วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 14

เธอมีสิทธิ์อะไรมาหวง?

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"เธอเอาสิทธิ์อะไรมาหวงฉัน?" ประโยคห้วนสั้นที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของธันวาคม หรือที่ใครต่อใครในคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่างขนานนามให้เขาว่าเป็น 'พ่อหนุ่มไมโครเวฟติดแอร์' ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเพลงจังหวะเร้าใจในร้านคาเฟ่กึ่งบาร์สไตล์มินิมอล พาย ชะתะมือที่กำลังจะคว้าแก้วสมูทตี้สตอเบอร์รี่ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ท่าทีแบบนั้นไม่ได้ทำให้เธอดูเกรงกลัวเลยสักนิด กลับยิ่งเพิ่มดีกรีความหมั่นไส้ให้กับคนมองจนสันกรามคมสันนั้นขบเข้าหากันแน่น "อ้าว! พูดจาแบบนี้หมายความว่าไงคะคุณวิศวะปากแข็ง" พายวางแก้วลงกระแทกโต๊ะเบาๆ จนน้ำสีชมพูหวานกระฉولเล็กน้อย เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองหน้าคนตรงข้ามด้วยแววตาท้าทาย "เมื่อกี้ยังทำหน้าเป็นยักษ์เป็นมารตอนที่รุ่นพี่คณะบริหารเข้ามาทักฉันอยู่เลย แล้วนี่อะไร อยู่ๆ มาถามหาคำว่าสิทธิ์ ย้อนแย้งเก่งกว่าคนสวนที่บ้านฉันอีกมั้งเนี่ย" "ใครหวง เธอคิดไปเองหรือเปล่าพาย" ธันวาเสมองไปทางอื่น เขาคว้าแก้วกาแฟดำขึ้นมาจิบกลบเกลื่อนอาการพิรุธที่แสดงออกทางภาษากายอย่างชัดเจน ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะรัวเร็ว ฟ้องว่าสมองกำลังประมวลผลอย่างหนักเพื่อหาข้อแก้ตัวน้ำขุ่นๆ "ฉันก็แค่มองตามมารยาท ในฐานะที่เธอเป็น... ええ... เป็นสมาชิกในทีมที่ต้องรับผิดชอบโปรเจกต์หุ่นยนต์ร่วมกัน ถ้าเธอไปก่อเรื่องอะไรไว้แล้วงานพัง ฉันที่เป็นหัวหน้าทีมก็ซวยไปด้วยสิ" "เหตุผลร้อยแปดพันเก้า!" พายสวนกลับทันควันแทบไม่ต้องหายใจ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "ถ้าแค่มองตามมารยาท ทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะเดินไปกระชากคอเสื้อพี่เขาด้วยล่ะคะ? แล้วไอฟีลลิ่งแผ่รังสีอำมหิตรัศมีสามเมตรเนี่ย ฉันจำได้ว่าไม่ได้ตั้งค่าระบบเซ็นเซอร์นี้ไว้ในหุ่นยนต์ของเรานะ ธันวา... มองตาฉันแล้วตอบความจริงมาดีๆ ดีกว่าค่ะว่าแอบหึงอะไรอยู่หรือเปล่า" บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงไปถนัดตา แม้รอบข้างจะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของเหล่านักศึกษาโต๊ะอื่น แต่พื้นที่ตรงนี้กลับมีเพียงสายตาของคนสองคนที่กำลังประลองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงข้ามจะได้ยิน เธอเป็นแบบนี้เสมอ... ชอบจู่โจมด้วยคำถามตรงไปตรงมาจนตั้งรับไม่ทัน พายในเวอร์ชันคุณหนูตกอับที่ต้องดิ้นรนหาเงินส่งตัวเองเรียน ช่างมีความแสบสันและเสน่ห์แพรวพราวชนิดที่ทำเอาวิศวกรปีสามอย่างเขาเสียอาการมานักต่อักแล้ว ยิ่งเวลาที่เธอทำแก่งอนแก้มป่องแบบนี้ มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง แต่ปากเจ้ากรรมของเขานี่สิ... ทำไมถึงชอบพูดอะไรสวนทางกับความรู้สึกอยู่เรื่อย [Chat Notification: ต้นข้าว ส่งข้อความถึงคุณ] ต้นข้าว: แกรรร เป็นไงบ้าง ทางนั้นบรรยากาศมาคุป่ะเนี่ย ชั้นเห็นสายตาธันวาคมมองมาทางแกคือน่ากลัวมากแม่ ระวังโดนจับกินในร้านกาแฟนะเว้ย! พาย: (ส่งสติ๊กเกอร์หน้าบึ้งตึงใส่) กินอะไรล่ะแก มันกำลังกวนประสาทฉันอยู่เนี่ย! ปากแข็งยิ่งกว่าปูนซีเมนต์ผสมเหล็กเส้นอีก หมั่นไส้เว้ยยย พายแอบเหลือบสายตาลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สั่นเบาๆ บนโต๊ะ เธอพิมพ์ตอบเพื่อนสนิทด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนตัวสูงที่ยังคงตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความเขินอาย—ใช่ เธอรู้ว่าเขากำลังเขิน ถึงจะทำเป็นฟอร์มจัดใส่ก็เถอะ "ไม่ต้องมาเงียบเลยนะ" พายเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อย เจือแววตัดพ้อที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอแสดงมันออกมา "ถ้าไม่อยากให้ฉันถาม... ก็เลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันสักทีสิคะ ธันวาทำแบบนี้มันทำให้ฉัน... คิดไปไกลนะรู้ตัวไหม" ประโยคหลังพายจงใจลดเสียงลงกระซิบเบาๆ แต่ในระยะประชิดแบบนี้ มีหรือที่คนหูดีอย่างธันวาจะไม่ศิโรราบ ดวงตาคมกริบของธันวาไหววูบไปชั่วขณะ เขาชะงักค้างไปกับคำพูดที่หลุดออกมาจากปากคนตรงข้าม หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายจนเผลอเผลอหลุดยิ้มมุมปากออกมาอย่างลืมตัว มือหนาที่วางอยู่บนตักเผลอ กำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังล้นปรี่ ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของเขาเกินไปแล้ว "แล้วถ้า..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาที่มองตรงมาที่พายเต็มไปด้วยความจริงจังจนน่าใจหาย ปราศจากท่าทีเก๊กขรึมเหมือนทุกที "ถ้าไม่ได้คิดไปเองคนเดียวล่ะ... ถ้าฉันบอกว่าที่ทำไปทั้งหมด เพราะฉันไม่อยากให้เธอไปยิ้มแบบนั้นให้ใครอื่นล่ะพาย" พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่ววินาที สมองขาวโพลนจนประมวลผลไม่ทัน ภาพตรงหน้าพร่าเลือนไปชั่วขณะเมื่อใบหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัวเขาทั้งคู่ราวกับโลกใบนี้หยุดหมุนไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของกันและกันที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าใกล้กันมากกว่าเดิมเพื่อค้นหาคำตอบในใจ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของธันวาบนโต๊ะก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูนั้นลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา *Dine-in Notification:* เขตต์ (วิศวะตัวตึง): *[รูปภาพ]* เห้ยไอธัน! รีบเคลียร์ธุระส่วนตัวแล้วกลับคณะด่วนเลยโวย! หุ่นยนต์ต้นแบบที่เราประกอบไว้ ช็อตพังไม่เป็นท่าแล้วเว้ย! ใครเอาสายไฟสลับขั้วเนี่ยฉิบหายแล้วคุณประธาน! ธันวาผละตัวออกห่างทันที ใบหน้าที่เกือบจะสารภาพความในใจแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาในพริบตาเดียว เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ตอบเพื่อนตัวแสบด้วยความรวดเร็ว ส่วนพาย... เธอนั่งนิ่งค้าง เปลือกตากะพริบปริบๆ ตั้งสติกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่ถูก เมื่อกี้... เกือบจะ... เกือบจะอะไรกันล่ะเนี่ย! ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาพาย แววตาดولเต็มไปด้วยความกังวลและความเสียดายที่ฉายชัด เขายื่นมือหนาออกมาทำท่าจะคว้ามือเล็กของเธอไว้ แต่แล้วเสียงกริ่งประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทางคุ้นเคย และเอ่ยทักเสียงดังลั่นจนคนทั้งร้านหันไปมอง "อ้าว! น้องพายคนสวย บังเอิญจังเลยครับ มาเดทอยู่เหรอเนี่ย?" ธันวาชักมือกลับทันที กรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีเข้มคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดันราวกับพร้อมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อให้รู้แล้วรู้รอด ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับโมเมนต์หวานปนปมปริศนานี้ด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%