“รับลาเต้เย็นหวานน้อยเพิ่มช็อตเอสเพรสโซอีกหนึ่งแก้ว… เพิ่มความขมให้เท่ากับสีหน้าของลูกค้าโต๊ะริมกระจกเมื่อครู่นี้ด้วยไหมคะคุณพี่?”
น้ำเสียงหวานใสติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับเสียงเคาะก้านชงกาแฟลงบนกล่องเคาะกากกาแฟดัง *ปึก!* เรียกสติให้ฉัน—พาย—นักศึกษาปีสองคณะนิเทศศาสตร์ หันไปส่งยิ้มหวานหยดให้กับพี่แป้ง เจ้าของร้านกาแฟอินดี้ ‘Slow-Tragic’ ที่ตั้งอยู่หลบมุมในซอยแคบๆ หลังมหาวิทยาลัย
วันนี้ฉันอยู่ในชุดยูนิฟอร์มพาร์ทไทม์สุดชิค—ผ้ากันเปื้อนสีเบจผูกเอวทับเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ และกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบเก็บเป็นมวยลวกๆ ปล่อยปอยผมเคลียกรอบหน้าเพื่อความคล่องตัว ในมือถือแท็บเล็ตรับออร์เดอร์ที่หน้าจอแทบจะค้างเพราะลูกค้าย่านนี้แหละค่ะที่แห่กันมาหลบแดดตอนบ่ายคลอด
ชีวิตของคุณหนูตกอับคนนี้ไม่ได้สวยหรูเหมือนในซีรีส์เกาหลีหรอกนะคะ หลังจากครอบครัวประสบปัญหาทางธุรกิจจนต้องปล่อยคอนโดหรูแล้วย้ายมาซุกตัวในห้องเช่ารูหนู พายคนนี้ก็เรียนรู้สัจธรรมข้อแรกของโลกทุนนิยมทันที… *ความสวยกินไม่ได้ แต่เงินในบัญชีสิคะที่ต่อลมหายใจ!*
งานพาร์ทไทม์บาริสต้าจำเป็นจึงกลายเป็นทางรอดเดียว แม้ว่าช่วงแรกฉันจะทำแก้วลาเต้หกใส่ลูกค้าจนเกือบโดนไล่ออกมาแล้วก็เถอะ
“พายจ๋า ลูกโต๊ะห้าเรียกรับออร์เดอร์รอบสองแล้วค่ะ แถมมองหนูตาเยิ้มเลยนะ ระวังหนุ่มวิศวะแถวนี้มาเห็นเข้าแล้วจะหึงเอาล่ะ” พี่แป้งแซوพร้อมกับยื่นถาดกาแฟมาให้
“ย่ะ! ใครจะมาหึงคนอย่างพายกันคะคุณพี่ ระดับนี้นะ… ชายหนุ่มในคณะนิเทศฯ ต่อคิวจีบยาวไปถึงประตูหน้ามอโน่นค่ะ” ฉันเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจ ตามวิสัยอดีตดาวคณะที่ศักดิ์ศรีค้ำคอ แม้ในกระเป๋าตังค์จะมีแบงก์ร้อยอยู่แค่สามใบก็เถอะ
แต่ก็นั่นแหละค่ะ… ปากมักจะพาซวยอยู่เรื่อย
ในจังหวะที่ฉันหมุนตัวเพื่อจะเดินไปเสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าโต๊ะห้า สายตาดันกวาดไปสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าเข้มที่คุ้นตาจนอยากจะเอาหัวโขกเครื่องชงกาแฟให้รู้แล้วรู้รอด!
*ให้ตายสิ… ผู้ชายคนนั้นมาทำอะไรที่นี่วะเนี่ย?!*
ธันวา… พ่อหนุ่มวิศวะปากร้าย หัวหน้าโปรเจกต์หุ่นยนต์สุดเป๊ะที่ชอบทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลา กำลังนั่งกอดอกไขว่ห้างอยู่ตรงโต๊ะมุมอับสายตา แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟวินเทจสาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันยามก้มมองหน้าจอแล็ปท็อปในมือ
ข้างกายเขามีแก้วมัทฉะลาเต้พร่องไปครึ่งแก้ว วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ
*ธันวามาโผล่ที่คาเฟ่ลับหลังมอเนี่ยนะ?!* ปกติผู้ชายเนี๊ยบๆ อย่างเขาไม่ใช่ว่าจะต้องนั่งสิงอยู่แต่ในห้องแล็บหรือคาเฟ่ฮิปๆ แอร์เย็นฉ่ำใจกลางเมืองหรอกเหรอ ทำไมถึงหลงมาถึงร้านกาแฟแนวอินดี้โทรมๆ (ที่พี่แป้งพยายามเรียกว่าแนววินเทจ) แบบนี้ได้ล่ะคะเนี่ย!
ความตกใจทำให้ฉันเผลอชะوฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ มือที่ถือถาดเริ่มสั่นระริกนิดๆ สมองประมวลผลด้วยความเร็วแสง… *ถ้าธันวาเห็นฉันตอนนี้ ภาพลักษณ์คุณหนูไฮโซจอมเชิ่ดที่ฉันเพียรสร้างมาตลอดเทอมจะพังทลายไม่เป็นท่าแน่ๆ!* เขาจะต้องเอาไปล้อฉันในกลุ่มเพื่อนวิศวะว่า ‘ยายเด็กนิเทศจอมมโนแอบมาเป็นเด็กเสิร์ฟหาเศษเงินใช้’ ชัวร์ป๊าด!
คิดได้ดังนั้น ฉันจึงรีบหันหลังกลับทันทีโดยไม่สนิทว่าโต๊ะห้าจะรอคอยคาเฟอีนอยู่แค่ไหน แผนการก้าวถอยหลังแบบเนียนๆ เริ่มต้นขึ้น… ขวาถอย ซ้ายหลบ หลบหลังเสาไม้—
*ตุ้บ!*
“อุ๊ย!”
เพราะความลนลานและมัวแต่เหลתมองเป้าหมาย ทำให้ฉันเดินชนเข้ากับลังกระดาษใส่เมล็ดกาแฟที่วางระเกะระラอยู่กับพื้นเข้าอย่างจัง! ร่างทั้งร่างเสียการทรงตัว ถาดในมือเตรียมจะร่วงลงมาคว่ำกระจาย แต่โชคดีที่ฉันคว้าขอบโต๊ะข้างๆ ไว้ได้ทัน… ทว่า!
กล่องกระดาษทิชชูที่อยู่บนโต๊ะนั้นสิคะดันกลิ้งตกลงไปในจังหวะพอดีเป๊ะ!
และทิศทางที่มันกลิ้งไป… มันคือโต๊ะของธันวา!
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เมื่อกล่องทิชชูลายดอกไม้สีชมพูหวานแหววกลิ้งไปชนเข้ากับขาเก้าอี้ของพ่อหนุ่มวิศวะเสียงดัง *ก๊อก!* จนเจ้าตัวต้องเงยหน้าขึ้นจากจอแล็ปท็อปด้วยความหงุดหงิด
ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด…
ดวงตากลมโตของฉันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ส่วนดวงตาสีเข้มคมกริบของธันวาค่อยๆ หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย ก่อนที่มุมปากหยักจะได้รูปจะกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ
พินิจพิเคราะห์จากสายตาคู่นั้น… เขาจำฉันได้แม่นยำยิ่งกว่าสูตรคำนวณทางฟิสิกส์เสียอีกค่ะ!
“อ้าว…” เสียงทุ้มต่ำน่าฟังเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ในร้าน “นี่มันคุณหนูพายแห่งคณะนิเทศฯ ไม่ใช่เหรอครับเนี่ย? ทำไมถึงแต่งตัวเป็น… เอิ่ม พนักงานเสิร์ฟฝึกหัดแบบนี้ล่ะครับ หรือว่ากิจการที่บ้านล้มละลายจนต้องมาหาเงินผ่อนค่าชาไข่มุกแล้วจริงๆ?”
ให้ตายเถอะ! คำพูดคำจานี่มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง! พายอยากจะกรี๊ดใส่หน้าหล่อๆ ของเขาสักสามรอบ แต่ติดที่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่ ฉันจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดอกขึ้น แล้วปั้นหน้ายิ้มแย้มแบบนางงามเดินสายส่งกลับไปให้เขาแทน
“แหม คุณธันวาคะ… โลกกลมจังเลยนะคะเนี่ย นึกว่าหนอนหนังสือสายวิศวะจะขลุกอยู่แต่กับหุ่นยนต์ซะอีก ถึงได้หลงมาถึงร้านกาแฟสไตล์ชิคๆ แบบนี้ได้” ฉันกัดฟันพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหยิบกล่องทิชชูขึ้นมาจากพื้นอย่างรวดเร็ว “ส่วนเรื่องชุดของพาย… เขาเรียกว่าการเรียนรู้วัฒนธรรมรากหญ้าค่ะคุณหัวหน้าโปรเจกต์ คนระดับคุณคงไม่เข้าใจรสนิยมแบบนี้หรอกเนอะ เพราะชีวิตคงมีแต่ตัวเลขกับสมการบ้าบอพวกนั้น”
ธันวายังคงนั่งไขว่ห้างมองฉันนิ่งๆ เขาไม่ได้โกรธเคืองกับคำประชดประชันของฉันเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายสายตาคู่คมคู่นั้นยังไล่สายมองตั้งแต่หัวจรดเท้า—สำรวจผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบกาแฟจางๆ ปอยผมที่หลุดรุ่ย และรอยยิ้มฝืนๆ บนใบหน้าของฉันอย่างละเอียด
สายตาแบบนั้น… มันทำให้ใจฉันเต้นผิดจังหวะแปลกๆ นะคะเนี่ย! มันไม่ใช่สายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างที่ฉันกลัวเลยสักนิด แต่เป็นสายตาที่… เหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
“ก็ไม่ได้แย่นะครับ” ธันวาเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทำเอาฉันชะงัก “ชุดนี้… ดูเข้ากับคุณมากกว่าชุดแบรนด์เนมราคาแพงที่ใส่มาวันก่อนตั้งเยอะ”
ห๊ะ?! อะไรนะ? พ่อหนุ่มวิศวะปากร้ายคนนี้กำลังชมฉันเหรอคะเนี่ย?!
ฉันกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทันกับคำชมที่หลุดออกมาจากปากของคนตรงหน้า ปกติเขาต้องหาเรื่องแขวะฉันสิถึงจะถูก! ทำไมวันนี้ถึงมาไม้แปลกพิลึกแบบนี้ล่ะคะ?
“คุณ… พูดอะไรของคุณเนี่ยคะ?” ฉันถามเสียงตะกุกตะกักโดยไม่รู้ตัว ความร้อนผ่าวเริ่มแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้างอย่างห้ามไม่อยู่
ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม เขายกแก้วมัทฉะลาเต้ขึ้นจิบช้าๆ สายตายังคงจ้องมองฉันไม่วางตา รอยยิ้มมุมปากจางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั่นทำเอาใจฉันสั่นไหวอย่างรุนแรง บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดผสมผสานกับกลิ่นอายความอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกมนต์สะกด
“เปล่าหครับ ผมแค่พูดความจริง” ธันวาว่าพลางปิดฝาแล็ปท็อปเสียงดัง *พับ* ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งของเขาทำเอาฉันต้องเงยหน้ามองขึ้นไปพอสมควร “แล้วก็นะ… ถ้าจะเสิร์ฟกาแฟ ช่วยไปเสิร์ฟให้โต๊ะห้าก่อนเถอะครับ เขารอจนคอแห้งเป็นผงแล้วมั้ง”
พายตื่นจากภวังค์ทันที รีบหันไปมองโต๊ะห้าที่ลูกค้าทำหน้าหงุดหงิดใส่จริงๆ ฉันค้อนใส่ธันวาวยวงหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเตรียมเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนครับ พาย”
เสียงทุ้มเอ่ยเรียกชื่อฉันไว้ ทำให้เท้าของฉันต้องชะงักค้างอีกครั้ง ฉันหันกลับไปมองเขาด้วยความสงสัย
ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันในระยะที่ใกล้เกินกว่าปกติ ความสูงของเขาทำให้เงาร่างทาบทับร่างของฉันมิดสนิท กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดของผู้ชายสะอาดสะอ้านลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจฉันเต้นรัวระรัวยิ่งกว่ากลองเพล
นิ้วเรียวยาวของวิศวกรหนุ่มยื่นออกมาช้าๆ… ก่อนจะปัดเศษเมล็ดกาแฟคั่วบดชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่บนเส้นผมด้านข้างของฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนุ่มนวลจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาฉันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
“ทำงานเหนื่อยๆ ก็อย่าลืมพักบ้างนะครับ… คุณหนูตกอับ” ธันวาโน้มใบหน้าลงมากระซิบกระซาบใกล้ใบหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความอ่อนโยนที่ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน “เลิกงานกี่โมงครับ? เดี๋ยวผม… รอเดินกลับหอด้วยกัน”
*ตู้ม!*
เหมือนมีระเบิดปรมาณูย่อมๆ ลูกใหญ่มาลงกลางอกของพาย! หน้าฉันร้อนฉ่าจนคิดว่ามันคงแดงแจ๋เหมือนมะเขือเทศสุกงอมไปแล้วเรียบร้อย นี่เขา… เขาชวนฉันกลับหอเหรอคะเนี่ย?! นี่มันสถานการณ์อะไรกันฟะเนี่ย!
ด้วยความทำอะไรไม่ถูกและเขินอายจนแทบจะมุดแผ่นดินหนี ฉันจึงผลักอกกว้างของเขาเบาๆ แล้ววิ่งหนีหายเข้าไปหลังเคาน์เตอร์บาร์ทันทีโดยไม่กล้าหันกลับไปมองอีกเลย!
มือบางสั่นระริกหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันแชตสีเขียวอย่างลนลาน นิ้วเรียวรีบพิมพ์ข้อความหาเพื่อนสนิทเพื่อระบายความคลั่งในอกทันทีด้วยความเร็วแสง
*(แชต: พาย ⇄ ต้นข้าว)*
*พาย:* แกกกกกกกกกก ช่วยด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!
*พาย:* อีธันวา ธันวาคณะวิศวะคนนั้นอ่ะแกรรรรรรรรรรรรรรรรร!
*พาย:* เขามาเจอฉันทำงานที่ร้านกาแฟ แล้วเขา… เขาขอกลับหอด้วยกันอ่ะแกรรรรรรรรรรรรรรรรร! เขินจนไส้จะบิดอยู่แล้วเนี่ยยยยยยยยยยยย!
*พาย:* หรือว่า… หรือว่าจริงๆ แล้วเขาแอบชอบฉันวะแกรรรรร— (ข้อความนี้ถูกลบแล้ว)
*กรี๊ดดดดดดดดด!* พายเผลอกดส่งข้อความสารภาพความมโนขั้นสุดยอดออกไปในกลุ่มแชตห้องรวมคณะโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะความมือลั่นและลนลานขั้นสุด! แถมไอ้ปุ่มยกเลิกข้อความมันก็กดไม่ทันเพราะเน็ตดันมาหมุนติ้วๆ ในวินาทีชีวิตแบบนี้เสียอีก!
ภาพหน้าจอแชตกลุ่มที่ปรากฏข้อความมโนแจ่มของฉันหลาอยู่ท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมคณะหลายสิบคนทำให้ฉันอยากจะร้องไห้เป็นสายเลือด…
และวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความส่วนตัวจากคนที่ไม่ควรทักมาที่สุดก็เด้งขึ้นหน้าจอโทรศัพท์พร้อมกันพอดี…
*(ข้อความใหม่จาก: ธันวา วิศวะสายมโน)*
*ธันวา:* "หืม… แอบคิดว่าผมชอบเหรอครับ? ก็น่าสนใจดีนะ… เดี๋ยวผมรอหน้าร้านนะจ๊ะ ตัวตึง"
ให้ตายเถอะ… ฉันอยากจะตายแล้วเกิดใหม่เดี๋ยวนี้เลยค่ะคุณขา!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้ แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ! — ที่คั่นหนังสือสีชมพู
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 4
คาเฟ่ลับกับความลับที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!