ให้ตายเถอะ… ฉันอยากจะตายแล้วเกิดใหม่เดี๋ยวนี้เลยค่ะคุณขา!
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่แปดของวัน จนต้นข้าวที่กำลังนั่งจดเลคเชอร์อยู่ข้างๆ ถึงกับต้องวางปากกาแล้วหันมามองด้วยสายเอือมระอาเต็มทน พาย หรืออดีตคุณหนูตระกูลดังที่ตอนนี้ต้องผันตัวมาเป็นเด็กมหาลัยสายประหยัด กำลังนั่งเท้าคางทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไก่คาไว้ในปาก สายตาเหม่อลอยมองออกไปนอกหน้าต่างห้องสมุดราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปครึ่งหนึ่งแล้ว
"แกเป็นอะไรเนี่ยพาย ถอนหายใจจนคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องสมุดจะล้นทะลักอยู่แล้วนะยะ" ต้นข้าวทักขึ้นพร้อมกับเลิกคิ้วมองอย่างจับผิด "หรือว่าเครดิตการใช้ชีวิตติดดินของแกมันใกล้หมดเขตแล้ว?"
"เปล่าสักหน่อย…" ฉันตอบเสียงอ้อมแอ้ม ปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่ในหัวตอนนี้มันกำลังตีกันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าสายไฟหน้าปากซอย ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนตอนที่นายธันวา—รุ่นพี่วิศวะตัวตึงหัวหน้าโปรเจกต์หุ่นยนต์สุดเป๊ะ—ยอมนั่งหลังขดหลังแข็งติววิชาแคลคูลัสสุดโหดให้จนถึงเที่ยงคืน มันยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัวเหมือนวิดีโอเทปม้วนเดิมที่กดรีเพลย์ไม่ยอมหยุด
ปกติแล้วผู้ชายคนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและดุยิ่งกว่าหมาแม่ลูกอ่อน แต่เมื่อคืนนี้… สายตาคู่คมที่มองมาตอนฉันแก้โจทย์เลขถูก ยอยกมือขึ้นมาขยี้หัวฉันเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากแบบนั้นมันคืออะไรกันคะ?!
*“เก่งนี่… แบบนี้ค่อยน่าสอนหน่อย”*
เสียงทุ้มต่ำประโยคนั้นยังดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทจนหัวใจเจ้ากรรมมันเต้นรัวผิดจังหวะ นี่ฉันไม่ได้กำลังคิดเข้าข้างตัวเองใช่ไหมคะ? หรือว่า… หรือว่านายวิศวะสายมโนคนนั้นเขาจะแอบชอบฉันเข้าจริงๆ แล้วล่ะมั้ง!
"แกทำหน้าเหมือนคนกำลังมีความรักเลยว่ะพาย น่ากลัวมาก ขนลุกหมดแล้วนะ" ต้นข้าวหรี่ตามองพลางใช้ศอกสะกิดเบาๆ "อย่าบอกนะว่า… แกกำลังคิดเรื่องพี่ธันวาอยู่?"
"บ้า! ใครคิดถึงเขากันเล่า!" ฉันรีบแก้ตัวเสียงดังจนบรรณารักษ์โต๊ะข้างๆ ต้องส่งเสียง "ชssst!" กลับมาเตือน ฉันจึงได้แต่ก้มหน้าหงุดหงิด งับริมฝีปากตัวเองเบาๆ เพื่อกลั้นความเขินที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาถึงใบหู "ฉันแค่กำลังคิดว่า… ทำไมโจทย์ข้อนั้นมันถึงยากจังต่างหากเล่า"
"เสียงสูงเชียวนะยะ หลอกคนอื่นหลอกได้ แต่หลอกเพื่อนสนิทอย่างฉันไม่ได้หรอก" ต้นข้าวหัวרะคิกคิกอย่างรู้ทัน "ก็แหม… ใครจะไปคิดล่ะคะว่าคุณหนูพายผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร จะมาตกม้าตายให้กับความละมุนเฉพาะกิจของพี่รหัสวิศวะสุดโหดคนนั้นได้"
"ฮึ่ย! เลิกพูดเลยนะต้นข้าว แกก็รู้ว่าสถานการณ์การเงินฉันตอนนี้มันระส่ำระสายแค่ไหน ถ้าฉันสอบตกวิชานี้ ฉันไม่มีเงินลงทะเบียนเรียนซัมเมอร์รอบสองหรอกนะ เขาคงแค่สงสารเวทมนตร์ เอ้ย! เวทนาฉันในฐานะเพื่อนร่วมคณะที่ต้องมาทำงานโปรเจกต์ร่วมกันเฉยๆ หรอกน่า" ฉันพยายามหาเหตุผลร้อยแปดมาหักล้างความคิดเข้าข้างตัวเองในหัว แต่ยิ่งพูด ภาพรอยยิ้มอบอุ่นของธันวาตอนยื่นกระป๋องกาแฟกระป๋องโปรดมาให้เมื่อคืนมันก็ยิ่งลอยเด่นชัดขึ้นมาซะงั้น
ให้ตายสิผู้ชายอะไร… เวลาดุก็น่าตีให้ตาย แต่พอโหมดอ่อนโยนขึ้นมาทีไร ใจคอมันสั่นคลอนไปหมดทุกส่วนสัดเลยนะคะ!
สมองซีกหนึ่งบอกว่าเขาแค่ใจดีตามมารยาท แต่สมองอีกซีกหนึ่งที่ถูกความมโนครอบงำไปเรียบร้อยแล้วกลับกระซิบเสียงดังว่า *‘ผู้ชายสายวิศวะน่ะซึนเดระจะตาย เขาไม่มีทางแสดงออกตรงๆ หรอก พาย! แกนี่มันเซนส์แรงนะยะ เขากำลังจีบแกชัวร์!’*
ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งเถียงกับตัวเองในใจอย่างดุเดือด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวในมือถือก็ดังขึ้น "ติ๊ง!" เบาๆ
ฉันสะดุ้งเฮือก รีบคว้ามือถือขึ้นมาดูหน้าจอด้วยความรวดเร็ว หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ชื่อของคนที่กำลังนึกถึงปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ… **Thanwa:** *‘เลิกเรียนกี่โมง วันนี้มีซ้อมหุ่นต่อ อย่าลืมกินข้าวล่ะ เดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งไป ฉันไม่อยากแบกคนตัวหนักไปห้องพยาบาลรอบสองหรอกนะ’*
กรี๊ดดดดดดด! นأتตัวเล็กในหัวของฉันกรีดร้องเสียงดังลั่นทุ่ง นี่มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญแล้วไหมคะคุณขา! ข้อความแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ มันคือการแสดงความเป็นห่วงระดับพรีเมียมชัดๆ!
ต้นข้าวที่ชะเง้อคอมองหน้าจอด้วยแอบอมยิ้มแซว "อุ๊ยตายวายร้าย… ใครส่งข้อความมานะ หน้าแดงเชียว เขินจนหูแดงหมดแล้วคุณพายขา"
"เงียบไปเลยนะต้นข้าว!" ฉันแหวใส่เพื่อนสนิทด้วยความเขินอายขั้นสุด ก่อนจะรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความรวดเร็วโดยไม่ทันได้ยั้งคิด นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ตอบกลับไปอย่างมั่นอกมั่นใจเต็มร้อย
**Pie:** *‘รู้หรอกน่า ที่เป็นห่วงเนี่ย… แอบชอบฉันอยู่ล่ะสิยอมรับมาซะดีๆ พี่ธันวาคนซึน!’*
กดส่งปุ๊บ… สติที่เหลืออยู่น้อยนิดก็กระเจิงหายไปในอากาศทันที!
ฉิบหายแล้ว! ฉันพิมพ์อะไรลงไปเนี่ยยยยยย!
ฉันเบิกตากว้างมองหน้าจอด้วยความตกตะลึง พยายามจะกดปุ่มยกเลิกข้อความ (Unsend) ให้เร็วที่สุด แต่มือเจ้ากรรมดันสั่นระริกจนกดพลาดไปโดนปุ่มลบห้องแชทแทน! หน้าจอขึ้นสถานะ *'คุณได้ลบข้อความนี้แล้ว'* แต่มันจะไปมีประโยชน์อะไรเล่าในเมื่อเครื่องหมายอ่านแล้ว (Read) มันขึ้นโชว์หราขึ้นมาตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่ส่งไปแล้วโว้ยยยยย!
บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ฉันหันขวับไปมองหน้าต้นข้าวที่ตอนนี้อ้าปากค้างตาโตเป็นไข่ห่านไปเรียบร้อยแล้ว
"พาย… แก… แกทำอะไรลงไปวะเนี่ย!" ต้นข้าวอุทานเสียงหลง
ติ๊ง!
เสียงข้อความตอบกลับจากฝั่งตรงข้ามเด้งขึ้นมาทันทีราวกับเขาก수รอจังหวะนี้อยู่แล้ว หน้าจอโทรศัพท์สั่นครืดในมือที่ชื้นเหงื่อของฉัน ธันวาส่งข้อความสั้นๆ กลับมาว่า…
*‘อ้าว… รู้ทันด้วยเหรอ งั้นเย็นนี้เลิกเรียน เจอกันที่โรงอาหารคณะวิศวะนะ… มีเรื่องจะคุยด้วย’*
ร่างทั้งร่างของฉันแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า… บางทีความมโนของฉันในวันนี้ อาจจะไม่ได้เป็นแค่เรื่องมโนไปเองฝ่ายเดียวเสียแล้วล่ะค่ะ!
ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอตัวไปกรี๊ดหมอนแป๊บนะคะ รี้ดเดอร์ทุกคนเตรียมตัวรับแรงกระแทกในตอนต่อไปได้เลยค่ะ!
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 5
เมื่อความมโนทำงาน
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!