วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 10

ปฏิบัติการขัดขวางหัวใจ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ยัยพาย! มือลั่นบ้านเธอสิ! ใครเขาพิมพ์ 'คิดถึงจัง' ส่งหาคนอื่นแล้วบอกว่ามือลั่นกันยะ!" ต้นข้าวเขย่าแขนฉันจนแทบจะหลุดติดมือ ในขณะที่หน้าจอแชตสีเขียวตัวดีกำลังฟ้องเตือนว่า *'ข้อความถูกส่งแล้ว'* หัวใจฉันเต้นรัวแรงจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอก พยายามจะกดยกเลิกข้อความ แต่ก็นั่นแหละ... นิ้วเจ้ากรรมมันดันกดปุ่ม 'ลบ' แทนที่จะเป็น 'ยกเลิกข้อความ' วินาศสันตะโรของชีวิตคุณหนูพายเริ่มขึ้นตรงนี้แหละค่ะ! "ฉันจะบ้าตาย! ไอ้ธันวาต้องแคปไปประจานในกรุ๊ปวิศวะแน่ๆ ต้นข้าว! ทำไมชีวิตฉันต้องมาตกม้าตายเพราะอีโมจิรูปหมีงี่เง่านั่นด้วย!" ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะกำมะหยี่ในหอประชุมใหญ่ที่ใช้สำหรับซ้อมละครเวที กุมขมับแน่น แต่ยังไม่ทันจะสงบสติอารมณ์ได้นาน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสที่คุ้นเคยก็ลอยมากระทบจมูก "ใครบอกว่าจะเอาไปประจาน? ผมไม่ใช่คนว่างงานขนาดนั้นนะ" ฉันเด้งตัวขึ้นยืนทันทีเมื่อเห็นเจ้าของร่างสูงในชุดช็อปวิศวะยืนกอดอกพิงเสาอยู่มุมมืดของเวที ธันวาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นซ่อนความขบขันเอาไว้มิด แต่มีหรือที่คนอย่าง 'พาย' จะยอมแพ้ "แล้วมาทำไมที่นี่? นี่มันหอประชุมคณะนิเทศฯ ไม่ใช่โรงงานผลิตหุ่นยนต์นะนายธันวา" ฉันพยายามคุมเสียงให้เรียบที่สุดแม้ใจจะสั่นเป็นเจ้าเข้า "พอดีเมื่อกี้เห็นข่าวในเพจมหาลัย ว่ามีพวกโรคจิตแอบมาป้วนเปี้ยนแถวตึกนิเทศฯ" เขาเดินตรงเข้ามาหาฉันเรื่อยๆ สายตาคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังตรวจสอบความปลอดภัย "ในฐานะรุ่นพี่... แล้วก็คนที่มีธุระค้างคากับคุณ ผมเลยต้องมาเฝ้าให้แน่ใจว่า 'คนมือลั่น' จะไม่โดนใครฉุดไปซะก่อน" "ตรรกะประหลาด!" ฉันแค่นเสียง "คนที่จะโดนฉุดก็คือนายต่างหาก ถ้ายังไม่หยุดมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น" "สายตาแบบไหนครับ?" ธันวาหยุดยืนห่างจากฉันเพียงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นอายความกดดันแบบผู้ชายวิศวะมันช่างน่าหวั่นใจ เขาก้มหน้าลงมาจนฉันต้องถอยกรูดไปติดผนังห้องซ้อม "สายตาที่กำลังสงสัยว่า... ไอ้ที่บอกว่าคิดถึงน่ะ คิดถึงจริง หรือว่า 'มือลั่น' กันแน่" "ธันวา!" ฉันหน้าแดงซ่านจนไม่กล้าสบตา ต้นข้าวที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ ถึงกับปิดปากกั้นขำจนตัวโยน ก่อนจะรีบหมุนตัวเดินหนีออกไปทิ้งให้ฉันเผชิญหน้ากับปีศาจขี้แกล้งเพียงลำพัง "เลิกกวนประสาทสักที! วันนี้ฉันต้องซ้อมบทนางเอกให้จบ ถ้าไม่มีธุระอะไรก็ออกไปเลยไป!" "ซ้อมไปสิ ผมก็ไม่ได้ห้าม" ธันวาหยิบเก้าอี้พับมานั่งลงตรงหน้าเวทีเหมือนผู้ชมวีไอพี "ผมจะเฝ้าดูให้เองว่าคนมือลั่นตอนแสดงละครจะแสดงได้สมบทบาทแค่ไหน เผื่อถ้าลืมบท... ผมจะได้เป็นคนเตือนให้ว่าต้องพูดอะไร" คำว่า 'เตือน' ของเขามันมีนัยยะแฝงจนฉันหน้าร้อนผ่าว เขาไม่ได้มาเฝ้าเพราะห่วงความปลอดภัยอะไรหรอก เขามาเพื่อจ้องจับผิดเพื่อเอาคืนเรื่องแชตนั่นต่างหาก! ตลอดสองชั่วโมงของการซ้อม ฉันทำได้เพียงเต้นรำไปตามจังหวะเพลงด้วยใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทุกครั้งที่หันไปสบตากับคนบนเก้าอี้ตัวนั้น ธันวาก็มักจะขยับยิ้มมุมปากเบาๆ พลางก้มหน้าพิมพ์อะไรบางอย่างในมือถือ *ตึ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในมือถือที่ฉันวางไว้ข้างเวที **[Thun-Wa]:** "ตอนเต้นท่อนฮุค... อย่าเผลอไปมองตาพระเอกในเรื่องเกินสามวินาทีนะ" ฉันกัดริมฝีปากแน่น พิมพ์ตอบโต้กลับไปอย่างลืมตัว **[Pye-Pye]:** "เรื่องของฉัน! นายไม่ใช่เจ้าชีวิตฉันสักหน่อย" **[Thun-Wa]:** "งั้นเหรอ? ลองเช็กกล้องวงจรปิดในหอประชุมดูสิว่าตอนที่เธอเผลอเดินสะดุดน่ะ... ใครกันที่วิ่งไปรับเธอไว้ก่อนจะถึงพื้น" หัวใจฉันกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ผุดขึ้นมาทันที จริงด้วย... ตอนที่ฉันสะดุดขาตัวเองจนเกือบหน้าคว่ำ ธันวากลายเป็นคนที่ปรากฏตัวอยู่ข้างหลังในระยะประชิดอย่างกับมีเวทมนตร์ ฉันหันขวับไปมองเขาอีกครั้ง คราวนี้ธันวาไม่ได้นั่งแล้ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้เวทีอีกครั้ง "พาย... ลงมานี่หน่อย" น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป ไม่ใช่โทนกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันดูจริงจังจนฉันใจคอไม่ดี "มีอะไร..." "ลงมา" เขาพูดสั้นๆ แต่ทรงอำนาจจนขาฉันขยับตามคำสั่งโดยอัตโนมัติ เมื่อเท้าแตะพื้นหอประชุม ธันวาก็คว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้เดินตามออกไปที่ระเบียงทางเดินหลังตึกที่เงียบเชียบ แสงจันทร์สลัวๆ สาดส่องลงมาทำให้เห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น แววตาคมคู่นั้นไม่มีแววหยอกล้ออีกแล้ว "ที่ผมมาเฝ้า... ไม่ใช่เพราะห่วงเรื่องโรคจิตหรอกนะ" เขาสูดหายใจเข้าลึก ราวกับกำลังรวบรวมความกล้า "แต่เพราะวันนี้... เป็นวันสุดท้ายที่ผมจะยอมให้คนอื่นได้ใกล้ชิดคุณในฐานะคู่ซ้อมละคร เพราะหลังจากนี้..." เขายังพูดไม่จบ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดตรงสุดทางเดิน "ธันวา! อยู่นี่เองเหรอวะ? ตามหาซะทั่วเลย รีบไปที่ตึกวิศวะเดี๋ยวนี้เลยนะ โปรเจกต์หุ่นยนต์มีปัญหาใหญ่!" เขตต์วิ่งหน้าตั้งเข้ามาพร้อมสีหน้าแตกตื่น เขาชะงักเมื่อเห็นฉันที่ยืนอยู่ข้างธันวา "อ้าว... คุณพายก็อยู่ด้วยเหรอครับ? เออ... ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่ธันวา นายต้องไปดูไอ้หุ่นตัวใหม่ด่วนเลย มันระเบิดพังพินาศไปครึ่งห้องแล้ว!" ธันวาชะงัก ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเสียดาย เขามองหน้าฉันสลับกับเขตต์ ก่อนจะตัดสินใจคว้ามือฉันไปกุมไว้แน่น "รอผมนะพาย... ห้ามตอบรับคำชวนใครไปกินข้าวหลังซ้อมจบเด็ดขาด เพราะถ้าผมกลับมาแล้วเห็นคุณอยู่กับคนอื่น..." เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชิดกัน "ผมจะถือว่าคุณเป็นคนเริ่มสงครามก่อนนะ" พูดจบเขาก็หันหลังวิ่งตามเขตต์ไปทิ้งให้ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ แต่ก่อนที่เขาจะลับตาไป เขาก็หันกลับมาตะโกนทิ้งท้ายไว้ว่า... "แล้วก็เรื่องแชตน่ะ... ไม่ต้องลบหรอก ผมแคปไว้เรียบร้อยแล้วว่า 'พายคิดถึงธันวา' !" ฉันยืนนิ่งค้าง สมองเบลอไปหมด พาย... พายคิดถึงธันวา? นี่เขาแกล้งกันแรงเกินไปแล้วนะ! ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะลับสายตาไปนั่นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากมือถือฉันก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ไม่ใช่จากธันวา แต่เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ส่งรูปถ่ายใบหนึ่งมาให้ 'ภาพแอบถ่ายตอนฉันกับธันวายืนที่ระเบียงเมื่อกี้... พร้อมกับคำขู่ที่ทำเอาเลือดในกายฉันเย็นเฉียบ' "ถ้าอยากให้ภาพนี้ไม่หลุดไปถึงมือแฟนคลับของนายธันวา... พรุ่งนี้ตอนเที่ยง มาหาฉันที่หลังตึกคณะวิศวะคนเดียว... อย่าให้ใครรู้" ฉันทรุดลงกับพื้นทันที นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนที่คอยติดตามความวุ่นวายของยัยพายกับนายธันวาอยู่เสมอ มาลุ้นกันนะคะว่าใครคือคนส่งข้อความปริศนานี้ แล้วพายจะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไง! "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" ด้วยรักค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%