"ถ้าตรงนี้ยังอินทิกรัลผิดอีกรอบนะพาย พี่จะจับเปลี่ยนชื่อจากคณะนิเทศศาสตร์ ไปลงทะเบียนเรียนซ่อมแชมป์สายพานลำเลียงกับพวกไอ้เขตต์มันจริงๆ ด้วย!"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาอย่างเห็นได้ชัดดังขึ้น พร้อมกับหัวปากกาไวท์บอร์ดหัวโตที่เคาะลงบนกระดานไวท์บอร์ดขนาดพกพาเสียงดัง *ก๊อกๆ* สองทีติด ธันวากำลังยืนกอดอก ใบหน้าคมคายฉายแววเคร่งเครียดแบบที่มักจะใช้เวลาคุมโปรเจกต์หุ่นยนต์ส่งประกวด แต่ตอนนี้เป้าหมายการควบคุมอารมณ์ของเขากลับไม่ใช่ AI หรือเซอร์โวมอเตอร์ราคาแพง หากเป็นร่างบางของเด็กสาวปีสองที่กำลังนั่งทำหน้ามอยอยู่บนเก้าอี้เบาะนวมสีครีมในห้องติวด่วนชั้นสามของหอสมุดกลาง
พายเบะปากนิดๆ อย่างหมั่นไส้ เธอทิ้งดินสอไม้ในมือลงบนสมุดโน้ตเล่มหนาที่เต็มไปด้วยตัวเลขและเครื่องหมายแคลคูลัสยึกยือราวกับลายเส้นไส้เดือนดิ้น พ่นลมหายใจพรวดใหญ่ออกทางจมูกอย่างไม่ยอมแพ้
"ก็มันยากนี่คะพี่ธันวา! นี่มันวิชาพื้นฐานวิศวะนะคะ ไม่ใช่วิชาเขียนบทละครเวที จะได้ให้ตัวเอกเดินมาเจอทางออกแล้วปิ๊งไอเดียได้เลยอ่ะ พายอ่านจนตัวเลขพวกนี้มันเต้นระบำเป็นเพลงร็อคสลับลูกทุ่งอยู่ในหัวหมดแล้วเนี่ย" พายเถียงเสียงอุบอิบ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองค้อนคนตัวสูงกว่าอย่างน่ารัก แสร้งทำเป็นยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองป้อยๆ เพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสาร
"อย่ามาเนียนทำเป็นปวดหัวค่ะ เมื่อกี้ตอนพี่เดินไปหยิบกาแฟกระป๋องที่ตู้กด พี่เห็นแอบเล่นเกมเศรษฐีในมือถือไปสามตาถ้วนนะเรา" ธันวาหรี่ตามองอย่างจับandจับผิด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ แบบที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่พยายามทำ ทว่ากลับอบอุ่นเสียจนคนมองต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นแก้เขิน
ห้องสมุดเงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พ่นลมเย็นฉ่ำตัดกับบรรยากาศดึกดื่นเที่ยงคืนเศษที่ด้านนอกหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นความมืดมิดและแสงไฟนีออนจากตึกคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย ตอนนี้เหลือแค่พวกเขาสองคนในโซนอ่านหนังสือโต้รุ่ง เนื่องจากต้นข้าวขอตัวกลับไปนอนเอาแรงก่อนตั้งแต่สามทุ่มด้วยเหตุผลว่าผิวหน้าจะพังถ้าเกินเที่ยงคืน ส่วนเขตต์ก็หายเข้ากลีบเมฆไปตั้งแต่ตอนเย็นเพราะติดภารกิจสำคัญกับการซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ตัวความหวังของภาควิชา
ธันวาหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่ในเสื้อฮู้ดสีเทาตัวเก่งขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานจนแทบจะชิดกับเก้าอี้ของพาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและกาแฟอุ่นๆ ลอยเข้าแตะจมูกพายจนเธอต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
"ขยับมาใกล้ขนาดนี้... กลัวพายลอกข้อสอบไม่ทันเหรอคะ?" พายเอ่ยแซวเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่เริ่มกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว ตั้งแต่มานั่งติวกันตัวต่อตัวแบบนี้ตั้งแต่หกโมงเย็น หัวใจเธอก็ทำงานหนักยิ่งกว่าสมองที่ต้องรับข้อมูลแคลคูลัสเสียอีก
"เปล่าครับ..." ธันวาชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นเคย เกือบจะหลุดคำว่า 'ครับ' ออกมาอีกแล้ว ก่อนที่เขาจะรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติแล้วพูดต่อด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นิดๆ "...แค่กลัวว่าถ้าปล่อยให้นั่งงงอยู่คนเดียว เดี๋ยวจะหาว่าพี่ใจร้ายปล่อยให้เด็กนิเทศต้องตกมีนวิชาภาควิชาชีวะหรือวิศวะอะไรแถวนี้จนต้องมาร้องไห้ขี้มูกโป่งซะก่อน"
"ย่ะ! ใครจะร้องไห้กันคะ พายออกจะสตรอง!"
"เหรอครับ สตรองจนแอบหลับคาโต๊ะตอนสี่ทุ่มครึ่งนี่เรียกว่าสตรองระดับไหนเหรอ หืม?"
"พี่ธันวา!" พายหน้าแดงซ่านด้วยความอาย มือเรียวคว้าเอายางลบดินสอที่อยู่ใกล้มือที่สุดปาใส่ไหล่กว้างของคนขี้แกล้งทันที แต่มีหรือที่คนตัวโตระดับนักกีฬาเก่าจะหลบไม่พ้น ธันวาเอื้อมมือมารับยางลบก้อนนั้นไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
บรรยากาศตึงเครียดเรื่องตัวเลขและสูตรคำนวณเมื่อครู่ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นละมุนละไมที่แผ่ซ่านอยู่รอบตัว ธันวาวางยางลบลงบนโต๊ะ สายตาคมเข้มทอดมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีดุๆ มาตลอดหลายสัปดาห์ แววตานั้นจริงจังขึ้นจนพายต้องเป็นฝ่ายหลบสายตา ก้มหน้าลงมองสมุดโน้ตของตัวเองแทน
"เหนื่อยไหม..." เสียงทุ้มเอמהถามแผ่วเบา ไร้ซึ่งร่องรอยของการล้อเล่นเมื่อครู่
พายชะงัก มือที่กำลังจับดินสอค้างนิ่ง เธอกะพริบตาปริบๆ ความเหนื่อยล้าจากการโหมอ่านหนังสือมาตลอดสัปดาห์ราวกับมลายหายไปในพริบตาเมื่อได้ยินประโยคสั้นๆ นั้น น้ำเสียงของธันวาไม่ได้หวานหยดย้อย แต่มันเต็มไปด้วยความใส่ใจและความจริงใจที่สัมผัสได้ในทุกอณู
"ก็... นิดหน่อยค่ะ" พายตอบเสียงอ่อย ยอมรับตามตรงเป็นครั้งแรกในรอบวัน "ไม่คิดเลยว่าการกลับมาตั้งใจเรียนตอนที่ชีวิตเกือบจะดิ่งเหวเนี่ยมันจะเหนื่อยขนาดนี้ บางทีพายก็แอบท้อนะคะพี่ธันวา เหมือนเราวิ่งอยู่บนลู่วิ่งที่ปรับสปีดไว้สูงสุดตลอดเวลา วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเส้นชัยสักที"
ธันวาเงียบไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือหนาออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะวางฝ่ามืออุ่นจัดลงบนกลุ่มผมนุ่มของพายแล้วโยกเบาๆ อย่างเอ็นดู สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้พายสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนเห็นเกรดเฉลี่ยเทอมที่แล้วเสียอีก
"ไม่ต้องรีบวิ่งไปถึงเส้นชัยคนเดียวหรอกครับ..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ละลายใจคนฟัง "มีพี่คอยวิ่งประคองอยู่ข้างๆ แบบนี้ไง ต่อให้ลู่วิ่งมันจะเร่งสปีดแค่ไหน... พี่ก็ไม่ปล่อยให้เราล้มหรอกน่า"
คำพูดเรียบง่ายแต่ทรงพลังนั้นทำเอาพายรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองประมวลผลไม่ทันกับความอบอุ่นที่พรั่งพรูเข้ามาในอก ความรู้สึกดีๆ ที่สั่งสมมานานเริ่มล้นปรี่จนเกือบจะเก็บอาการไม่อยู่
"พูดจาเลี่ยนจังเลยค่ะวันนี้ กินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าเนี่ยพี่ธันวา" พายพยายามกลบเกลื่อนความเขินด้วยการทำเสียงสูงใส่ แสร้งทำเป็นย่นจมูกใส่เขาเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบแทบไม่อยู่
"ไม่ได้กินอะไรผิดสำแดงทั้งนั้น แค่พูดความจริงจากใจ..." ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มละลายใจปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา "หรือว่าเขินจนพูดไม่ออกแล้วล่ะครับคุณหนูพาย"
"ใครเขิน! ไม่มี๊!" พายปฏิเสธเสียงดังลั่นจนบรรณารักษ์ที่นั่งอยู่เคาน์เตอร์ไกลออกไปหันมามองค้อน เธอรีบเอามือปิดปากตัวเองแล้วหัวเราะแห้งๆ ออกมาแก้เขิน "เอ่อ... งั้นเรามาลุยข้อนี้ต่อให้เสร็จเถอะค่ะ เดี๋ยวจะตีสองแล้ว เดี๋ยวหน้าพายเหี่ยวตอนไปมหาลัยพรุ่งนี้พอดี"
ธันวายอมถอนมือกลับด้วยความเสียดายจางๆ เขากลับมานั่งตัวตรงแล้วชี้ไปยังโจทย์ปัญหาข้อถัดไปในสมุด "โอเค งั้นข้อนี้ถ้าทำได้ตามที่พี่สอน... เดี๋ยวพี่พาไปกินบะหมี่ต้มยำเจ้าเด็ดหน้าหอตอนตีสาม เป็นรางวัลคนเก่ง ตกลงไหมครับ?"
"เย้! พูดแล้วนะ ห้ามเบี้ยวด้วย!" ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินของกินที่โปรดปราน ความง่วงเหงาหาวนอนหายวับไปกับตา พายกลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว สมองที่เคยตื้อตันกลับมาแล่นฉิวเมื่อมีแรงจูงใจเป็นของอร่อย
เวลาผ่านไปอีกเกือบชั่วโมงจนในที่สุดเสียงระฆังเตือนเวลาปิดทำการของหอสมุดก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณว่าได้เวลาต้องเก็บของกลับห้องพัก ธันวาช่วยพายเก็บสมุด หนังสือ และชีทเรียนลงในกระเป๋าเป้ใบโปรดด้วยความคล่องแคล่ว ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันออกมาจากหอสมุดท่ามกลางลมหนาวระลอกแรกของเดือนที่พัดโชยมาปะทะผิวแก้ว
แสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางเดินทอดยาวเป็นเงาของคนทั้งสองที่เดินซ้อนทับกันไปตามจังหวะก้าวเดิน บรรยากาศเงียบสงบยามดึกทำให้ความรู้สึกบางอย่างระหว่างพวกเขากระชับแน่นยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ พายเดินเอามุกซุกกระเป๋าเสื้อกันหนาว ก้มหน้ามองรองเท้าผ้าใบของตัวเองพลอมอมยิ้มบางๆ เมื่อนึกถึงช่วงเวลาติวหนังสือเมื่อครู่
"ถึงห้องแล้วรีบอาบน้ำนอนเลยนะ ห้ามแอบไปดูซีรีส์ต่อล่ะเข้าใจไหม" ธันวาเอ่ยเตือนด้วยความคุ้นชินเมื่อเดินมาส่งพายถึงหน้าประตูห้องพักที่ชั้นสองของหอพักหญิง
"รู้แล้วค่ะ บ่นเป็นคุณพ่อเลยนะพี่ธันวานี่" พายหันมาทำหน้าล้อเลียนใส่ ก่อนจะไขกุญแจเปิดประตูห้อง "ขอบคุณสำหรับติวเตอร์กิตติมศักดิ์วันนี้นะคะ พายเข้าใจขึ้นเยอะเลย... ถึงแม้ว่าจะยังมึนๆ อยู่บ้างก็เถอะ"
"ยินดีครับ เพื่ออนาคตของเด็กนิเทศ... พี่เต็มที่อยู่แล้ว" ธันวายิ้มละมุนให้ก่อนจะโบกมือลา "เข้าไปข้างในเถอะ ดึกมากแล้ว ฝันดีนะครับพาย"
"ฝันดีค่ะพี่ธันวา"
พายส่งยิ้มหวานหยดให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผลักประตูห้องแล้วก้าวเท้าเข้าไปข้างใน แต่ทว่า... ทันทีที่เธอก้าวพ้นธรณีประตูและกำลังจะเอื้อมมือไปปิดประตูนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
พายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความสงสัย คิดว่าเป็นข้อความจากต้นข้าวที่อาจจะตื่นขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก แต่ทว่าหน้าจอแจ้งเตือนกลับปรากฏข้อความจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียวของคนเพิ่งบอกฝันดีไปเมื่อกี่วินาทีก่อน
[Thanwa]: พาย...
[Thanwa]: ที่บอกว่าวิ่งประคองข้างๆ เนี่ย... จริงๆ แล้วไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเรียนหรอกนะ
[Thanwa]: พี่แค่อยากวิ่งไปข้างๆ พายในฐานะ... แฟนต่างหากล่ะ (Send)
พายเบิกตากว้างจนแทบถลน หน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่ออ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามาแบบรัวๆ ก่อนที่สติจะกลับมาและเธอพบว่า... ธันวากดยกเลิกข้อความสุดท้ายไม่ทัน!
[Thanwa removed a message] (แต่มันไม่ทันแล้วค่ะคุณพี่ขา!)
หัวใจของพายเต้นระรัวราวกับกลองเพลในวัด มือไม้สั่นเทาจนเกือบทำโทรศัพท์มือถือร่วงหล่นลงพื้นห้อง และในวินาทีที่เธอกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบกลับเพื่อแก้เก้อ จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็เบาๆ สามครั้งดังขึ้นจากด้านนอก... พร้อมกับเสียงทุ้มที่กระซิบชิดบานประตูไม้เก่าๆ
"พาย... เปิดประตูให้พี่หน่อยครับ พี่ลืมบอกอะไรบางอย่าง..."
[ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมลุ้นโมเมนต์ใจเต้นแรงนี้ไปพร้อมกันนะคะ]
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 15
วิศวะสายเปย์ (ความรู้)
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!