เสียงกระแทกของกล่องพลาสติกใสบรรจุอุปกรณ์ประกอบฉากชิ้นใหญ่ ตกลงกระทบพื้นโรงละครคณะนิเทศศาสตร์ดัง *'ปุ๊ก'* เรียกสติของพายที่กำลังยืนสติหลุดลอยไปถึงดาวอังคาร ให้กลับคืนมาสู่โลกความเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว
"น้องพาย! ยืนเหม่ออะไรอยู่ตรงนั้นล่ะคะ กล่องนี้ต้องเอาไปไว้หลังเวทีนะ เดี๋ยวทีมพร็อพเขาจะใช้เซ็ตฉากบ่ายนี้แล้ว เร็วกว่านี้หน่อยสิคะคนสวย"
เสียงแหลมสูงของประธานฝ่ายเสบียงและสวัสดิการดังขึ้น พร้อมกับโบกมือไล่หยอย ๆ พายสะดุ้งสุดตัว ก้มลงมองกล่องพลาสติกขนาดมหึมาที่บรรจุดอกไม้ปลอมนับร้อยดอกน้ำหนักไม่ใช่เล่น แล้วก็ได้แต่กัดริมฝีปากล่างอย่างคับแค้นใจ ประโยคสารภาพรักกึ่งมึนงงของตาพี่วิศวะหัวเกรียนเมื่อคืนยังวนเวียนอยู่ในสมองจนแทบจะรันเป็นลูปอยู่แล้ว เช้าวันนี้ยังต้องมารับกรรมโดนทัณฑ์บนให้มาช่วยงานคณะนิเทศฯ ในฐานะ "ผู้ช่วยเฉพาะกิจ" ของฝ่ายสถานที่อีก ประโยคที่ว่า *'แต้มบุญหมดหรือยังไง'* คงน้อยไปนิดสำหรับชีวิตพายในตอนนี้ค่ะ!
"รู้แล้วค่ะพี่! กำลังจะยกนี่ไง ไม่เห็นหรือไงคะว่าคนมีตั้งสองมือ!" พายแหวใส่เสียงสูงใส่รุ่นพี่ตัวดีที่เดินหนีไปแล้วอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะย่อตัวลงใช้สองแขนโอบกล่องพลาสติกใบโตขึ้นมาแนบอก น้ำหนักของมันทำเอาหลังแทบหัก หน้าตาน่ารักยู่ยี่ด้วยความเหนื่อยอ่อน
แต่ยังไม่ทันที่พายจะได้ก้าวขาเดินพ้นจากกองลังไม้หลังเวที ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกก็ก้าวฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายสะอาด ๆ ปะปนกับกลิ่นเหงื่อจาง ๆ และกลิ่นไอตากแดดลอยเข้าแตะจมูกทันทีที่อีกฝ่ายหยุดยืนตรงหน้า
"เกะกะ หลบไปค่ะคุณหนูตกอับ เดี๋ยวกล่องนี่คว่ำลงมา ดอกไม้ปลอมพวกนี้จะกลายเป็นขยะเปียกซะก่อน"
เสียงทุ้มติดจะกวนประสาทดังขึ้น พร้อมกับมือหนาเส้นเลือดปูดโปーンตามแบบฉบับเด็กวิศวะที่ใช้งานหนัก ยื่นเข้ามาฉวยกล่องพลาสติกใบนั้นออกจากอ้อมแขนของพายไปอย่างไร้ความปรานี ธันวาทำหน้าตายเฉยเมยราวกับว่ากล่องหนักสิบกิโลกรัมเมื่อครู่เป็นเพียงแค่อากาศธาตุ
พายกะพริบตาปริบ ๆ อ้าปากจะเถียงแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอ "นี่! ใครบอกให้มาช่วยคะ? แล้วใครคือคุณหนูตกอับยะ! ปากแบบนี้ระวังจะไม่ได้กลับวิศวะนะพี่!"
"อ้าว ก็เห็นยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกมาสามวัน ขืนปล่อยให้แบกเอง มีหวังได้ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่ห้องพยาบาล แล้วใครจะมานั่งเถียงผมเรื่องโปรเจกต์หุ่นยนต์ล่ะครับ" ธันวาเลิกคิ้วกวน ๆ ส่งยิ้มมุมปากที่เห็นแล้วอยากจะเอารองเท้าผ้าใบปะหน้าสักที "เดินตามมาเงียบ ๆ เถอะน่า ขาสั้นซะเปล่า เดินช้าเป็นเต่าคลาน"
"ไอ้พี่ธันวา! นี่อยากตายใช่ไหมคะ!" พายฮึ่มฮั่มกำหมัดแน่น เดินกระทืบเท้าปัง ๆ ตามแผ่นหลังกว้างของคนตัวสูงที่เดินนำลิ่วไปยังโซนเก็บฉากหลังเวที
บรรยากาศภายในโรงละครยามสายค่อนข้างอึมครึมเพราะไฟในฮอลล์ยังเปิดไม่ครบทุกดวง แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องลงมาจากเพดานสูงลิบ ทำให้เงาของคนทั้งคู่ทอดยาวไปบนพื้นปูนขัดมัน ยิ่งเดินลึกเข้าไปเท่าไหร่ เสียงจอแจของผู้คนด้านนอกก็ยิ่งเบาลง เหลือเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงลมหายใจของคนสองคนที่เดินตามกันมาติด ๆ
ธันวาโยนกล่องพลาสติกวางลงบนโต๊ะไม้ยาวอย่างเบามือ ก่อนจะหันกลับมามองรุ่นน้องคณะนิเทศฯ ที่ยืนกอดอกหน้าบึ้งตึง แก้มป่องอมลมจนกลมเป็นลูกโป่งด้วยความหมั่นเขี้ยว ดวงตากลมโตมองค้อนเขาปะลับปะเหลือกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"มองหน้าผมแบบนี้... หรือว่าเมื่อคืนคิดถึงคำพูดผม จนไม่ได้นอนล่ะครับน้องพาย" ธันวาแกล้งโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเป็นเชิงล้อเลียน ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น
พายสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดจนสะโพกไปชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้ด้านหลัง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เลือดสูบฉีดพุ่งพล่านจนใบหูแดงแจ๋ ภาพความทรงจำเมื่อคืนที่ธันวาพิมพ์ข้อความยาวเหยียดแล้วบอกว่า *'จีบอยู่จริง ๆ ตั้งนานแล้ว'* ลอยกลับเข้ามาหลอกหลอนในหัวซ้ำ ๆ จนสมองแทบช็อต
"ใคร! ใครคิดถึงพี่คะ! หหลงตัวเองขั้นสุดยอดไปแล้วนะ! ถอยไปเลยนะ!" พายยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ธันวากลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับเสาเข็ม แถมยังขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนระยะห่างแทบไม่เหลือ
"ปากแข็งจังเลยนะคะ... ไหนดูซิ ว่าจะแข็งได้อีกนานแค่ไหน" ธันวาหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า
ในจังหวะที่หัวใจของพายกำลังเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาข้างนอก และสมองกำลังประมวลผลว่าจะวิ่งหนีไปทางไหนดีนั้น จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ หลายคู่พร้อมกับเสียงพูดคุยโ씨กโฮกของเพื่อนร่วมทีมวิศวะก็ดังแทรกเข้ามาจากทางประตูทางเข้าด้านหลังโรงละคร
"ไอ้ธันวา! มึงอยู่ไหนวะ! อาจารย์เรียกประชุมด่วน— อุ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรมึงกับน้องเขาหรือเปล่าวะเนี่ย?"
เสียงทุ้มห้าวของเขตต์ที่ตะโกนโพล่งขึ้นมาพร้อมกับชะโงกหน้าเข้ามาในโซนเก็บฉาก ทำเอาธันวาและพายผละออกจากกันแทบไม่ทัน พายหน้าแดงแจ๋ด้วยความอาย รีบก้มหน้ามุดลงมองพื้นทันที ส่วนธันวาขมวดคิ้วมุ่น หันไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญอย่างไม่รู้กาลเทศะ
"มึงนี่นะเขตต์... ปากเสียนักนะ!" ธันวาพึมพำอย่างหัวเสีย ก่อนจะหันกลับมามองพายที่ยืนบิดเสื้อตัวเองด้วยความเขินอาย
"ฝากไว้ก่อนเถอะค่ะคนปากเสีย!" พายแหวใส่เบา ๆ ก่อนจะทำท่าหมุนตัวเตรียมวิ่งหนีออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ ด้านนอก
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่พายกำลังจะก้าวขาเดินผ่านร่างสูงของธันวาไปนั้น มือหนากลับคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธอไว้เบา ๆ ไม่ให้หนีไปไหน
พายชะงัก หันกลับไปมองด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อจู่ ๆ ธันวาก็ก้มกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่าใจหาย
*"เย็นนี้เลิกงานแล้ว... ห้ามกลับก่อนนะครับ รอผมเคลียร์งานเสร็จ ผมจะพาไปเลี้ยงข้าวไถ่โทษเรื่องที่ทำให้คุณหนูตกอับต้องมาเหนื่อยแบบนี้... ถือว่าเป็นเดตแรกของเราก็แล้วกันนะพาย"*
พูดจบ ธันวาก็ปล่อยมือออกแล้วเดินสวนทางกับเขตต์ออกไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้พายยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่กลางห้องเก็บฉาก พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระโปรงเสื้อพอดี
*(Thanwa: ส่งสติกเกอร์แมวทำหน้ามึน)*
*(Thanwa: "ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมจะไปบอกแม่คุณที่คณะนิเทศฯ จริง ๆ ด้วยนะครับคนสวย")*
พายก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ ตาค้าง อ้าปากพะงาบ ๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกกับความหน้ามึนระดับร้อยริกเตอร์ของนายวิศวะตัวตึงคนนี้!
---
*(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันนะคะ - ที่คั่นหนังสือสีชมพู)*
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 8
แต้มบุญหมดหรือยังไง
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!