"บอกแล้วไงคะว่าชาไทยแก้วนี้หวานน้อย... ทำไมถึงสั่งหวานร้อยมาให้ฉันล่ะนายธันวา!"
เสียงโวยวายปนเคืองเล็กน้อยของพายดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายของโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่างบางในชุดนักศึกษาปีสองยืนเท้าสะเอว จ้องมองแก้วพลาสติกในมือของพ่อหนุ่มหัวหน้าโปรเจกต์หุ่นยนต์ด้วยสายตาคาดโทษ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ธันวา สะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างกวนประสาทตามสไตล์วิศวะสายมโนที่ชอบหาเรื่องให้โดนค้อนวงใหญ่
"ก็เห็นบ่นว่าช่วงนี้เครียดเรื่องโปรเจกต์ไม่ใช่เหรอคะคุณอดีตไฮโซ... น้ำตาลในเลือดต่ำ เดี๋ยวหน้ามืดเป็นลมล้มพับไป ใครจะรับผิดชอบความน่ารักนี้ไหวล่ะจริงไหม" ธันวาเอ่ยแซวพร้อมกับยื่นมือไปหมายจะดีดหน้าผากมนเบาๆ แต่พายไวกว่า เธอเอี้ยวตัวหลบพร้อมกับใช้หลอดกาแฟตีมือหนาโป๊กใหญ่
"ไม่ต้องมาทำเป็นเจ้าเล่ห์เลยนะคะ! ฉันไม่ใช่เด็กสามขวบนะที่จะมาหลอกล่อด้วยน้ำหวานแก้วเดียว" พายเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี แม้ว่าแก้มใสจะเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้แทบไม่ไหว เคมีคู่กัดโบ๊ะบ๊ะคู่นี้มักจะเรียกเสียงหัวเราะจากต้นข้าวที่นั่งไขว่ห้างกดโทรศัพท์อยู่ข้างๆ ได้เสมอ
"อุ๊ย แก เบาได้เบานะคะพ่อคุณ ข้าวเหม็นความรักจนมดจะขึ้นจอโทรศัพท์อยู่แล้วเนี่ย" ต้นข้าวแซรกขึ้นมาลอยๆ โดยไม่เงยหน้าจากจอ พร้อมกับส่งยิ้มกรุ้มกริ่มให้เพื่อนสาว "ว่าแต่... แกสองคนเคลียร์กันเองนะ พอดีฉันมีธุระด่วนต้องไปตึกนิเทศก่อน ฝากซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งด้วยนะธันวา"
พายหันขวับไปมองเพื่อนสนิททันทีด้วยสายตาอาฆาต "เดี๋ยวสยาย... ยัยต้นข้าว! แกจะทิ้งฉันไว้กับตาบ้าวิศวะนี่เหรอ กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
แต่สายเกินไปเสียแล้ว ต้นข้าวชิ่งหนีหายไปกับฝูงชนอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง ทิ้งให้พายต้องยืนอยู่กับธันวาตามลำพังท่ามกลางเสียงจอแจรอบตัว รอยยิ้มขี้เล่นของพ่อหนุ่มวิศวะค่อยๆ จางลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นแววตาไหววูบในดวงตากลมโตของคนตรงหน้า เขารู้ดีว่าช่วงนี้พายแบกรับความกดดันหลายอย่าง ทั้งเรื่องปรับตัวจากชีวิตคุณหนูตกอับ ทั้งเรื่องงาน และ... เรื่องที่เขาไม่อยากให้มันเข้ามารบกวนจิตใจเธอเลยสักนิด
"เป็นอะไรคะ หืม?" ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงให้มีความนุ่มนวลขึ้น มือหนายื่นไปดึงชายเสื้อนักศึกษาของพายเบาๆ อย่างหยอกเย้า "เหนื่อยมากเหรอ เดี๋ยวเลี้ยงหมูกระทะเป็นการไถ่โทษที่สั่งชาไทยหวานเกินไปเอาไหม"
พายเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธและพ่นคำกวนๆ กลับไปตามฟอร์ม แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็หยุดลงตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับเงาร่างสูงโปร่งที่ทาบทับลงมาบังแสงไฟจากหลอดนีออนของโรงอาหารจนมิด
"ไม่คิดเลยนะครับว่าจะได้เจอคุณที่นี่... พาย"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยจนน่าใจหายดังขึ้น ทันทีที่ประโยคนี้ลอยเข้าโสตประสาท ร่างกายของพายก็แข็งทื่อราวกับถูกสาป รอยยิ้มและอาการงอนเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น เธอกลืนน้ำลงคออย่างยากลำบากก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองผู้มาใหม่
ชายหนุ่มในชุดสูทลำลองดูภูมิฐาน เรือนผมเซ็ตเข้ารูปอย่างดี ใบหน้าคมคายที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเธอในอดีตกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้... 'กรณ์' อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในวันที่ครอบครัวเธอล้มละลายและประกาศล้มละลายอย่างไร้เยื่อใย เขากลับมาแล้ว และยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวินาทีที่เธอพยายามจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคนที่ดีกว่า
ธันวาหุบยิ้มทันที บรรยากาศรอบตัวของพ่อหนุ่มวิศวะสายมโนเปลี่ยนจากความสดใสกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขาสังเกตเห็นอาการตัวสั่นเทาเล็กน้อยของพาย มือเรียวที่กำชายเสื้อเขาแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด นั่นทำให้ธันวาขยับตัวก้าวขึ้นมาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบมองสำรวจผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ด้วยความไม่เป็นมิตรอย่างปิดไม่มิด
"ขอโทษนะครับ... รู้จักแฟนผมเหรอครับ?" ธันวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน เป็นประโยคประกาศอาณาเขตที่ชัดเจนจนพายต้องเหลือบมองเขาด้วยความประหลาดใจ
กรณ์ปราบตามองธันวาตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มสุภาพแต่แฝงความเย่อหยิ่งถูกระบายบนใบหน้า "แฟนเหรอครับ? หm... ไม่ยักรู้ว่ารสนิยมของพายจะเปลี่ยนไปคบเด็กช่างซะแล้ว จากคุณหนูไฮโซตระกูลดัง... ตอนนี้ลดตัวมาเดินกับเด็กวิศวะหาเช้ากินค่ำแล้วเหรอครับพาย"
คำพูดเหยียดหยามที่เจือความดูถูกอย่างชัดเจนทำให้เส้นความอดทนของพายขาดผึ่ง เธอสะบัดตัวหลุดจากการบังของธันวา ก้าวออกเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและรอยแผลเป็นที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง
"คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้กับฉันคะคุณกรณ์!" พายเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความเดือดดาล "วันที่บ้านฉันล้มละลาย คุณเป็นคนเดินหนีหายไปอย่างไร้เยื่อใยเองไม่ใช่เหรอคะ! แล้วตอนนี้คุณมีหน้าอะไรมาเหยียบหัวใจฉันอีก ไสหัวไปซะ!"
กรณ์ไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านต่อความเกรี้ยวกราดนั้น เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองพายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกเหนือกว่า "ผมก็แค่เป็นห่วง... คิดว่าคุณคงลำบากมากจนต้องเกาะเด็กวิศวะคนนี้กินเสียอีก แต่ไม่เป็นไรหรอกนะพาย ถ้าคุณยอมกลับมาหาผมเหมือนเดิม เรื่องหนี้สินทั้งหมดของพ่อคุณ... ผมเคลียร์ให้ได้ในพริบตาเดียว"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมรอบบริเวณ ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบจะซัดหมัดใส่หน้าไอ้หน้าหล่อคนนี้เสียให้เข็ด แต่ก่อนที่ธันวาจะได้ทำอะไร พายก็เอื้อมมือมาคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบที่สะท้อนความกลัวและความสับสนทำให้ธันวาต้องหันกลับไปมองเธอ
ดวงตาของพายเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่เธอพยายามกลั้นมันไว้อย่างสุดความสามารถ ภาพลักษณ์ของสาวปากเก่งตัวตึงมลายหายไป เหลือเพียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเผชิญหน้ากับเงาร้ายในอดีตที่ตามมาหลอกหลอน
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้พายอีกก้าวหนึ่ง พร้อมกับยื่นมือออกมาหวังจะแตะไหล่เธอ "กลับไปกับผมเถอะพาย... คุณรู้ดีว่าคุณขาดฉันไม่ได้หรอก"
"ถอยมือสกปรกของคุณออกไปจากแฟนฉัน!" ธันวาตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและน่ากลัวที่สุดเท่าที่พายเคยได้ยินมา ร่างสูงของวิศวะหนุ่มก้าวเข้ามายืนขวางกั้นระหว่างพายกับกรณ์ไว้อย่างมิดชิด สายตาดุดันคู่นั้นจ้องมองกรณ์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้าไม่อยากให้หน้าหล่อๆ ของคุณต้องมีรอยแผลเป็นจากช็อปวิศวะ ก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าพวกเราซะ!"
กรณ์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเจอพลังกดดันจากธันวา เขากวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"ปากดีนี่ไอ้น้อง... ระวังไว้เถอะ ของที่แกกำลังประคบประหงมอยู่นี้... วันหนึ่งเขาก็จะทิ้งแกไปหาคนที่คู่ควรมากกว่าอยู่ดีแหละวะ" พูดจบกรณ์ก็หันหลังเดินจากไปอย่างลอยชาย ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอึดอัดและคุกกรุ่น
พายยืนนิ่งงั้น น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลรินลงมาเงียบๆ ความรู้สึกอับอายและหวาดกลัวตีรันวนเวียนอยู่ในอกจนเธอแทบหายใจไม่ออก เธอก้มหน้ามองพื้นพยายามซ่อนความอ่อนแอ แต่ทว่า... สัมผัสอบอุ่นจากมือหนาของธันวาก็เอื้อมมาประคองใบיrนเธอให้เงยขึ้นสบตา
นิ้วโป้งของธันวาเกลี่ยหยาดน้ำตาบนแก้มใสให้อย่างอ่อนโยน แววตาที่เขามองเธอไม่มีความโกรธเกรี้ยวหรือรังเกียจเลยแม้แต่น้อย มีแต่ความห่วงใยและความอบอุ่นที่พายโหยหามาตลอด
"ร้องไห้ทำไมคะ... แฟนฉันเก่งจะตาย ไม่เห็นต้องไปเสียน้ำตาให้ไอ้หน้าตัวเมียแบบนั้นเลย" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มอบอุ่นถูกส่งให้เธอเพื่อเป็นการเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำ
พายสูดหายใจเข้าลึกๆ กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอบคุณออกมา แต่จังหวะนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นขัดจังหวะความซาบซึ้ง
ธันวาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง หน้าจอแสดงข้อความจากกลุ่มไลน์วิศวะที่เขตต์ส่งเข้ามาพร้อมกับรูปถ่ายบางอย่าง และข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจของธันวาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*(ภาพถ่ายใบสมัครงานในตู้เซฟบริษัทเก่าของพาย ที่ระบุชื่อ "กรณ์" เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการล้มละลายและการฮุบกิจการทั้งหมด)*
พร้อมกับข้อความจากเขตต์ที่เด้งตามมาติดๆ: **"ไอ้ธันวา! รีบพาพายหนีไปจากตรงนั้นด่วน! ไอ้กรณ์มันไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึง... แต่มันกำลังจะเล่นงานพายให้หมดตัวเป็นครั้งที่สอง!"**
(ที่คั่นหนังสือสีชมพูขอเป็นกำลังใจให้พายผ่านพ้นเรื่องร้ายนี้ไปได้ด้วยอ้อมกอดอุ่นๆ ของธันวานะคะ)
วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง•ตอนที่ 21
เงาอดีตที่หวนกลับมา
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับไฮโซตกอับฉบับตัวตึง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!