วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 18

เดตแรกที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"บอกว่าให้เลี้ยวซ้ายตรงเสาไฟสีส้ม ไม่ใช่เลี้ยวขวาเข้าดงแคקטัสปลาวาฬนี่ค่ะคุณวิศวะ!" เสียงใสๆ ของพายดังแว้ดขึ้นกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เรียกสายตาจากคู่รักที่กำลังเดินเลือกซื้อไอศกรีมให้หันมามองเป็นตาเดียว ร่างบางในชุดเอี๊ยมยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดโอเวอร์사이즈ยืนเท้าสะเอว มองหน้าพ่อหนุ่มตัวตึงคณะวิศวะที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเลิกลั่ก เหงื่อซึมตามไรผม ทั้งที่แอร์ในห้างเย็นฉ่ำจนน่าจะติดลบ ธันวาหัวเราะแห้งๆ พลางยกมือขึ้นเกบท้ายทอยแก้เขิน นิ้วเรียวยาวถือถุงกระดาษใส่กระดาษลังและอุปกรณ์ทำโมเดลหุ่นยนต์รุงรังเต็มสองมือ "ก็ใครจะไปรู้ล่ะครับ... เอ๊ย! ใครจะไปรู้เล่า ว่าแผนกเครื่องเขียนกับโซนขายกระบองเพชรมันจะตั้งอยู่ติดกันแบบนี้ พี่ไม่ได้ตาบอดสีนะพาย แค่... แค่สมองส่วนประมวลผลทิศทางมันรวนเวลามีคนบ่นข้างหูแค่นั้นเอง" ธันวาแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม แต่สายตาแพรวิบวับที่มองลงมาฟ้องชัดว่าไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด นี่คือผลลัพธ์จากการตกลงว่าจะมา "เคลียร์งานกลุ่มวิชาโปรเจกต์หุ่นยนต์" ให้เสร็จสิ้นภายในวันนี้ แต่ทว่า... จากห้องสมุดคณะที่เงียบสงบ เขตต์และต้นข้าวกลับร่วมมือกันเป็นกามเทพจำเป็น (หรือตัวป่วนกันแน่นะ) สั่งย้ายสัมโนครัวมาเดินห้างสรรพสินค้าอ้างว่า *'อุปกรณ์ขาดแคลน วัตถุดิบไม่พอ หุ่นยนต์จะเดินไม่ได้ถ้าขาดบรรยากาศฟีลกู๊ด'* ก่อนที่ไอ้เพื่อนตัวดีทั้งสองคนจะแกล้งปวดท้องหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ปล่อยให้ธันวาและพายต้องมารับกรรม—เอ๊ย มารับหน้าที่เดินซื้อของกันตามลำพังสองต่อสอง จากงานกลุ่ม... เลยกลายเป็นทริปเดตแรกแบบไม่ได้ตั้งใจไปโดยปริยาย "ไม่ต้องมาโบ้ยให้คนอื่นเลยนะคะ!" พายค้อนวงใหญ่ใส่ร่างสูงที่สูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงหัว ไหล่บางไหวเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ แต่ไม่รู้ทำไม... ยิ่งเถียงกัน ยิ่งเดินเคียงข้างกันแบบนี้ หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นแรงแปลกๆ ทุกทีที่แขนของเราเผลอเฉียดกันในระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นสบู่เด็กสะอาดๆ จากตัวธันวา ลอยมาแตะจมูกทุกครั้งที่ลมแอร์พัดผ่าน มันไม่ใช่กลิ่นฉุนของผู้ชายเจ้าชู้ แต่เป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้พายเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว "อ่ะ ยอมรับก็ได้ว่าตั้งใจพาเดินหลง" ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นนุ่มทุบ เขาก้าวเข้ามาขวางหน้าพายไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้เด็กเดินชนกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินสวนมา ฝ่ามือใหญ่เอื้อมไปจับชายเสื้อยืดของพายไว้หลวมๆ แล้วดึงเบาๆ ให้เดินตามมาทางร้านขายเครื่องเขียนเป้าหมาย การกระทำนั้นเป็นธรรมชาติเสียจนพายแทบไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกที แผ่นหลังกว้างของเขาก็กลายเป็นโล่กันชนชั้นดีที่บังฝูงชนวุ่นวายรอบตัวให้เธอหมดสิ้น หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวยิ่งกว่ากลองเพล ประsatuความตื่นเต้นตีรวนขึ้นมาจนต้องรีบก้มหน้ามองรองเท้าผ้าใบของตัวเอง เพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หุบแทบไม่อยู่ "เดินดีๆ สิคะ ทำไมต้องมาจับชายเสื้อด้วยเนี่ย คนอื่นมองหมดแล้วนะ" พายกระซิบเสียงเบา พยายามดึงเสื้อคืนแต่ธันวากลับยิ่งกำแน่นขึ้น "ก็กลัวหลงนี่ครับ... หลงห้างไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าหลงใจเธอ พี่คงหาทางออกไม่เจอ" อื้อหือ! ประโยคหยอดระดับสิบกะโหลกถูกปล่อยออกมาหน้าตาเฉย ธันวาหันมายิ้มมุมปากใส่พร้อมกับสายตาราวกับลูกหมาอ้อนเจ้าของ พายรู้สึกเหมือนมีพลุแฟลร์จุดระเบิดในท้อง หน้าเห่อร้อนขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นมาพัดวีพัลวัน "ใครให้หยอดคะ! เลี่ยนจะตายอยู่แล้วเนี่ย ประโยคนี้ไปก๊อปมาจากไหน ยอมรับมานะ!" "ไม่ได้ก๊อปครับ กลั่นมาจากก้นบึ้งของหัวใจวิศวกรเลยนะเนี่ย" ธันวาหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ชอบใจเสียเหลือเกินที่เห็นคนปากเก่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก "ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว วันนี้ถือว่าเรามาเดต... เอ๊ย มาทำโปรเจกต์กันนอกสถานที่เนี่ย อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ พี่เลี้ยงเอง ถือเป็นการไถ่โทษที่พาเดินหลงไปดงกระบองเพชรเมื่อกี้" พายชะงักฝีเท้า ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองหน้าคนตัวสูงที่ก้มลงมามองเธอด้วยแววตาจริงจัง ไร้ร่องรอยของการล้อเล่น ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านและแสงไฟระยิบระยับของห้างสรรพสินค้า ธันวาในชุดนักศึกษาปีสามที่พับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามแบบฉบับชายหนุ่มสุขภาพดี ดูมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลย "เลี้ยงจริงนะคะ? ห้ามเบี้ยวนะ ไม่งั้นจะเอาเรื่องนี้ไปประจานลงกลุ่มไลน์คณะให้หมดเลย" พายแกล้งขู่เสียงแข็ง กลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก "ระดับธันวาตัวตึงวิศวะ พูดคำไหนคำนั้นครับ!" เขายิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะเอื้อมมือมาถือถุงอุปกรณ์ทั้งหมดไว้มือเดียว ส่วนมืออีกข้าง... ค่อยๆ เลื่อนลงมาทาบกุมมือบางของพายไว้หลวมๆ "ไปครับ ไปหาอะไรอร่อยๆ กินกัน ก่อนที่หิวจนกินหัวพี่แทนข้าว" ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ส่งผ่านเข้ามาทำเอาพายสมองตื้อตันไปชั่วขณะ เธอไม่ได้สะบัดมือออกอย่างที่ปากมักจะชอบขู่ แต่ปล่อยให้ปลายนิ้วของเราเกี่ยวประสานกันโดยปริยาย ความรู้สึกหวานละมุนที่แทรกซึมเข้ามาทีละน้อย มันชัดเจนเสียจนกลบเสียงรอบข้างจนเงียบสนิท ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินในห้าง โดยไม่มีใครยอมปล่อยมือจากกันเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่ง... ทั้งคู่เดินมาหยุดอยู่หน้าร้านเบเกอรีชื่อดังที่มีคิวยาวเหยียด ธันวาควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะกดจองคิวออนไลน์ แต่หน้าจอกลับสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะความโรแมนติก เป็นข้อความจากกลุ่มไลน์ *'แก๊งวิศวะพาเพลิน'* ที่ส่งตรงมาจากเขตต์เพื่อนรักตัวแสบ *[เขตต์]: เห้ยไอ้ธันวา! มึงระวังตัวไว้เลยนะเว้ย ตอนนี้แม่ยาย... เอ๊ย แม่ของน้องพายกำลังเดินตรวจห้างสาขาที่มึงอยู่พอดี! เห็นว่าเพิ่งลงจากรถเบนซ์เมื่อกี้นี้เลยโวย รีบพาเด็กหนีเร็วก่อนจะโดนจับได้ว่าโดดโปรเจกต์มาเดต!* ธันวาอ่านข้อความนั้นแล้วเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนจากความผ่อนคลายกลายเป็นตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที พายที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงชะโงกหน้าเข้าไปมองจอโทรศัพท์บ้าง "อะไรคะ ใครทักมา หน้าตาตื่นเชียว" ธันวารีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขายิ้มแห้งๆ ให้พายแบบมีพิรุธสุดๆ "Erm... เปล่าครับ ไม่มีอะไรๆ แมลงวันมันบินเข้าตาเพื่อนเฉยๆ" แต่ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังจะพูดแก้ตัวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เสียงประกาศตามสายของห้างสรรพสินค้าก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดสูทหรูหราสง่างาม ที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "พายจ๊ะ... ลูกมาทำอะไรแถวนี้เหรอ แล้วนั่น... ใครเหรอจ๊ะ?" ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่เคยจับมือพายอยู่เมื่อครู่ปล่อยออกจากกันโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อราวกระููกหินเมื่อสบตาเข้ากับคุณแม่ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ [ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมลุ้นโมเมนต์หัวใจเต้นแรงนี้ไปพร้อมกันนะคะ]
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%