"ยัยพาย! มือลั่นบ้านเธอสิ! ใครเขาพิมพ์ 'คิดถึงจัง' ส่งหาคนอื่นแล้วบอกว่ามือลั่นกันยะ!"
ต้นข้าวเขย่าแขนฉันจนแทบจะหลุดติดมือ ในขณะที่หน้าจอแชตสีเขียวตัวดีกำลังฟ้องเตือนว่า *'ข้อความถูกส่งแล้ว'* หัวใจฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอก พยายามจะกดยกเลิกข้อความ แต่ก็นั่นแหละ... นิ้วเจ้ากรรมมันดันกดปุ่ม 'ลบ' แทนที่จะเป็น 'ยกเลิกข้อความ'
วินาศสันตะโรของชีวิตคุณหนูพายเริ่มขึ้นตรงนี้แหละค่ะ!
"ฉันจะบ้าตาย! ไอ้ธันวาต้องแคปไปประจานในกรุ๊ปวิศวะแน่ๆ ต้นข้าว! ทำไมชีวิตฉันต้องมาตกม้าตายเพราะอีโมจิรูปหมีงี่เง่านั่นด้วย!"
ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะกำมะหยี่ในหอประชุมใหญ่ที่ใช้สำหรับซ้อมละครเวที กุมขมับแน่น แต่ยังไม่ทันจะสงบสติอารมณ์ได้นาน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสที่คุ้นเคยก็ลอยมากระทบจมูก
"ใครบอกว่าจะเอาไปประจาน? ผมไม่ใช่คนว่างงานขนาดนั้นนะ"
ฉันเด้งตัวขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงในชุดช็อปวิศวะยืนกอดอกพิงเสาอยู่มุมมืดของเวที ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นซ่อนความขบขันเอาไว้มิด แต่มีหรือที่คนอย่าง 'พาย' จะยอมแพ้
"แล้วมาทำไมที่นี่? นี่มันหอประชุมคณะนิเทศฯ ไม่ใช่โรงงานผลิตหุ่นยนต์นะนายธันวา" ฉันพยายามคุมเสียงให้เรียบที่สุดแม้ใจจะสั่นเป็นเจ้าเข้า
"พอดีเมื่อกี้เห็นข่าวในเพจมหาลัย ว่ามีพวกโรคจิตแอบมาป้วนเปี้ยนแถวตึกนิเทศฯ" เขาเดินตรงเข้ามาหาฉันเรื่อยๆ สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังตรวจสอบความปลอดภัย "ในฐานะรุ่นพี่... แล้วก็คนที่มีธุระค้างคากับคุณ ผมเลยต้องมาเฝ้าให้แน่ใจว่า 'คนมือลั่น' จะไม่โดนใครฉุดไปซะก่อน"
"ตรรกะประหลาด!" ฉันแค่นเสียง "คนที่จะโดนฉุดก็คือนายต่างหาก ถ้ายังไม่หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น"
"สายตาแบบไหนครับ?" ธันวาหยุดยืนห่างจากฉันเพียงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นอายความกดดันแบบผู้ชายวิศวะมันช่างน่าหวั่นใจ เขาก้มหน้าลงมาจนฉันต้องถอยกรูดไปติดผนังห้องซ้อม "สายตาที่กำลังสงสัยว่า... ไอ้ที่บอกว่าคิดถึงน่ะ คิดถึงจริง หรือว่า 'มือลั่น' กันแน่"
"ธันวา!"
ฉันหน้าแดงซ่านจนไม่กล้าสบตา ต้นข้าวที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับปิดปากกั้นขำจนตัวโยน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีออกไปทิ้งให้ฉันเผชิญหน้ากับปีศาจขี้แกล้งเพียงลำพัง
"เลิกกวนประสาทสักที! วันนี้ฉันต้องซ้อมบทนางเอกให้จบ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ออกไปเลยไป!"
"ซ้อมไปสิ ผมก็ไม่ได้ห้าม" ธันวาหยิบเก้าอี้พับมานั่งลงตรงหน้าเวทีเหมือนผู้ชมวีไอพี "ผมจะเฝ้าดูให้เองว่าคนมือลั่นตอนแสดงละครจะแสดงได้สมบทบาทแค่ไหน เผื่อถ้าลืมบท... ผมจะได้เป็นคนเตือนให้ว่าต้องพูดอะไร"
คำว่า 'เตือน' ของเขามันมีนัยยะแฝงจนฉันหน้าร้อนผ่าว เขาไม่ได้มาเฝ้าเพราะห่วงความปลอดภัยอะไรหรอก เขามาเพื่อจ้องจับผิดเพื่อเอาคืนเรื่องแชตนั่นต่างหาก!
ตลอดสองชั่วโมงของการซ้อม ฉันทำได้เพียงเต้นรำไปตามจังหวะเพลงด้วยใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทุกครั้งที่หันไปสบตากับคนบนเก้าอี้ตัวนั้น ธันวาก็มักจะขยับยิ้มมุมปากเบาๆ พลางก้มหน้าพิมพ์อะไรบางอย่างในมือถือ
*ตึ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในมือถือที่ฉันวางไว้ข้างเวที
**[Thun-Wa]:** "ตอนเต้นท่อนฮุค... อย่าเผลอไปมองตาพระเอกในเรื่องเกินสามวินาทีนะ"
ฉันกัดริมฝีปากแน่น พิมพ์ตอบโต้กลับไปอย่างลืมตัว
**[Pye-Pye]:** "เรื่องของฉัน! นายไม่ใช่เจ้าชีวิตฉันสักหน่อย"
**[Thun-Wa]:** "งั้นเหรอ? ลองเช็กกล้องวงจรปิดในหอประชุมดูสิว่าตอนที่เธอเผลอเดินสะดุดน่ะ... ใครกันที่วิ่งไปรับเธอไว้ก่อนจะถึงพื้น"
หัวใจฉันกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ผุดขึ้นมาทันที จริงด้วย... ตอนที่ฉันสะดุดขาตัวเองจนเกือบหน้าคว่ำ ธันวากลายเป็นคนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างหลังในระยะประชิดอย่างกับมีเวทมนตร์
ฉันหันขวับไปมองเขาอีกครั้ง คราวนี้ธันวาไม่ได้นั่งแล้ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้เวทีอีกครั้ง
"พาย... ลงมานี่หน่อย"
น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่โทนกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันดูจริงจังจนฉันใจคอไม่ดี
"มีอะไร..."
"ลงมา" เขาพูดสั้นๆ แต่ทรงอำนาจจนขาฉันขยับตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ
เมื่อเท้าแตะพื้นหอประชุม ธันวาก็คว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้เดินตามออกไปที่ระเบียงทางเดินหลังตึกที่เงียบเชียบ แสงจันทร์สลัวๆ สาดส่องลงมาทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น แววตาคมคู่นั้นไม่มีแววหยอกล้ออีกแล้ว
"ที่ผมมาเฝ้า... ไม่ใช่เพราะห่วงเรื่องโรคจิตหรอกนะ" เขาสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า "แต่เพราะวันนี้... เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะยอมให้คนอื่นได้ใกล้ชิดคุณในฐานะคู่ซ้อมละคร เพราะหลังจากนี้..."
เขายังพูดไม่จบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงสุดทางเดิน
"ธันวา! อยู่นี่เองเหรอวะ? ตามหาซะทั่วเลย รีบไปที่ตึกวิศวะเดี๋ยวนี้เลยนะ โปรเจกต์หุ่นยนต์มีปัญหาใหญ่!"
เขตต์วิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมสีหน้าแตกตื่น เขาชะงักเมื่อเห็นฉันที่ยืนอยู่ข้างธันวา "อ้าว... คุณพายก็อยู่ด้วยเหรอครับ? เออ... ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่ธันวา นายต้องไปดูไอ้หุ่นตัวใหม่ด่วนเลย มันระเบิดพังพินาศไปครึ่งห้องแล้ว!"
ธันวาชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเสียดาย เขามองหน้าฉันสลับกับเขตต์ ก่อนจะตัดสินใจคว้ามือฉันไปกุมไว้แน่น
"รอผมนะพาย... ห้ามตอบรับคำชวนใครไปกินข้าวหลังซ้อมจบเด็ดขาด เพราะถ้าผมกลับมาแล้วเห็นคุณอยู่กับคนอื่น..." เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน "ผมจะถือว่าคุณเป็นคนเริ่มสงครามก่อนนะ"
พูดจบเขาก็หันหลังวิ่งตามเขตต์ไปทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ แต่ก่อนที่เขาจะลับตาไป เขาก็หันกลับมาตะโกนทิ้งท้ายไว้ว่า...
"แล้วก็เรื่องแชตน่ะ... ไม่ต้องลบหรอก ผมแคปไว้เรียบร้อยแล้วว่า 'พายคิดถึงธันวา' !"
ฉันยืนนิ่งค้าง สมองเบลอไปหมด พาย... พายคิดถึงธันวา? นี่เขาแกล้งกันแรงเกินไปแล้วนะ!
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะลับสายตาไปนั่นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากมือถือฉันก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่จากธันวา แต่เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งรูปถ่ายใบหนึ่งมาให้
'ภาพแอบถ่ายตอนฉันกับธันวายืนที่ระเบียงเมื่อกี้... พร้อมกับคำขู่ที่ทำเอาเลือดในกายฉันเย็นเฉียบ'
"ถ้าอยากให้ภาพนี้ไม่หลุดไปถึงมือแฟนคลับของนายธันวา... พรุ่งนี้ตอนเที่ยง มาหาฉันที่หลังตึกคณะวิศวะคนเดียว... อย่าให้ใครรู้"
ฉันทรุดลงกับพื้นทันที นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่คอยติดตามความวุ่นวายของยัยพายกับนายธันวาอยู่เสมอ มาลุ้นกันนะคะว่าใครคือคนส่งข้อความปริศนานี้ แล้วพายจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง!
"ที่คั่นหนังสือสีชมพู" ด้วยรักค่ะ
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 10
ปฏิบัติการขัดขวางหัวใจ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!