"ถ้าพวกเจ้ายังกล้าส่งเสียงเห่าหอนน่ารำคาญหน้าร้านข้าอีกแม้แต่ประโยคเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ไม่เตือน... ของเน่าๆ ที่พวกเจ้าจงใจเอามาป้ายสีเพื่อหวังทำลายชื่อเสียงร้าน 'กระท่อมไผ่' สี่สิบอีแปะนี้ ข้าจะยัดกลับลงคอพวกเจ้าทีละคนให้หมด!"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวน้ำแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศการค้าขายที่ควรจะครึกครื้นยามสายของตลาดกลางเมือง หลินว่านหลิวในชุดผ้าฝ้ายปักลายไผ่เรียบง่าย ทว่าสง่างามและสะอาดสะอ้าน นางกอดอกมองกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาซอมซ่อสามคนที่กำลังโวยวายล้มกลิ้งอยู่กับพื้นหน้าร้าน โดยมีตะกร้าไม้ไผ่บรรจุเนื้อหมูส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งวางอยู่แทบเท้า
รอบด้าน... เสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายละแวกใกล้เคียงดังเซ็งแซ่ หลายคนมองมาด้วยสายตาสงสัย ปนระคนหวาดระแวง เพราะกลิ่นเหม็นเน่าของเนื้อหมูที่ถูกอ้างว่าเป็นวัตถุดิบจากร้านของนางนั้น ช่างเตะจมูกเสียจนคนท้องไส้ปั่นป่วน
หลินว่านหลิวหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากยังคงประดับอยู่แต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก นางหันไปมองกลุ่มคนหน้าเลือดที่ตามมาสร้างความวุ่นวายในเวลาประจวบเหมาะเช่นนี้ โดยไม่รู้เลยว่า... ความวุ่นวายระลอกนี้กำลังจะนำพาความลับในอดีตที่นางพยายามปกปิดให้หลุดลอยออกมาสู่แสงสว่าง
"แม่นางหลิว... เจ้าอย่าเพิ่งปากแข็งเลยนะ! ทุกคนก็เห็นกันคาตาว่าลูกค้าร้านเจ้ากินบะหมี่หมูตุ๋นสูตรพิเศษนี่เข้าไปแล้วเกิดอาการท้องร่วงอาเจียนหามส่งโรงหมอแทบไม่ทัน หากวัตถุดิบของเจ้าไม่เน่าเสีย แล้วเหตุใดจึงมีกลิ่นโชวยิ่งกว่ากองขยะเช่นนี้เล่า!"
ชายร่างท้วมไว้หนวดเคราแพะ สวมเสื้อผ้าเนื้อดีแต่ท่าทางเจ้าเล่ห์ ยืนกอดอกเอ่ยแทรกขึ้นมาจากกลุ่มมุงดู เขาคือเถ้าแก่เฉิน เจ้าของโรงเตี๊ยม 'สราญรมย์' คู่แข่งทางการค้าที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนฝั่งตรงข้าม ใบหน้าอวบอิ่มนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่พยายามซ่อนไว้ไม่มิด
ว่านหลิวแค่นเสียง "หึ" เบาๆ ในลำคอ นางก้าวเท้าเดินออกจากธรณีประตูร้านอย่างมั่นคง ส้นรองเท้าผ้าปักกระทบพื้นหินสะอาดดัง "ก๊อก... ก๊อก..." เป็นจังหวะที่สะกดให้บรรยากาศรอบข้างเงียบลงโดยพลาน นางไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม แววตาสมองเพชรของเชฟมือหนึ่งกลับกวาดตามองสำรวจกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างรวดเร็วดั่งเรดาร์
"เถ้าแก่เฉิน... ร้อนรนเสียจริงนะเพคะ" ว่านหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม นางเดินเข้าไปใกล้ตะกร้าเนื้อหมูเน่าใบนั้น ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบกิ่งไม้แห้งเขี่ยดูชิ้นเนื้อ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาชายวัยกลางคนตรงๆ "เนื้อหมูที่ท่านอ้างว่ามาจากร้านข้า... มีรอยประทับหมึกสีแดงของโรงฆ่าสัตว์ประจำอำเภอประทับอยู่ชัดเจน แต่ทว่า... โรงฆ่าสัตว์แห่งนั้นส่งเนื้อให้ร้านข้าเฉพาะส่วนสันคอและสามชั้นคัดพิเศษเท่านั้น ไม่มีทางมีเนื้อส่วนหัวและเครื่องในส่งมาปะปนเด็ดขาด อีกอย่าง..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองชายฉกรรจ์ทั้งสามคนที่เริ่มมีเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "เนื้อหมูในตะกร้านี้เน่าเสียจนหนอนไต่ออกมาแล้ว ระยะเวลาการเน่าเปื่อยระดับนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงสี่วัน ทว่า... เมื่อวานซืนตอนเย็น ข้าเพิ่งเหมาเนื้อสดหมดเกลี้ยง และทำความสะอาดห้องครัวจนปราศจากเศษอาหารค้างคืน หากข้าใช้เนื้อเน่าทำอาหารจริง ลูกค้าครึ่งตลาดคงล้มป่วยนอนพะงาบๆ ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาออกอาการพร้อมเพรียงกันในเช้าวันนี้อย่างจงใจเช่นนี้!"
สิ้นคำพูดของนาง เสียงฮือฮาในกลุ่มชาวบ้านก็เปลี่ยนทิศทางทันที หลายคนเริ่มพยักหน้าเห็นด้วย
"จริงด้วยสิ... ข้ากินบะหมี่ร้านแม่นางหลิวทุกวัน รสชาติกลมกล่อม เส้นเหนียวนุ่มสะอาดสะอ้าน ไม่เคยมีกลิ่นแปลกปลอมเลยสักครั้ง"
"นั่นสิ ชายพวกนั้นดูอย่างไรก็ไม่ใช่คนในหมู่บ้าน เป็นหน้าเดิมๆ ที่ชอบมาเดินป้วนเปี้ยนแถวตลาดมืดนี่นา"
"สงสัยจะมีคนอิจฉาความค้าขายดีจนหางจุกตูดเสียกระมัง ถึงได้ใช้วิธีสกปรกเช่นนี้..."
เถ้าแก่เฉินหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อกระแสลมเริ่มเปลี่ยนทิศ เขาขบกรามแน่น ส่งสัญญาณมือยุกยิกให้ชายฉกรรจ์หัวโจกโวยวายต่อกลบเกลื่อน
"อย่ามาพูดจาตลบแลงนะนังสารเลว! ข้าเป็นญาติของคนที่กินเข้าไปจริงๆ หากเจ้าไม่ชดใช้ค่าเสียหายและปิดร้านนี้เสีย วันนี้พวกเราจะไม่ยอมรามือแน่!" หนึ่งในชายฉกรรจ์แกล้งทำเป็นดิ้นทุรนทุราย คว้ามีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อพุ่งตรงเข้ามาหมายจะปัดกวาดข้าวของหน้าร้านให้พังพินาศ
ทว่า... เร็วกว่าแสง!
*ฟึบ!*
ร่างสูงใหญ่ราวกับภูผาของบุรุษผู้หนึ่งก้าวทะลุผ่านฝูงชนเข้ามาอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน มือหนาแกร่งดั่งคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของชายฉกรรจ์ถือมีดไว้แน่น บิดเพียงนิดเดียวเสียงกระดูกลั่นกรอบก็ดังขึ้นท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ย! มือข้า! แขนข้าจะหักแล้ว!"
จ้าวเฟิงหลินยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าภรรยา ใบหน้าคมคายดุดันนัยน์ตาสสีดำสนิทเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนผู้คนที่ยืนอยู่รัศมีส้าวก้าวต้องถอยร่นโดยอัตโนมัติ อดีตนายทหารหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ไม่จำเป็นต้องพูดจาข่มขู่ใดๆ ท่าทางนิ่งขรึมแต่เปี่ยมด้วยพลังกดดันก็ทำให้กลุ่มคนร้ายตัวสั่นงันทันที
"กล้าดียังไง... ถึงเอามือสกปรกมารังแกภรรยาข้า" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันดังขึ้น บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
ว่านหลิวเอื้อมมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านช่วยดึงสติความเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มให้ผ่อนคลายลง นางส่งยิ้มบางๆ ให้เขา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเจ้าเล่ห์เล็กน้อยแบบฉบับเชฟสมองเพชร
"พี่เฟิงหลิน... อย่าเพิ่งมือหนักนักสิเพคะ ปล่อยให้พวกเขาเล่นละครให้จบฉากเสียก่อนเถอะ" ว่านหลิวปรายตามองเถ้าแก่เฉินที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดเหงื่อตกพลั่ก "ในเมื่อเถ้าแก่เฉินลงทุนจ้างคนมาสร้างฉากใหญ่โตถึงเพียงนี้ หากพวกเราไล่ตะเพิดไปเฉยๆ ก็ดูจะเสียน้ำใจแย่... จริงไหมเพคะ?"
เถ้าแก่เฉินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาฝืนย่นยิ้มแห้งๆ "แม่นางหลิว... เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร ข้าไม่เห็นรู้เรื่อง..."
"รู้หรือไม่รู้ เดี๋ยวท่านก็จะได้รู้เอง..." ว่านหลิวสะบัดมือเบาๆ เรียก 'มิติลับ' ออกมาในพริบตา ทว่าสิ่งที่นางหยิบออกมาไม่ใช่ศาสตราวุธหรือสมุนไพรวิเศษ แต่เป็นกระดาษแผ่นบางและขวดแก้วใสบรรจุผงสีขาวแปลกตา "นี่คือ 'ผงเรืองแสงตรวจสารพิษ' ที่สกัดจากพืชป่าหายาก... ชายสามคนนี้อ้างว่าอาการท้องร่วงเกิดจากอาหารของร้านข้า งั้นเรามาพิสูจน์กันต่อหน้าธารกำนัลดีกว่า ว่าในกระเพาะของพวกเขามี 'สารพิษชนิดเดียวกัน' กับที่อยู่ในชามบะหมี่ของร้านข้าหรือไม่ หรือว่า... พวกเขาแค่กินยาถ่ายที่ผสมกับน้ำโคลเน่าเพื่อให้ท้องเสียปลอมๆ กันแน่!"
สิ้นคำพูดนั้น ฝูงชนรอบด้านต่างฮือฮากว่าเดิม หลายคนชะเง้อมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ขณะที่เถ้าแก่เฉินหน้าถอดสีจนเขียวคล้ำ เขารู้สึกได้ทันทีว่าสถานการณ์กำลังหลุดมือและพลิกผันไปไกลเกินกว่าที่คาดคิด
ว่านหลิวเดินเข้าไปใกล้ชายฉกรรจ์หัวโจก นางเปิดขวดแก้วแล้วเทผงสีขาวลงในถ้วยน้ำชาที่เตรียมไว้ล่วงหน้า บังคับกรอกปากมันอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ขัดขืน "ดื่มเข้าไป! หากเจ้าบริสุทธิ์ใจ ผงนี้จะไม่ทำอะไรเจ้า แต่หากเจ้าโกหก... ภายในสามลมหายใจ ท้องของเจ้าจะพองโตและปล่อยกลิ่นเหม็นเน่าที่ล้างไม่ออกไปเจ็ดวันเจ็ดคืน!"
"อ๊าก! ข้าไม่ดื่ม! ช่วยด้วย!" ชายฉกรรจ์ดิ้นพล่านด้วยความหวาดกลัว แต่ด้วยแรงกดดันจากจ้าวเฟิงหลินทำให้เขาขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่น้อย
ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา... ท้องของชายคนนั้นก็เริ่มส่งเสียงโครกคราก และมีควันสีเขียวจางๆ ลอยออกมาจากปากพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงจนคนรอบข้างต้องเอามือปิดจมูกถอยหนี
"นั่นมัน... สารพิษจากหญ้าเน่าหนอนในป่าลึก! มันไม่ได้เกิดจากอาหารของร้านกระท่อมไผ่แน่นอน!" หมอสมุนไพรชราผู้หนึ่งในกลุ่มมุงดูร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ความจริงปรากฏชัดแจ้งในพริบตา สายตาทุกคู่เปลี่ยนเป็นมองเถ้าแก่เฉินด้วยความดูถูกเหยียดหยามทันที เถ้าแก่เฉินผงะถอยหลังขาอ่อนแรงเตรียมจะวิ่งหนี แต่ทว่า...
*พรึบ!*
เงาร่างสีดำสายหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคาร้านอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ ปลายกระบี่คมก్రిบจ่ออยู่ที่ลำคอของเถ้าแก่เฉินโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันกระพริบตาด้วยซ้ำ บุรุษปริศนาในชุดคลุมสีเทาเข้มสวมหน้ากากครึ่งหน้าก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าครึ่งซีกที่โผล่พ้นหน้ากากเผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกที่ชวนให้รู้สึกขนลุก
ดวงตาคมกริบของบุรุษปริศนานั้นไม่ได้มองเถ้าแก่เฉิน แต่กลับจ้องตรงมาที่หลินว่านหลิวด้วยแววตาซับซ้อนราวกับจดจำนางได้แม่นยำ
"คุณหนูหลิน... ไม่เจอเสียนาน ฝีมือการเอาตัวรอดของท่านยังคงเฉียบคมเหมือนเช่นเคยเมื่อสิบปีก่อน... ที่ 'จวนสกุลหลินเมืองหลวง' ไม่มีผิด!"
ลมหนาวพัดกรูเข้ามาปะทะร่างจนหลินว่านหลิวชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ สมองเพชรประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบเมื่อได้ยินคำว่า 'จวนสกุลหลินเมืองหลวง' ความลับในอดีตที่นางใช้เวลาหลบหนีและปกปิดมานานนับปี บัดนี้... กำลังถูกกระชากหน้ากากออกมากลางตลาดบ้านนอกแห่งนี้แล้ว!
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ*
เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 14
ข่าวลือหนาหูและความอิจฉาริษยา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!