสัปดาห์ก่อน คุณเกือบจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ที่ไม่มีอยู่จริงเพราะสมองของคุณสับสนระหว่างมิติภาพสะท้อนกับความเป็นจริง... แบบนี้เรียกว่า 'ไหว' สำหรับคุณเหรอครับ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทดลองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือนภัยสีเหลืองที่ยังคงกะพริบสลับไปมาสาดแสงวับแวมกระทบใบหน้าของทั้งสองคน กวินนิ่งงึมงำ เขาจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้ชัดเจนนัก จนกระทั่งอาจารย์อลิสาเอ่ยเตือน ความกลัวสายหนึ่งแล่นริ้วขึ้นมาในอก ไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความกลัวที่จะ 'สูญเสียความเป็นมนุษย์' จนจำไม่ได้แม้กระทั่งเหตุผลว่าทำไมเขาถึงก้าวเข้ามาในตึกนี้ตั้งแต่แรก
"ถ้าผมหยุดตอนนี้..." กวินพูดเสียงแหบพร่า สายตาจดจ้องอยู่ที่ผิวน้ำในแก้วกระดาษที่กระเพื่อมไหวตามแรงสั่นของมือ "แล้วใครจะเป็นคนหาคำตอบให้พี่ชายของผมล่ะครับ?"
"ไม่มีใครบอกให้คุณหยุดครับ" อลิสาตบไหล่ของชายหนุ่มเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นส่งผ่านพลังงานแปลกประหลาดที่ช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าในจิตใจของกวินได้ชะงัก "แต่การวิ่งมาราธอนโดยไม่พัก ไม่ได้ทำให้คุณเข้าเส้นชัยเร็วขึ้น มีแต่จะทำให้คุณล้มพับไปก่อนที่จะได้เห็นเส้นชัยต่างหาก พักผ่อนซะ กวิน... อย่างน้อยก็ในคืนนี้ ให้ผมเป็นคนเฝ้าระวังรอยแยกโซน B แทนคุณเอง"
กวินมองใบหน้าที่ฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบังของอาจารย์สาว เขาเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ อย่างจำนนต่อเหตุผล
"เข้าใจแล้วครับ... ผมจะพักผ่อนเป็นเวลาสามชั่วโมง"
ชายหนุ่มวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ เตรียมจะหันหลังไปหยิบเสื้อโค้ตที่แขวนไว้ ทว่า ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโฮโลแกรมที่ควรจะแสดงผลกราฟฟิกการไหลเวียนของอนุภาค กลับดับวูบลงพร้อมกันทุกจอ ความมืดมิดกลืนกินห้องทดลองชั่วพริบตา ก่อนที่เสียงสัญญาณเตือนภัยสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน และเสียงโลหะขูดขีดกันอย่างรุนแรงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังพยายามพังกำแพงลงมา
กرิก... กร้อก...
ไม่ใช่เสียงของระบบกลไกตึก แต่มันคือเสียงกระดูกที่บิดตัวเข้าหากัน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าหลายร้อยเสียงที่ดังซ้อนทับกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ ลอยทะลักออกมาจากช่องระบายอากาศ
อลิสาชักมือออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ต วงแหวนเวทมนตร์สีทองปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเธอทันที สายตาของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและเฉียบคมขึ้นในเสี้ยววินาที
"ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ..." อลิสาพึมพำเสียงเครียด ดวงตาเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่คุ้นเคยแต่น่าสะพรึงกลัว "มีใครบางคน... หรือบางสิ่ง... กำลังเปิด 'ประตูชั้นลบ' จากด้านในโดยเจตนา"
กวินหันขวับกลับมาสบตาอาจารย์สาว ความเหนื่อยล้าเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด นิ้วของเขาแตะลงบนอุปกรณ์ควบคุมฉุกเฉินที่ข้อมือซ้าย เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่กำลังจะพังทะลุเพดานลงมาตรงหน้า—
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางสำรวจความลับในตึกแห่งนี้ไปกับผม... ลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ•ตอนที่ 18
ขีดจำกัดของมนุษย์
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานวิจัยอาถรรพ์กับอาจารย์สาวผู้ปิดตายประตูมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!