“บอกแล้วไงคะว่าชานมไข่มุกร้านนี้คิวทองยิ่งกว่าบัตรคอนเสิร์ตเกาหลี ถ้าคุณเขตต์จะกรุณาช่วยถอยไปยืนห่างๆ สองเมตร พายอาจจะมีสมาธิในการรอคิวมากกว่านี้ค่ะ”
น้ำเสียงใสแจ๋วที่เจือความระอาเล็กๆ ดังขึ้นท่ามกลางฝูงชนหน้าโรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์ พายยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตมองค้อนชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามที่ถือวิสาสะยืนเบียดไหล่เธอมาสิบนาทีเต็มแล้ว เขตต์หัวเราะรơiร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังถือวิสาสะยื่นพัดลมพกพามาเป่าลมใส่หน้าผากคนตัวเล็กกว่าอีกต่างหาก
“โหน้องพายครับ พี่หวังดีหรอกนะ กลัวคุณหนูสุดสตรองจะเป็นลมแดดตายซะก่อน โปรเจกต์หุ่นยนต์กู้โลกของไอ้ธันวามันยังไม่ทันคลอด พายจะมาล้มพับเพราะชานมไม่ได้นะรู้ไหม” เขตต์ยักคิ้วหลิ่วตา พยายามทำตัวเป็นพ่อสื่อจำเป็นให้เพื่อนสนิทแบบไม่สนสี่สนแปด ถึงแม้ว่าเจ้าตัวต้นเรื่องจะนั่งหน้าบึ้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ห่างออกไปสิบเมตรโน่น
ธันวาในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์หุ่นยนต์สุดเนี้ยบ กำลังนั่งกอดอกหน้าตาถมึงทึงอยู่บนม้าหินอ่อน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองหน้าจอไอแพดที่เปิดค้างไว้เลยแม้แต่น้อย แต่กลับจดจ้องมายังจุดที่พายยืนอยู่ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ยิ่งเห็นเขตต์ก้มตัวลงกระซิบกระซาบอะไรบางข้างหูพายจนเจ้าตัวหันไปตีแขนเพื่อนเขาเพียะใหญ่ ธันวาก็รู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟร้อนๆ มาสุมอยู่ในอกอย่างไรอย่างนั้น
*ในเมื่อไม่ชอบ... แล้วทำไมต้องตามติดขนาดนั้นวะไอ้เขตต์?* ธันวาเผลอสบถในใจ มือหนากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว
แปลก... ทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็แค่รำคาญยายตัวแสบปากเก่งนี่ ที่ชอบเข้ามาปأسป่วนชีวิตอันสงบสุขของวิศวกรหนุ่มสายระเบียบ แต่พอมาวันนี้ วันที่พายเริ่มปรับตัวได้ เริ่มยิ้มสวยๆ ให้คนอื่นที่ไม่ใช่เขา หรือแม้แต่ตอนที่ผู้ชายคณะบริหารคนนั้นเดินเข้ามาแจกขนมจีบเมื่อวานซืน ธันวากลับพบว่าหัวใจตัวเองมันเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
“นี่ค่ะแก! ชานมไข่มุกวิปครีมชีสในตำนาน!” ต้นข้าววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแทรกกลางระหว่างเขตต์กับพาย พร้อมกับยื่นแก้วชาให้เพื่อนรักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “แล้วก็นั่น... ดูโน่นสิแก พ่อหนุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลคณะรัฐศาสตร์คนนั้น เดินตรงมาโน่นอีกแล้ว ยิ้มหวานหยดย้อยเชียว”
พายหันไปมองตามปลายนิ้วของเพื่อนสนิท ก็พบกับ ‘พี่กรณ์’ นักกีฬาตัวท็อปที่เคยช่วยเธอถือของเมื่อสัปดาห์ก่อนกำลังเดินตรงดิ่งมาพร้อมรอยละลายใจ พร้อมกับกล่องคุ้กกี้โฮมเมดในมือ
“อ้าวพาย บังเอิญจังเลยครับ พี่ทำคุ้กกี้มาเผื่อ ลองชิมดูไหมครับสูตรแม่พี่เอง” พี่กรณ์ส่งยิ้มพิมพ์ใจให้พาย ดวงตาแพรวพราวแสดงออกชัดเจนว่ากำลังจีบแบบไม่ปิดบัง
พายกะพริบตาปริบๆ กำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามมารยาท แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักแอะ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับรุ่นพี่นักกีฬาบาสเกตบอลราวกับภูตผี
“ขอทางหน่อยครับ ทางเดินแคบ เดินชนกันระวังฟันหักนะ”
เสียงทุ้มต่ำที่ติดจะหงุดหงิดนิดๆ โพรงขึ้นอย่างไร้ปี่มีขลุ่ย ธันวาหยิบกระเป๋าเป้สะพายขึ้นพาดบ่าเดียว ดวงตาคมกริบมองรุ่นพี่หนุ่มรัฐศาสตร์ด้วยสายตานิ่งสนิทจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก
“เอ่อ น้องธันวาใช่ไหมครับ พอดีพี่กำลังคุยอยู่กับน้องพาย...”
“พอดีผมมีเรื่องด่วนต้องคุยกับเลขาฯ จำเป็นเรื่องโปรเจกต์หุ่นยนต์ครับ เชิญพี่ไปแจกขนมให้คนอื่นเถอะครับ แถวนี้มดมันเยอะ เดี๋ยวคุ้กกี้จะหมดอายุซะก่อน” ธันวาพูดรวบยอดด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นแบบฉบับคนฮาร์ดคอร์ ก่อนจะคว้าข้อมือเรียวของพายแล้วออกแรงดึงให้เดินตามมาทันทีโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว
“นี่! ปล่อยนะคุณธันวา! บ้าหรือเปล่าเนี่ย ลากฉันมาทำไม ฉันเพิ่งจะได้ชานมนะ!” พายโวยวายเสียงหลง ก้าวขาแทบไม่ทันแรงดึงที่ทั้งเร็วทั้งหนักแน่น แต่ก็ยอมเดินตามแรงจูงนั้นมาแต่โดยดีโดยไม่รู้ตัวว่าทำไมถึงไม่สะบัดมือเขาออก
ธันวาเดินจ้ำอ้าวลากเธอมาจนถึงมุมอבของตึกคณะสถาปัตย์ฯ ที่ค่อนข้างเงียบเชียบและไร้ผู้คนผ่านไปมา เขาปล่อยมือเธอทันทีที่พ้นจากสายตาคนหมู่มาก ก่อนจะหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมายที่เจ้าตัวก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
“ตามตื๊ออยู่ได้ น่ารำคาญจริง” ธันวาเอ่ยปากบ่นอุบอิบตามนิสัยกลบเกลื่อนความรู้สึก
“ห๊ะ? ใครตามตื๊อใครกันแน่คะคุณวิศวะสติหลุด! เมื่อกี้คุณต่างหากที่พุ่งเข้ามาขัดจังหวะฉันกับพี่กรณ์เขา แบบนี้เขาเรียกว่ามารúngมารยาทนะคะรู้ตัวไหม!” พายเท้าสะเอวสวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหที่ปะปนกับความเขินนิดๆ จากการกระทำอุกอาจเมื่อครู่
“ก็คนมันแปลกหน้า หน้าตาไว้ใจไม่ได้ แถมยังเอาขนมอะไรก็ไม่รู้มาให้กิน ถ้าเกิดในนั้นมันใส่ยาพิษขึ้นมากลายสภาพเป็นซอมบี้ขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบโปรเจกต์หุ่นยนต์ฮะ” ธันวาหาข้ออ้างข้างๆ คูๆ มาเถียง หน้าตาบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม
“ตลกละ! พี่กรณ์เขาเป็นคนดีจะตาย หน้าตาก็หล่อเหลาแถมเล่นบาสเก่งเป็นนักกีฬาคณะอีกต่างหาก ใครๆ เขาก็อยากเข้าหาทั้งนั้นแหละค่ะ... เอ๊ะ หรือว่า...” พายหรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างจับผิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอิ่ม “หรือว่าคุณธันวา... หึงฉันคะ?”
ประโยคคำถามที่พ่นออกมาแบบตรงไปตรงมาทำเอาคนฟังถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจดวงโตในอกกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ธันวาชะงักไปสามวินาทีเต็ม ก่อนจะรีบปฏิเสธเสียงดังลั่นกลบเกลื่อนความรุก
“หบ! หึงบ้าบออะไรของเธอเล่า! ใครจะไปหึงยายเด็กกะโหลกะลา ปากเก่ง แถมยังใช้เงินเก่งอย่างเธอ บ้าไปแล้ว!” ธันวาหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที ใบหูข้างขวาขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงต้นคอ
“อ้าวเหรอคะ? ถ้างั้นแปลว่าฉันจะไปรับคุ้กกี้จากพี่กรณ์ หรือจะไปนั่งกินชานมกับคุณเขตต์ต่อก็ได้ใช่ไหมล่ะคะ งั้นฉันกลับไปหาพวกเขานะคะคุณหัวหน้าโปรเจกต์” พายแกล้งทำท่าจะหมุนตัวเดินกลับทางเดิม แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าออก ประโยคถัดมาของคนปากแข็งก็รั้งเธอไว้เสียก่อน
“หยุดนะพาย!” ธันวาหันกลับมาคว้าข้อมือเธอไว้อีกรอบ คราวนี้แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่แฝงไปด้วยความสั่นเทาเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุ “ถ้าเธอเดินไปหาไอ้หมอนั่นอีกก้าวเดียว ฉัน... ฉันจะหักคะแนนประเมินโปรเจกต์เธอให้เหลือศูนย์เลยคอยดู!”
“นี่คุณใช้อำนาจมิชอบขู่ฉันเหรอคะ! มันไม่ยุติธรรมเลยนะ!” พายหันมาโวยวายใส่หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง แต่ทว่าแววตาของธันวาในตอนนี้มันกลับไม่มีความกวนประสาทเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความสับสน ลังเล และ... ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด
ธันวาจ้องมองดวงตากลมโตคู่นั้น เนิ่นนานราวกับโลกใบนี้หยุดหมุน เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองมันทรยศเข้าให้แล้ว ในเมื่อไม่ชอบหน้ายายเด็กคนนี้ ทำไมสายตาของเขาถึงต้องคอยมองหาเธอตลอดเวลา ทำไมเวลาเห็นเธอหัวเราะกับคนอื่น มันถึงได้รู้สึกเหมือนมีหนามแหลมๆ มาทิ่มแทงในอก
และในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างเขากับเธอกำลังเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นชัดเจน ธันวาก็กดเปิดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่พิมพ์ข้อความค้างไว้ในแอปพลิเคชันแชตเมื่อสามนาทีที่แล้ว—
*[Chat: ธันวา (วิศวะสายมโน)]*
*(กำลังพิมพ์...)* : พาย... คือว่าฉัน... ฉันไม่ได้หึงหรอกนะเว้ย แต่แบบว่า... คือฉันชอบเธอ...
นิ้วหนากำลังจะกดส่งข้อความสารภาพความในใจที่เก็บกดมานานหลายสัปดาห์ แต่ด้วยความลนลานและทำอะไรไม่ถูก เขากลับเผลอไปกดปุ่ม **“ยกเลิกข้อความสำหรับทุกคน”** เข้าอย่างจังต่อหน้าต่อตาพาย!
ข้อความยาวเหยียดหายวับไปกับตา กลายเป็นประโยคสั้นๆ ว่า *“ธันวายกเลิกข้อความ”* โชว์หร่าอยู่กลางหน้าจอแชต
พายกะพริบตาปริบๆ มองหน้าจอโทรศัพท์ของเขา สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้แดงก่ำลามไปจนถึงหน้าผาก ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดึงมือถือกลับมาซ่อนไว้ข้างหลังอย่างลนลาน สมองตื้อตันจนคิดคำแก้ตัวไม่ออก
“เอ่อ... คือว่า... มือมันลั่น!”
ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมไปกับรอยยิ้มของ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" นะคะ
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 9
ในเมื่อไม่ชอบ ทำไมต้องตาม?
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!