วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 6

สมรภูมิในห้องแล็บ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกแล้วไงคะว่าให้เชื่อมสายไฟสีน้ำเงินเข้ากับบอร์ดคอนโทรลตัวล่าง ไม่ใช่สีแดง! อยากให้หุ่นยนต์ตัวนี้ระเบิดคามือพี่หรือไงยัยคุณหนูตกอับ!" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดระคนเอือระอาของธันวา ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องแล็บวิศวกรรมศาสตร์อันเงียบสงบ กลิ่นฉุนจางๆ ของตะกั่วบัดกรีและน้ำยาประสานลอยอบอวลปะปนกับไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่เร่งจนหนาวเยือก พายขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นแนวคม เธอสะบัดหน้าขวับมามองร่างสูงในชุดช็อปวิศวะสีส้มเข้มที่กำลังยืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ตรงหน้า แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นมองตรงมาที่เธอด้วยความเหนื่อยหน่ายเต็มประการ ให้ตายเถอะค่ะ! นี่มันเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงของโปรเจกต์หุ่นยนต์กู้ภัยประจำภาคเรียนนี้เลยก็ว่าได้ เมื่อชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์ตัวต้นแบบเกิดลัดวงจรขึ้นมากะทันหัน จนควันสีเทาพวยพุ่งออกมาจากกล่องวงจรหลักเมื่อครู่ ทำเอาหัวใจของพายเกือบจะกระโดดออกมานอกอกด้วยความตกใจ ทว่าสิ่งที่น่าหงุดหงิดยิ่งกว่าตัวหุ่นยนต์พังๆ ตัวนี้ ก็คือพ่อหนุ่มวิศวะปากร้ายที่ยืนสั่งเธอยังกะเธอเป็นลูกน้องในบังคับบัญชา ทั้งๆ ที่เธอก็เป็นแค่เด็กนิเทศศาสตร์ปีสองที่ถูกเกณฑ์มาช่วยงานเฉพาะกิจแท้ๆ ร่างบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคเข้ารูป ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ เธอใช้หลังมือปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ซึมอยู่ตามไรผมออกลวกๆ จนเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบไว้เป็นหางม้าหลุดรุ่ยลงมาปรกใบหน้าหวาน "นี่! พ่อวิศวะสายมโน! จะบ่นอะไรนักหนากคะเนี่ย? คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันได้ไหมล่ะคะ ใครจะไปสมบูรณ์แบบไร้ที่ติเหมือนหุ่นยนต์ที่พี่ประกอบขึ้นมาเล่า!" พายสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องเขากลับอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่ทำเองคนเดียวตั้งแต่แรกเลยล่ะคะ จะลากฉันมาช่วยเป็นเบ๊ทำไมตั้งหลายชั่วโมง" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม จนพายต้องผถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับโต๊ะปฏิบัติการโลหะเย็นเฉียบ พื้นที่รอบตัวแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ระดับสายตาของคนทั้งคู่ห่างกันเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น จนพายได้กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากสบู่เด็กและกลิ่นอายความเป็นผู้ชายเจือจางในอากาศ "ก็เพราะถ้าฉันทำคนเดียว..." ธันวาเว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำทอดลงนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน จนคนฟังถึงกับชะงัก "ฉันก็คงไม่ได้เห็นคนปากเก่งแถวนี้ทำหน้าเหวอตอนสายไฟช็อตน่ะสิคะ" พายรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจเจ้าระกรรมเจ้ากรรมดันเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะขึ้นมาเสียดื้อๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อตอนที่แล้วที่เธอกับเขากำลังจะ... เอ่อ เกือบจะเผลอใจไปกับบรรยากาศแปลกๆ ในห้องเก็บของ วิ่งวนกลับเข้ามาในหัวสมองราวกับเปิดแผ่นซ้ำ เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาพราวระยับที่มองมาอย่างรู้ทันของเขา "ใครเหวอคะ ไม่มี๊! เพ้อเจ้อใหญ่แล้วค่ะ" พายเสียงสูงกลบเกลื่อนความพิรุธ พร้อมกับยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง ทว่าธันวากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนีแต่อย่างใด เขายิ่งทิ้งน้ำหนักตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนเธอต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ บรรยากาศในห้องแล็บที่เคยตึงเครียดด้วยความกดดันของงาน กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยความอึดอัดชวนใจเต้นแรง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจสองดวงที่ดังโครمครามอยู่ในอก ธันวากวาดสายตามองร่องรอยคราบเขม่าสีดำที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนใสของหญิงสาวด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางเบาที่คอยกัดกินหัวใจเขาอยู่ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้แม่คุณหนูตกอับคนนี้ มือหนาเอื้อมออกไปช้าๆ ปลายเรียวนิ้วอุ่นจัดแตะลงที่ข้างแก้มของพายอย่างเบามือที่สุด จนร่างบางสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความไม่คาดคิด "พี่... พี่จะทำอะไรคะ!" พายอุทานเสียงหลง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด "อยู่นิ่งๆ ค่ะ หน้าเปื้อนเขม่าหมดแล้ว" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ปลายนิ้วหยาบกร้านแต่ทว่าอ่อนโยนเกลี่ยคราบสีดำออกให้อย่างเบามือ สายตาที่เขามองเธอมันไม่ได้มีความกวนประสาทเหมือนอย่างเคย แต่ทว่ามันกลับลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความห่วงใยจนพายแทบจะละลายหายไปกับอากาศตรงนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีบทสนทนาใดๆ มีเพียงสายตาที่ประสานกันอย่างมีความหมาย พายรู้สึกราวกับว่าแรงโน้มถ่วงรอบตัวกำลังลดลงจนเธอแทบจะลอยได้ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและจอมมโนคนนี้ จะมีมุมที่อ่อนโยนและทำเอาคนอ่านอย่างเธอ... เอ๊ย คนใจง่ายอย่างเธอใจสั่นได้ขนาดนี้ "เอ่อ... คือว่า..." พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก "เรื่องงานวันนี้... ฉันขอโทษนะคะที่สะเพร่าจนทำให้วงจรพัง" ธันวาชักมือกลับช้าๆ เขายืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างนึกเอ็นดู "รู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ ยัยตัวแสบ รู้ไหมคะว่ากว่าฉันจะประกอบบอร์ดนี้ขึ้นมาได้ ต้องอดหลับอดนอนไปกี่คืน" เขากลับมาใช้น้ำเสียงกวนประสาทตามเดิม ทว่าแววตายังคงพราวระยับ "แต่... ถ้าจะให้หายโกรธง่ายๆ ก็มีข้อแลกเปลี่ยนอยู่นะคะ" "หือ? อะไรอีกคะเนี่ย อย่าบอกนะว่าจะให้ฉันเป็นทาสรับใช้ใช้หนี้ค่าอุปกรณ์ไปตลอดชีวิตน่ะ!" พายโวยวายทันที สีหน้ากลับมางอนแก้มป่องตามสไตล์ "เปล่าเลยค่ะ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบใกล้ใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เลิกเรียกฉันว่า 'วิศวะสายมโน' แล้วเปลี่ยนมาเรียก 'พี่ธันวาขา' สักสามครั้ง... ฉันอาจจะยกโทษให้เรื่องนี้ก็ได้นะคะ" "อี๋! ฝันไปเถอะค่ะคนฉวยโอกาส!" พายแหวลั่นหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินจัด เธอผลักอกเขาเต็มแรงก่อนจะหันหลังขวับไปเก็บเครื่องมือบนโต๊ะเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่ห้ามเอาไว้ไม่อยู่ ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานอมเปรี้ยว ท่ามกลางเสียงบ่นกระปอดกระแปดของธันวาและเสียงเถียงฉอดๆ ของพายนั้น หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของธันวาซึ่งเปิดหน้าต่างแชตทิ้งไว้ ก็เกิดสั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พายเหลือบสายตาไปมองตามสัญชาตญาณ หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มแชตของเพื่อนสนิทในคณะนิเทศศาสตร์ที่ส่งตรงเข้ามาถึงเธอโดยบังคับผ่านแท็บเล็ตที่เชื่อมต่อกันไว้ ดวงตากลมโตหดแคบลงทันทีเมื่อกวาดสายตาอ่านข้อความบรรทัดนั้น หัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่ กลับดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดเข้าใส่หน้า *ต้นข้าว: "แก! อีพาย! รีบเช็คข่าวในเพจมหาลัยด่วนเลย ตอนนี้รูปหลุดที่แกอยู่กับพี่ธันวาในห้องเก็บของเมื่อเย็นวานว่อนเน็ตไปหมดแล้ว แถมพวกมันกำลังเม้าท์กันสนุกปากเลยว่าแกกำลังจับวิศวะรวยเพื่อกู้ฐานะทางบ้านอยู่!"* พายยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว สมองขาวโพลนไปหมดในพริบตาเดียว! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและหลงรักเรื่องราววุ่นๆ ของพวกเขานะคะ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%