เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 3

บุรุษหนุ่มผู้เงียบขรึมกับไก่ย่างสมุนไพร

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"หากพวกท่านยังกล้าก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตเรือนหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าข้า... หลินว่านหลิวผู้นี้ ไม่เตือน!" น้ำเสียงใสราวกระดิ่งเงินที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้คนฟังถึงกับขนลุกซู่ ป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังอ้าปากเตรียมจะแผדเสียงโวยวายตามนิสัยเดิม ถึงกับสำาลักน้ำลายตัวเองจนหน้าดำหน้าแดง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อปะทะเข้ากับแววตาคู่สวยที่ฉาบไว้ด้วยประกายความเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งพันปี นางไม่เคยเห็นหลินว่านหลิวผู้ยอมก้มหน้าให้คนในตระกูลจ้าวโขกสับมาตลอดหลายปี มีรัศมีที่น่าเกรงขามถึงเพียงนี้มาก่อน เบื้องหลังร่างเพรียวบางที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง คือเงาร่างสูงใหญ่ของสามีหนุ่ม แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีของจ้าวเฟิงหลินกวาดมองญาติผู้พี่และบรรดาชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ด้วยความเย็นชา มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธและงานหนักค่อยๆ วางลงบนไหล่บางของภรรยาอย่างแผ่วเบา สัมผัสอบอุ่นนั้นส่งผ่านความมั่น and ความปกป้องมาให้ราวกับจะบอกว่า *'เจ้าทำได้ดีมาก และข้าจะอยู่ตรงนี้เสมอ'* ความกดดันที่แผ่ออกมาจากสามีภรรยาคู่นี้ทำให้บรรดาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง สุดท้ายทำได้เพียงฮึดฮัดขัดเคืองแล้วถอยร่นออกไปทีละก้าว ก่อนจะพากันล่าถอยหนีหายลับไปจากหน้าประตูบ้านอย่างน่าอนาถ เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา หลินว่านหลิวจึงผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ร่างกายที่เกร็งเครียดผ่อนคลายลง นางหันไปสบตากับสามีหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งเงียบ ทว่าแววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมา "มองอะไรหรือคะ? หน้าขามีร่องรอยอะไรติดอยู่หรือไร" นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียด พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่มักจะทำให้หัวใจแกร่งของนายพรานหนุ่มกระตุกวูบได้เสมอ "เปล่า... แค่รู้สึกว่าวันนี้ภรรยาของข้า... งดงามและน่าเกรงขามยิ่งนัก" จ้าวเฟิงหลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ ที่มุมหู แม้เขาจะเป็นอดีตนายทหารผู้ผ่านศึกสงครามมาโชกโชนและเป็นนายพรานมือหนึ่งที่ผู้คนต่างยำเกรง แต่ต่อหน้าสตรีตัวเล็กๆผู้นี้ เขากลับพ่ายแพ้ราบคาบทุกครั้งไป ว่านหลิวหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ เพื่อเปิดประตูมิติลับในห้วงความคิด ความเหนื่อยล้าจากการเผชิญหน้ากับพวกคนน่ารำคาญเมื่อครู่ ทำให้สมองเพชรของนางเริ่มประมวลผลถึงเมนูอาหารที่จะมาฮีลใจและเติมพลังให้ครอบครัวในยามเย็นนี้ทันที *'ในเมื่อมีสามีที่ขยันขันแข็งและคอยปกป้องเราถึงเพียงนี้ คืนนี้ต้องทำอาหารอร่อยๆ ฉลองชัยเสียหน่อยแล้ว'* เช้าวันรุ่งขึ้น หลินว่านหลิวตัดสินใจเดินทางเข้าป่าลึกพร้อมกับจ้าวเฟิงหลิน เพื่อเก็บสมุนไพรป่าและวัตถุดิบชั้นดีมาต่อยอดการทำอาหารและแปรรูปขายในตลาด สองข้างทางเต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านยอดไม้ส่งกลิ่นอายดินและใบไม้ผุอันเป็นเอกลักษณ์ของผืนป่าใหญ่ ระหว่างที่ว่านหลิวเพลิดเพลินกับการขุดรากโสมป่าและเก็บเห็ดหอมสดๆ ในมิติลับควบคู่ไปด้วยนั้น จ้าวเฟิงหลินที่เดินนำหน้าคอยระแวดระวังภัยก็ชะงักฝีเท้าลง สัญชาตญาณนายพรานผู้เฉียบคมบอกให้เขารู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตกำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ "หลบอยู่ข้างหลังข้า" เสียงทุ้มเอ่ยสั่งอย่างเด็ดขาด พร้อมกับมือหนาที่กระชับธนูในมือมั่น สายตากวาดมองไปยังพุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้าอย่างระแวกระวัง ไม่นานนัก เงาร่างสูงโปร่งในชุดนักเดินทางสีเข้มก็ก้าวออกมาจากพุ่มไม้ บุรุษผู้นั้นมีใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับภาพวาด ดวงตาสีเข้มคมปลาบดูลึกลับและยากจะหยั่งถึง ทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นแขนขวา ซึ่งยังมีเลือดซึมออกมาไม่ขาดสาย "ระวังตัวด้วย... ข้าไม่ได้มา" บุรุษแปลกหน้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนที่ร่างสูงจะเซถลาและทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นดินเนื่องจากพิษบาดแผลและการเสียเลือดมาก จ้าวเฟิงหลินขมวดคิ้วมุ่น กำธนูในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังไม่ได้ลงมือทำอันใด เพราะเขาสัมผัสได้ว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีจิตสังหาร ทว่าในจังหวะที่นายพรานหนุ่มกำลังลังเลนั้นเอง หลินว่านหลิวกลับก้าวเท้าเดินแซงหน้าสามีของนางออกไปอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่สวยพินิจพิเคราะห์บาดแผลตรงหน้าด้วยสายตาของเชฟผู้เจนจัดเรื่องสมุนไพรและการเยียวยา "บาดแผลลึกถึงกระดูก และยังมีพิษจากพืชป่าซึมเข้าสู่กระแสเลือด... หากท่านยังเดินต่ออีกเพียงกาลธูปเดียว แขนข้างนี้ของท่านคงต้องถูกตัดทิ้งเป็นแน่" ว่านหลิวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบขาดจนบุรุษแปลกหน้าต้องเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความประหลาดใจ บุรุษหนุ่มกัดฟันแน่น ฝืนยิงยิ้มเยาะหยันตนเอง "คุณหนูท่านนี้ช่างปากกล้านัก... ข้าถูกไล่ล่ามาจนมุมกลางป่าลึก ไฉนเลยจะรอดพ้นความตายเล่า" ว่านหลิวไม่ต่อความยาวสาวความยืด นางหันไปสบตากับสามีหนุ่ม ส่งสัญญาณภาษากายที่รู้กันเพียงสองคน "ท่านพี่... ช่วยพยุงเขาไปที่เพิงพักชั่วคราวของเราทีค่ะ ข้ามีสมุนไพรวิเศษที่จะใช้รักษาเขา แลกกับการที่เขาต้องช่วยเราล่าสัตว์ใหญ่และหาของป่าหายากเป็นการตอบแทน... ดีหรือไม่คะ?" จ้าวเฟิงหลินมองภรรยาด้วยแววตาอ่อนแสงลง แม้เขาจะไม่ค่อยชอบใจนักที่มีบุรุษแปลกหน้าเข้ามาพัวพัน แต่เมื่อเห็นประกายตาเป็นประกายด้วยความสนุกสนานและมุ่งมั่นของนาง เขาก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างยอมจำนน "ตามใจเจ้าเถอะ... หากเขาคิดตุกติก ข้าจะเป็นคนจัดการเอง" ช่วงบ่าย ณ เพิงพักริมลำธารอันร่มรื่น กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรป่าและเครื่องเทศนานาชนิดเริ่มลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ หลินว่านหลิวลงมือปรุง "ไก่ย่างสมุนไพรป่าสูตรลับ" อย่างคล่องแคล่ว เนื้อไก่บ้านเนื้อแน่นหมักด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะจากมิติลับ ถูกเสียบด้วยไม้เหลาอย่างดีแล้วย่างบนเตาถ่านที่ควบคุมความร้อนอย่างพอเหมาะ น้ำมันจากเนื้อไก่หยดลงบนถ่านปะทุส่งเสียงดังฉ่า พร้อมกับกลิ่นหอมยั่วยวนที่ลอยตลบอบอวลไปทั่วผืนป่า กระตุ้นต่อมน้ำลายของทุกคนให้ทำงานอย่างบ้าคลั่ง บุรุษแปลกหน้าที่นั่งพักฟื้นอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก บาดแผลที่ต้นแขนได้รับการทำความสะอาดและพอกด้วยสมุนไพรชั้นดีจากฝีมือของว่านหลิว จนอาการเจ็บปวดบรรเทาลงไปมาก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสติของเขาในยามนี้กลับไม่ใช่พิษบาดแผล หากแต่เป็นกลิ่นหอมเย้ายวนของไก่ย่างตรงหน้าต่างหาก "อาหารนี่... หอมยิ่งนัก" บุรุษหนุ่มเอ่ยพึมพำด้วยความทึ่ง นัยน์ตาคมกริบมองสตรีตัวเล็กที่กำลังใช้แปรงขนนกปาดน้ำผึ้งผสมน้ำซอสสูตรพิเศษลงบนหนังไก่สีทองกรอบอย่างตั้งอกตั้งใจ ว่านหลิวเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้ "แน่นอนค่ะ อาหารฝีมือหลินว่านหลิวผู้นี้ ไม่เป็นรองผู้ใดในใต้หล้าอย่างแน่นอน... อ้อจริงสิ ท่านยังไม่ได้บอกนามของท่านเลยกระมัง บุรุษผู้มีความลับเต็มตัว?" บุรุษหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบາ แววตาดูลึกล้ำขึ้นกว่าเดิมหลายส่วน ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากแนะนำตัวนั้นเอง... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าป่า พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้บรรยากาศอันแสนสงบสุขพังทลายลงในพริบตา! "ฮ่าๆๆ! ตามรอยเลือดมาจนเจอตัวจนได้! เจ้าสารเลว... ส่งตัวมันมาให้พวกข้าเสียดีๆ!" จ้าวเฟิงหลินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาคว้ากระบี่คู่กายทันที ดวงตาทอประกายอำมหิตวาววโรจน์ ส่วนหลินว่านหลิวหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง นางค่อยๆ วางไม้ปิ้งไก่ลงบนตะแกรงอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับบุรุษแปลกหน้าที่ตอนนี้แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจพญาอินทรีที่ถูกต้อนจนมุม และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น... เมื่อบุรุษผู้นั้นแย้มยิ้มเยือกเย็นออกมาแล้วเอ่ยชื่อที่ทำให้ทั้งหุบเขาต้องสะเทือน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%