วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 13

คืนดาวกับคำสารภาพแบบอ้อมๆ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
กระป๋องเบียร์ลีאוแคนสีเงินสะท้อนแสงไฟสลัวจากระเบียงห้องพักขนาดกะทัดรัดของพาย ในขณะที่เจ้าของห้องซึ่งควรจะมีสติครบถ้วน กลับฟุบหน้าลงกับโต๊ะญี่ปุ่นตัวเตี้ยอย่างไร้การป้องกัน ส่งเสียงฮัมเพลงงึมงำในลำคอราวกับเด็กน้อยกำลังกล่อมตัวเองให้นอนหลับ "ยัยตัวแสบ... บอกให้นั่งดื่มเป็นเพื่อนเฉยๆ ไม่ได้บอกให้กระดกคนเดียวสามกระป๋องรวดแบบนี้สักหน่อย" ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มือหนายื่นไปแย่งกระป๋องเบียร์ที่เกือบจะกลิ้งตกจากขอบโต๊ะมาถือไว้เอง ดวงตาคมกริบของหัวหน้าโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและไร้ช่องโหว่ ทอดมองร่างบางที่นอนซบแขนตัวเองอย่างอ่อนอกอ่อนใจ กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ผสมกับกลิ่นแชมพูเด็กหอมละมุนลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวในยามค่ำคืนที่มีเพียงแสงไฟจากตึกรามบ้านช่องดูเงียบงันและอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด พายขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่มักจะสว่างวาบด้วยประกายความดื้อรั้นและความทันคน ปิดสนิท แพขนตางอนหนาทาบลงบนพวงแก้มใสที่ขึ้นสีเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันน้อยๆ ก่อนจะขยับพึมพำออกมาด้วยเสียงอู้อี้ที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ "อื้อ... อย่ามาบ่นนะไอ้วิศวะขี้เก๊ก... นายมันก็แค่... ตาบ้าที่ชอบทำหน้าดุใส่ฉันตลอดเวลา..." ธันวาชะงักมือที่กำลังจะเก็บกระป๋องเบียร์ หัวใจในอกกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่ง เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นห้อง ให้ระดับสายตาอยู่ในระนาบเดียวกับใบหน้าเนียนใสที่หลับสนิทไปแล้วเรียบร้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัว มือหนายื่นไปเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกแก้มให้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมาแว้дใส่เขาเหมือนทุกที "ถ้าไม่ดุแล้วเธอจะเกรงใจฉันเหรอ ยัยคุณหนูตกอับ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงที่มักจะแข็งกร้าวหรือจริงจังกับงานโปรเจกต์ กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนจนแทบละลาย "รู้ไหมว่าการที่เธอมาป้วนเปี้ยนอยู่ในชีวิตฉันช่วงนี้... มันทำให้แผนชีวิตที่ฉันวางไว้พังไม่เป็นท่าเลยนะ" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของพาย ธันวานั่งมองเสี้ยวหน้าของคนที่ขโมยพื้นที่ในหัวใจเขาไปทีละนิดโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่วันแรกที่เธอเดินเข้ามาในคณะด้วยมาดเชิดๆ แม้ในกระเป๋าจะมีเงินเหลือไม่ถึงร้อยบาท จนถึงวันที่เธอนั่งเถียงฉอดๆ กับเขตต์เรื่องงบประมาณหุ่นยนต์ ความเด็ดเดี่ยวผสมความโก๊ะของเธอมันมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เขาละสายตาไม่ได้เลยสักครั้ง พายขยับตัวพลิกหน้ามาทางเขา ดวงตาที่ปิดสนิทเปิดปรือขึ้นเล็กน้อยอย่างไร้สติ ริมฝีปากสีเรื่อเผยอออกน้อยๆ เธอยื่นมือสะเปะสะปะคว้าชายเสื้อยืดสีดำของธันวาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายวับไปกับตา "ธันวา..." เสียงเรียกที่ลอดออกมาจากริมฝีปากนั้นเบาหวิว แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของชายหนุ่ม ธันวากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "หื้ม ว่าไง... เมาแล้วเพ้อใหญ่เลยนะเรา" ธันวาตอบเสียงนุ่ม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว "นาย... นายรู้ไหม..." พายปรือตาขึ้นมองเขาด้วยแววตาฉ่ำน้ำที่ไร้การป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น ความดื้อรั้น ความปากแข็ง หรือเกราะป้องกันตัวที่เธอชอบสวมไว้เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นหายวับไปกับความเมาเหลือไว้เพียงความน่ารักน่าเอ็นดูที่ทำเอาคนมองใจสั่นระรัว "เวลาที่นายทำหน้าดุใส่... แล้วก็ชอบทำเป็นบ่นโน่นบ่นนี่... แต่ก็คอยเดินตามตูดคอยช่วยฉันตลอด... ฮึ่ม... นายรู้ตัวบ้างไหมเนี่ยว่า... ว่ามันโกงอ่ะ..." "โกงอะไรของเธอ?" ธันวาเลิกคิ้วถาม รอยยิ้มเอ็นดูระบายเต็มใบหน้า "ก็... โกงทำให้ฉัน... เผลอใจไปชอบนายแล้วไงเล่า..." คำพูดประโยคสุดท้ายลอยละลิ่วเข้ามาในความเงียบ ธันวานิ่งค้างไปทันที ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปทั่วร่าง สมองที่เคยประมวลผลโค้ดหุ่นยนต์ได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าในเสี้ยววินาที ข้อความในใจที่เขาไม่เคยกล้าเอ่ยปากบอกใคร ถูกอีกฝ่ายพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ในยามเมามายแบบนี้เนี่ยนะ! "พาย..." ธันวาครางเรียกชื่อเธอเบาหวาม มือหนาเอื้อมไปกุมมือเล็กที่กำเสื้อเขาไว้แน่น หัวใจพองโตจนคับอก ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมานานนับเดือนกำลังจะทะลักออกมา "ถ้ารู้... งั้นเลิกปากแข็งแล้วมาเป็นแฟนฉันสักทีได้ไหมล่ะ..." ธันวาตัดสินใจกระซิบชิดริมหูของคนตัวเล็ก ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองอย่างไร้เงื่อนไข แต่ทว่า... ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนตรงหน้า พายกลับทิ้งน้ำหนักตัวลงซบกับไหล่กว้างของเขาอย่างหมดแรง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเจ้าตัวหลับสนิทไปจริงๆเรียบร้อยแล้วหลังจากปล่อยระเบิดลูกใหญ่ทิ้งไว้ ธันวาได้แต่นั่งค้างเติ่งอยู่ท่าเดิม มุมปากกระตุกขึ้นอย่างทำอะไรไม่ถูก จะหัวเราะก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิงกับสถานการณ์ชวนกุมขมับนี้ "ยัยตัวแสบเอ๊ย... ทิ้งระเบิดไว้แล้วหลับหนีกันดื้อๆ แบบนี้เลยนะ" ธันวาส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว ก่อนจะค่อยๆ ช้อนร่างบางขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาวเพื่อพาไปนอนราบลงบนโซฟาตัวยาวอย่างระมัดระวัง จัดการห่มผ้าให้อย่างดี และนั่งมองหน้าคนหลับด้วยสายตากรุ้มกริ่มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ทว่าในจังหวะที่ธันวากำลังจะผละตัวลุกขึ้นยืนเพื่อเก็บกวาดกระป๋องเบียร์บนโต๊ะ เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของพายก็สว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืด หน้าจอแสดงข้อความตัวหนาจาก "ต้นข้าว" เพื่อนสนิทของพายที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะเวลาหวานๆ ของเขากลางดึก: *[ต้นข้าว]: แก! เรื่องที่ฉันให้ไปสืบเรื่องพ่อของธันวาว่าเกี่ยว ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความท่อนแรกที่ค้างคาอยู่บนหน้าจอ หัวใจที่กำลังพองโตเมื่อครู่หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความลับอะไรเกี่ยวกับครอบครัวของเขาที่ต้นข้าวพยายามสืบอยู่กันแน่? และทำไมมันถึงมาเกี่ยวข้องกับเขาในคืนที่หัวใจกำลังจะเปิดรับความรักแบบนี้! ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลุ้นระทึกกับโมเมนต์หวานปนปมปริศนานี้ด้วยกันในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%