วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 7

คู่กัดหรือคู่ขากันแน่

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ถ้าสมองส่วนหน้าของนายมีรอยหยักน้อยเกินกว่าจะประมวลผลคำสั่งพื้นฐาน ฉันยินดีบริจาคเงินสิบบาทไปซื้อคู่มือมนุษยสัมพันธ์ให้ฟรี ๆ เลยค่ะคุณหัวหน้าโปรเจกต์!” เสียงแหลมใสแต่ทรงพลังของพายดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องเลคเชอร์รวมขนาดใหญ่ จนเหล่านักศึกษาปีสองและปีสามที่นั่งจับกลุ่มทำงานโปรเจกต์ร่วมกันถึงกับเงียบกริบ พร้อมใจกันหันขวับมามองเป็นตาเดียว ท่ามกลางความตกตะลึงของบรรยากาศรอบข้างที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจอแจ เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงติดค้างอยู่ในความรู้สึก พายยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว สมองขาวโพลนไปหมดในพริบตาเดียว! หลังจากที่ธันวาจงใจเดินเข้ามาประชิดตัวเธอจนเกินความจำเป็น พร้อมกับยื่นกระดาษโน้ตที่จดรายการคำนวณโครงสร้างหุ่นยนต์ผิดพลาดมาจ่อไว้ตรงหน้า แถมยังทิ้งท้ายด้วยประโยคกวนประสาทที่ว่า *‘ถ้าคุณหนูตกอับอย่างเธอคิดจะมาเป็นผู้ช่วยวิศวะ ก็ช่วยหัดใช้สมองส่วนอื่นคิดนอกจากเรื่องช้อปปิ้งด้วยนะ’* คำพูดนั้นมันจี้จุดดำมืดในใจของพายเข้าอย่างจัง จนต่อมความอดทนที่กักเก็บไว้มานานหลายสัปดาห์ระเบิดออกมาเป็นจุล ธันวา ซึ่งยืนกอดอกพิงโต๊ะเลคเชอร์อยู่ไม่ได้สะท้านสะเทือนกับท่าทีเกรี้ยวกราดของคนตัวเล็กตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย มุมปากหยักลึกยกย้ำขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเลعةที่ชวนให้คนมองอยากจะพุ่งเข้าไปหยิกเนื้อให้เขียวชะอุ่ม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจใบเนียนใสที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธอย่างนึกสนุก “ปากเก่งจังนะคะ ระวังตัวจริงจะไม่ดุเหมือนในคำพูดนะ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่จงใจลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท พร้อมกับก้าวเท้าเข้าหาพายอีกหนึ่งก้าว บีบพื้นที่ยืนของหญิงสาวให้แคบลงจนเธอต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะเลคเชอร์ด้านหลัง “นี่คุณ! ถอยออกไปไกล ๆ เลยนะ ใครอนุญาตให้เข้ามาในระยะประชิดแบบนี้ยะ!” พายโวยวายเสียงหลง มือเล็กพยายามยกขึ้นดันอกแกร่งของฝ่ายตรงข้ามให้ออกห่าง แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับมีรูปร่างสูงใหญ่ราวกับเสาไฟฟ้า ยืนปักหลักนิ่งสนิทไม่ไหวติ่ง แถมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจาง ๆ เจือกลิ่นเปปเปอร์มินต์สะอาด ๆ ยังลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนพายเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว “อ้าว ก็เอกสารในมือเธอมีปัญหา ฉันในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ก็ต้องเข้ามาตรวจสอบความถูกต้องสิคะ หรือว่า... ที่เธอโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนเนี่ย เพราะกำลังเขินที่ฉันยืนใกล้เกินไปกันแน่ หื้ม?” ธันวาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ดวงตาคู่นคมพราวระยับด้วยประกายความหยอกเย้า ชนิดที่ว่าถ้าพายขยับหน้าเข้าไปอีกนิดเดียว ปลายจมูกของทั้งคู่คงจะได้ชนกันพอดี เสียงซุบซิบจากรอบด้านดังขึ้นระงมทันทีราวกับผึ้งแตกรัง “แกดูคู่นั้นดิ... ยืนเถียงกันยังไงให้ฟีลเหมือนพระนางในซีรีส์เกาหลีวะ” เสียงต้นข้าว เพื่อนสนิทสายเปย์ข้อมูลข่าวสารของพาย กระซิบกระซาบกระหนุงกระหนิงกับเขตต์ หนุ่มวิศวะเพื่อนร่วมทีมของธันวาที่ยืนถือแก้วกาแฟอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับทำมือทำไม้ประกอบราวกับกำลังลุ้นหวยเบอร์ใหญ่ “นั่นดิ ฉันว่าไอ้ธันมันไม่ได้มาตรวจงานหรอก มันมาหยอดชัด ๆ ปกติเห็นมันดุใส่ทุกคน แต่นี่กับยายพาย... ยิ้มจนเหงือกแห้งแล้วมั้งนั่น” เขตต์สหายสนิทตัวดีช่วยชงอย่างออกรส ออกท่าทางประกอบฉากจนเพื่อน ๆ ในห้องเริ่มอมยิ้มและส่งเสียงแซวเบา ๆ ออกมา “กรี๊ด! เขตต์ แกดูสายตานายธันดิวะ โคตรคลั่งรักเลยอ่ะ เหมาะสมกันมากกก ฉันเรือลำนี้ จองตั๋ววีไอพีแถวหน้าสุด!” ต้นข้าวแกล้งส่งเสียงเชียร์ดังลั่นจนพายที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดถึงกับสะดุ้งสุดตัว พายหันขวับไปค้อนใส่เพื่อนสนิทตัวเองตาคว่ำ “ต้นข้าว! แกจะบ้าเหรอ ฉันจะฆ่าไอ้มนุษย์วิศวะปากเสียคนนี้ต่างหากเล่า ไม่ได้สวีทอะไรกันทั้งนั้น!” “แต่หน้าเธอนี่แดงไปถึงใบหูแล้วนะพาย หรือว่าที่ด่าเขาเสียงดังเมื่อกี้... กำลังเขินจนสติหลุดอยู่ล่ะสิ” ธันวาฉวยโอกาสจังหวะที่พายหันไปวีนเพื่อนรัก หันมาเอ่ยกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าชวนใจสั่น ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดรินอยู่ข้างแก้มทำเอาพายขนลุกซู่ไปทั้งร่าง สมองที่เคยประมวลผลคำด่าทอได้อย่างคล่องแคล่วกลับหยุดชะงักลงในทันที “ไอ้... ไอ้คนฉวยโอกาส!” พายหันกลับมาผลักอกธันวาเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีราวกับว่าการแกล้งเธอคือความสุขที่สุดในชีวิตประจำวัน ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังชุลมุนวุ่นวายและเสียงแซวจากรอบข้างดังขึ้นระลอกใหญ่ หน้าจอโทรศัพท์มือถือของธันวาที่วางอยู่บนโต๊ะเลคเชอร์ก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทสีเขียวที่เด้งขึ้นมาโชว์หร่าต่อหน้าต่อตาผู้คนนับสิบชีวิตในห้องนั้น **[Notification]: ต้นข้าว: “พี่ธันวาคะ สรุปว่าจีบเพื่อนหนูแล้วจะเลี้ยงชาบูหม้อใหญ่จริงป่ะคะ พายมันบอกว่าถ้าเลี้ยงมันจะยอมใจอ่อนให้ทีนึงค่ะ!”** บรรยากาศภายในห้องเลคเชอร์ตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกสายตาหันขวับกลับมามองที่หน้าจอโทรศัพท์ของธันวาเป็นตาเดียว สลับกับมองหน้าพายที่ตอนนี้ดวงตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน อ้าปากค้างสนิทจนแทบจะกลืนแมลงวันได้ทั้งตัว พายหันขวับไปจ้องหน้าเพื่อนสนิทตัวแสบด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ขณะที่ต้นข้าวทำหน้าลอยชายแล้วยักไหล่ให้อย่างไม่รู้ไม่ชี้ ธันวาปรายตามองข้อความบนหน้าจอเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับพายที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้า ๆ อย่างมีความหมาย นิ้วเรียวของหัวหน้าโปรเจกต์วิศวะกดปลดล็อกหน้าจอโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว ก่อนที่นิ้วโป้งจะรัวพิมพ์ข้อความตอบกลับลงไปในแชทนั้นต่อหน้าต่อตาพายที่พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปแย่งโทรศัพท์มือถือแต่ไม่ทันการณ์ **[ธันวา]: “ไม่ต้องรอให้ถึงชาบูหรอกครับ... เพราะตอนนี้ ผมก็จีบเธออยู่จริง ๆ ตั้งนานแล้วล่ะครับ”** ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความส่งออกดังขึ้นก้องห้อง พร้อมกับที่ธันวากดล็อกหน้าจอแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างใจเย็น ก่อนจะก้มลงกระซิบเบา ๆ ข้างหูพายที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหินอีกครั้ง “ส่วนคำตอบของเธอ... เก็บไว้ตอบฉันตอนสองต่อสองคืนนี้นะคะ คุณตัวตึง” พายยืนอ้าปากค้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาข้างนอก ร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง สมองประมวลผลคำว่า *‘จีบอยู่จริง ๆ ตั้งนานแล้ว’* ซ้ำไปซ้ำมาจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์! *(ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นบทต่อไปด้วยกันค่ะ)*
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%