เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 4

ประกาศตัดขาดตระกูลหลิน

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกท่านกล้าก้าวล้ำเข้ามาในเขตบ้านของข้าแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือน!" เสียงประกาศกร้าวของหลินว่านหลิวไม่ได้ดังลอยไปกับสายลม หากแต่ก้องกังวานบาดลึกไปถึงโสตประสาทของทุกคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ บรรยากาศรอบกายของนางในยามนี้ช่างแตกต่างจากสตรีชาวบ้านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคู่สวยทอประกายคมกริบดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำแข็ง ท่าทางสง่านิ่งแต่มั่นคงราวกับภูเขาผา ต่อหน้าฝูงชนตระกูลหลินที่ยกโขยงกันมานับสิบชีวิตด้วยความโลภโมиโทสัน จ้าวเฟิงหลินที่ยืนอยู่เคียงข้างไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานทะมัดทะแมงแผ่ไอสังหารออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด มือหนายังคงกุมด้ามกระบี่คู่กายแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวโพลน สายตาคมกريบกวาดมองกลุ่มญาติจอมปลอมพวกนั้นราวกับกำลังมองฝูงสุนัขป่าที่รอวันถูกเชือด การปรากฏตัวของบุรุษแปลกหน้าลึกลับที่เมื่อครู่เพิ่งเอ่ยวาจาอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้พวกมันชะงักฝีเท้าลงไปชั่วขณะ แต่ความโลภและหนี้สินก้อนโตที่ค้ำคออยู่ก็ทำให้หลินต้าเหอ ผู้เป็นลุงแท้ๆ ของว่านหลิว รวบรวมความกล้าก้าวเท้าขึ้นมาด้านหน้า "นังตัวดี! นังหลานอกตัญญู!" หลินต้าเหอแผדเสียงแหลมสูง ใบหน้าอูมเบะด้วยความโมโหจนเนื้อสั่นเทิ้ม "พวกเราเป็นถึงญาติผู้พี่และลุงของเจ้า ลำบากยากแค้นอุตส่าห์เลี้ยงดูเจ้ามาตั้งแต่เด็กจนเติบใหญ่ พอได้ดิบได้ดีมีสามีเป็นพรานป่ามีบ้านอยู่ กลับทำตัวเนรคุณ ไม่ยอมแม้แต่จะส่งเงินมาจุนเจือตระกูลหลิน! วันนี้ถ้าเจ้าไม่ยอมควักเงินสตำลึงทองออกมาใช้หนี้การพนันให้พี่ชายของเจ้า อย่าหาว่าพวกข้าใจร้ายบุกเข้าไปรื้อบ้านหลังนี้ให้พังคามือ!" ด้านหลังของหลินต้าเหอ หลินเฉิงผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์พยักหน้ารับสมอ้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "ใช่แล้ว! นังว่านหลิว เจ้าซ่อนเงินไว้ใช่ไหมล่ะ? กลิ่นอาหารหอมฟุ้งลอยออกมาถึงหน้าปากซอยขนาดนี้ แสดงว่าพวกเจ้ากินดีอยู่ดีบนความทุกข์ยากของพวกข้า รีบส่งโฉนดที่ดินกับเงินสดมาเสียดีๆ ไม่งั้นข้าจะประจานให้คนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าเจ้ามันหญิงชั่วสามีโฉด!" คำพูดสאดเสียเทเสียเหล่านั้นดังเซנקแซ่มาจากกลุ่มญาติที่พากันพยักหน้าสนับสนุน บ้างก็ทำท่าทางจะพังรั้วไม้ไผ่เข้ามาให้ได้ ทว่า หลินว่านหลิวกลับไม่แม้แต่จะกะพริบตา นางเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา รอยยิ้มนั้นทำเอาหลินต้าเหอถึงกับขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ "เลี้ยงดูข้าตั้งแต่เด็กอย่างนั้นหรือ?" ว่านหลิวทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องเงียบเสียงลงเพื่อฟังนาง "ท่านลุง... ความทรงจำของท่านคงเลอะเลือนไปมากกระมัง ตั้งแต่ท่านพ่อของข้าจากไป ทิ้งมรดกเป็นที่ดินแปลงงามและบ้านหลังใหญ่ไว้ให้ พวกท่านทำอะไรกับข้าบ้าง? ขับไล่ข้าให้ออกไปนอนในโรงเรือนเก็บฟืนเก่าๆ ให้ข้ากินเศษข้าวต้มก้นหมูกับผักเน่าๆ ทุกวี่ทุกวัน และที่น่าขันที่สุด..." นางก้าวเท้าเดินช้าๆ เข้าหาประตูรั้ว สายตากวาดมองใบหน้าของแต่ละคนทีละคนอย่างพินิจพิเคราะห์ จนพวกมันเริ่มหลบสายตา "...ตอนที่ข้าอายุสิบห้าปี พวกท่านเกือบจะขายข้าให้กับเศรษฐีแก่คราวพ่อเพื่อแลกกับเงินห้าสิบตำลึงเงิน! หากวันนั้นข้าไม่หนีตายออกมาเอง มีหรือที่ข้าจะได้มายืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้? บุญคุณที่พวกท่านพยายามทวงถาม มันคือบุญคุณอะไรกันแน่? บุญคุณที่เกือบฆ่าข้าให้ตายทั้งเป็นอย่างนั้นหรือ!" น้ำคำแต่ละคำพรั่งพรูออกมาด้วยน้ำเสียงฉาดฉานและเด็ดขาด ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย ทุกถ้อยคำเปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่พุ่งเข้าปักอกของคนตระกูลหลินจนหน้าซีดเผือด หลินต้าเหออ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ จะเถียงก็เถียงไม่ออกเพราะทุกอย่างคือความจริงที่ชาวบ้านแถบนั้นต่างรู้เห็นเป็นพยาน แม้จะไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ ก็ตาม "เหลวไหล! นอกรีต! นั่นมันเรื่องในอดีต!" หลินต้าเหอแผดเสียงกลบเกลื่อนความอับอาย ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "อย่างไรเสีย สายเลือดในตัวเจ้าก็ยังเป็นคนตระกูลหลิน! บรรพบุรุษแซ่หลินเป็นผู้ให้กำเนิดตระกูลเจ้า เจ้าจะตัดขาดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด! วันนี้ไม่ว่าเจ้าจะพูดอย่างไร ข้าก็จะเอาเงินสิบลั่นนี้ให้ได้ ถ้าไม่มีเงินสด ก็เอาหมูป่าในครัวของพวกเจ้ามาแทน!" พูดยังไม่ทันขาดคำ หลินเฉิงก็ทำท่าจะปีนข้ามรั้วไม้ไผ่เข้ามาเพื่อหวังจะตรงไปที่ห้องครัวซึ่งส่งกลิ่นหอมของเนื้อย่างลอยตลบอบอวลออกมายั่วยวนความหิว *ฉับพลัน!* ประกายแสงสีเงินวับวาดผ่านอากาศพร้อมกับเสียงหวีดหิวของคมกระบี่ ปลายดาบคมกริบปักลงบนพื้นดินห่างจากปลายนิ้วของหลินเฉิงไม่ถึงหนึ่งชุ่ย (นิ้ว)! แรงปะทะทำให้ฝุ่นตลบฟุ้งจนหลินเฉิงหงายหลังล้มก้นกระแทกพื้นร้องโหยหวนด้วยความตกใจกลัวสุดขีด จ้าวเฟิงหลินเก็บกระบี่กลับเข้าฝักด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองหลินเฉิงราวกับมองซากศพ "หากใครกล้าล้ำเส้นเข้ามาอีกแม้แต่ปลายนิ้วเดียว ข้าจะตัดมือนั้นทิ้งเสีย" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהออกมา สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของทุกคน หลินว่านหลิวไม่ได้ห้ามปรามสามี นางยกมือขึ้นกอดอก ปล่อยให้บรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวกดดันคนพวกนั้นต่อ ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้ออย่างใจเย็น "อยากพูดเรื่องสายเลือดนักใช่ไหมคะ?" ว่านหลิวคลี่ม้วนกระดาษออก เผยให้เห็นลายมือที่เขียนด้วยหมึกดำสนิทและตราประทับสีแดงฉาน "นี่คือ 'หนังสือตัดขาดตระกูล' ที่ข้าได้ไปทำเรื่องลงบันทึกไว้ที่ว่าการอำเภอเมื่อสามวันก่อนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้า หลินว่านหลิว ได้ตัดขาดจากตระกูลหลินอย่างเป็นทางการแล้ว ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ความเป็นความตาย ความยากจน หรือความมั่งคั่งของพวกท่าน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับข้าทั้งสิ้น และในทางกลับกัน... หากพวกท่านยังกล้ามาสร้างความรำคาญ มารังควาน หรือแม้แต่มายืนเห่าหอนหน้าบ้านของข้าอีกแม้แต่ครั้งเดียว ข้าจะใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายและเอาผิดพวกท่านฐานบุกรุกและข่มขู่ ให้ติดคุกหัวโตกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว!" หนังสือตัดขาดตระกูล! ข่าวสารนี้ราวกระสุนปืนใหญ่ที่ตกลงกลางวงล้อม หลินต้าเหอและพวกพ้องหน้าถอดสีทันที พวกเขาไม่คิดเลยว่านังเด็กคนนี้จะรอบคอบและเด็ดขาดถึงเพียงนี้ การไปทำเรื่องที่ว่าการอำเภอหมายความว่ามันมีผลทางกฎหมายจริง หากพวกเขายังดันทุรังต่อ อาจจะไม่ได้เงินสักอีแปะเดียว แถมยังต้องโทษโบยและติดคุกตามที่นางขู่ไว้จริงๆ "เจ้า... นังตัวแสบ กล้าดีนักนะ!" หลินต้าเหอชี้หน้าสั่นเทาด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ไม่กล้าก้าวเข้าไปใกล้รั้วอีกเพราะเกรงกลัวสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีของจ้าวเฟิงหลินที่จ้องมองมา "ข้าเตือนพวกท่านด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนมนุษย์นะคะ" ว่านหลิวแย้มยิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งสลาย "รีบไสก้นกลับไปจัดการหนี้สินของพวกท่านเองเสียเถอะ ก่อนที่เจ้าหนี้จะตามไปยึดบ้านของท่านจนไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน" สิ้นคำพูดของนาง หลินว่านหลิวก็หันหลังให้ทันทีอย่างไม่สนใจไยดี นางเดินกลับไปที่เตาปิ้งย่างซึ่งเนื้อหมูป่าหมักซอสสูตรลับกำลังส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ ควันสีขาวลอยอวลเคล้าคลอไปกับบรรยากาศยามเย็น ทิ้งให้คนตระกูลหลินยืนหน้าชาอยู่หน้าบ้านท่ามกลางความอับอายและสิ้นหวัง ทว่า ในขณะที่ว่านหลิวหยิบพู่กันทาน้ำซอสลงบนชิ้นเนื้อย่างฉ่ำวาว เพื่อเตรียมจะจัดเสิร์ฟมื้อค่ำฉลองชัยชนะครั้งแรกนี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลังบ้าน... ไม่ใช่ทางประตูรั้วหลัก! จ้าวเฟิงหลินขมวดคิ้วมุ่นทันที ส่วนหลินว่านหลิวชะงักมือที่กำลังถือแปรงทาซอส ดวงตาสวยหรี่ลงเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่แตกต่างออกไป... กลิ่นอายของทหารรับจ้างและคราบเลือดจางๆ ที่ลอยมาตามสายลม! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%