"ถ้าตระกูลจ้าวของพวกท่านหน้าหนาพอที่จะมาเหยียบเรือนหลังนี้อีกครั้ง ก็เตรียมตัวรับเบี้ยปรับกลับไปคนละถังได้เลยค่ะ!"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนของหลินว่านหลิวตวัดกร้าวขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานดินหน้าบ้าน ป้าสะใภ้ใหญ่ที่ตั้งใจจะมาทวงถามเรื่องสูตรสมุนไพรป่าถึงที่ ถึงกับชะงักฝีเท้า หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนเนื้อตัวสั่นเทา นางอ้าปากพะงาบๆ คล้ายปลาขาดน้ำ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งวาจาหาเรื่องใดออกมา กลิ่นหอมลึกล้ำชวนน้ำลายสอระรอกแรกก็ลอยอวลตัดผ่านอากาศเข้ามาเสียก่อน
กลิ่นนั้นช่างเย้ายวนใจจนน่าประหลาด มันไม่ใช่กลิ่นควันไฟจากการหุงหาอาหารธรรมดา แต่เป็นความหอมหวานของเนื้อหมูสามชั้นเคี่ยวซีอิ๊วกับน้ำตาลทรายแดงที่ละลายจนเคลือบเงา ผสมผสานเข้ากับกลิ่นฉุนบางเบาของขิงแก่ทุบ แปะฮะ และพริกไทยดำที่โขลกจนละเอียดเข้าเนื้อ ประหนึ่งดึงดูดวิญญาณคนให้หลุดลอยไปตามลม
หลินว่านหลิวปรายตามองญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ที่เริ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบาง นางไม่ได้สนใจพวกเหลือบไรเหล่านี้อีกต่อไป หมุนตัวกลับเข้าสู่ห้องครัวโล่งโปร่งที่นางเพิ่งปรับปรุงใหม่ด้วยการใช้ประโยชน์จากมิติลับในห้วงสำนึก
เตาไฟดินเผาส่งเสียงปะทุเบาๆ แสงสีส้มแดงสะท้อนใบพักตร์เนียนละเอียดที่ชื้นเหงื่อบางเบา จ้าวเฟิงหลินก้าวเข้ามาเงียบเชียบดั่งเงาพยัคฆ์ ร่างสูงใหญ่ในชุดนายพรานทะมัดทะแมงหยุดยืนอยู่ด้านหลังภรรยาโดยเว้นระยะห่างพอเหมาะ สายตาคมกริบที่เคยตวัดมองคนนอกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับทอดมองแผ่นหลังบางด้วยความอ่อนโยนและลุ่มหลงอย่างปิดไม่มิด มือหนายื่นส่งไม้ฟืนแห้งให้ราวกับรู้ใจ โดยไม่ต้องเอ่ยคำใดต่อกัน
"หอมมากใช่ไหมคะพี่เฟิงหลิน" ว่านหลิวเอ่ยถามโดยไม่หันกลับมา นางใช้ทัพพีไม้คนหม้อดินเผาขนาดกลางอย่างทะมัดทะแมง เมนูวันนี้คือ 'หมูพะโล้สูตรลับสมุนไพรสวรรค์' ที่ดัดแปลงจากวัตถุดิบในมิติลับผสมผสานกับของป่าที่สามีหามาได้ เนื้อหมูสามชั้นติดมันสัดส่วนกำลังสวยถูกหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าขนาดพอดีคำ ผ่านการเคี่ยวด้วยไฟอ่อนมานานนับชั่วยามจนหนังหมูนุ่มละมุนลิ้น แทบจะละลายในปากทันทีที่สัมผัส
"เจ้าทำสิ่งใด กลิ่นถึงได้รubกวนไปทั่วสารทิศเช่นนี้" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างนึกทึ่ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววเอ็นดูระคนแปลกใจ แม้เขาจะคุ้นเคยกับการกินอาหารป่ารสชาติเรียบง่าย แต่นับตั้งแต่ภรรยาตัวน้อยฟื้นขึ้นมาพร้อมสมองเพชรและมิติลับ มื้ออาหารในบ้านหลังน้อยก็กลายเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจทุกวัน
"นี่คืออาวุธลับของเราค่ะ" ว่านหลิวอมยิ้มพราย ดวงตาคู่สวยระยิบระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ "วันนี้เราจะทำให้คนตระกูลจ้าวและชาวบ้านที่ชอบนินทาลับหลัง ได้รู้ซึ้งถึงคำว่า 'กลิ่นหอมที่เอื้อมไม่ถึง' เป็นอย่างไร"
นางตักหมูพะโล้สีเข้มข้นเงางามราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ที่หุงจากเมล็ดข้าวขัดขาวอวบออ่น ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เพียงไม่นาน กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้ก็ลอยฟุ้งข้ามรั้วไม้ไผ่ ล่องลอยไปตามสายลมยามสาย จนถึงลานกว้างกลางหมู่บ้านที่มีชาวบ้านจับกลุ่มคุยกันอยู่
"กลิ่นอะไรน่ะ... หอมอะไรขนาดนี้!" หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้น พร้อมกับสูดจมูกฟุดฟิด ใบหน้าแสดงอาการเคลิบเคลิ้มอย่างควบคุมไม่ได้
"นั่นสิ ข้าไม่เคยได้กลิ่นอาหารที่หอมเย้ายวนใจถึงเพียงนี้มาก่อนเลยในชีวิต" ชายหนุ่มอีกคนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ท้องไส้เริ่มส่งเสียงโครกครากประท้วงขึ้นมาดื้อๆ
ในขณะเดียวกัน ป้าสะใภ้ใหญ่ที่เพิ่งถูกไล่ตะเพิดมาหมาดๆ ถึงกับยืนแข็งทื่ออยู่กลางทางเดิน นางหันขวับกลับไปมองทางเรือนพักของตระกูลจ้าวรอง กลิ่นหอมที่ลอยมาแตะจมูกทำให้นางรู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ความอิจฉาริษยาพุ่งพล่านขึ้นมาจนจุกอก นางอุตส่าห์หมายมั่นจะมาขโมยสูตรอาหารเพื่อเอาไปทำขายแข่งในตลาด แต่กลับถูกตอกหน้ากลับมา แถมยังต้องมาทนดมกลิ่นอาหารชั้นเลิศที่ไม่มีวันได้ลิ้มลอง
"นังตัวดี! มันเอาเงินที่ไหนมาซื้อเนื้อหมูชั้นดีแบบนั้น!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรีดร้องในลำคอ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคือง "พวกเราไปตามคนในหมู่บ้านมาดูเร็วเข้า มันต้องแอบซ่อนสมบัติของตระกูลเราเอาไว้แน่ๆ!"
ภายในครัว หลินว่านหลิวหาได้ใส่ใจเสียงโวยวายที่ดังแว่วมาจากนอกรั้วไม่ นางกำลังสนุกสนานกับการจัดสำรับอาหารบนโต๊ะไม้เก่าๆ จ้าวเฟิงหลินช่วยยกชามซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวมาวางเคียงข้าง
"กินเสียหน่อยนะคะ คุณสามี วันนี้ท่านเหนื่อยมามากแล้ว" ว่านหลิวตักชิ้นหมูพะโล้ที่เปื่อยนุ่มส่งเข้าปากสามีอย่างเอาใจ จ้าวเฟิงหลินรับคำด้วยรอยยิ้มบางเบา รสชาติที่หวานเค็มกลมกล่อมละมุนลิ้นผสานกลิ่นเครื่องเทศทำให้เขาต้องพยักหน้ารับอย่างชื่นชม
แต่ทว่า ความสงบสุขในมื้ออาหารกลับอยู่ได้ไม่นานนัก เสียงทุบประตูกระแทกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของกลุ่มคนจำนวนมากที่ยกพวกกันมาปิดล้อมเรือนของพวกเขาไว้
"หลินว่านหลิว! ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้! พวกเจ้าสองผัวเมียกล้าดียังไงถึงขโมยวัตถุดิบชั้นดีมาทำกินกันเองในหมู่บ้าน ปิดบังซ่อนเร้นทรัพย์สินของตระกูล แบบนี้มันต้องจับส่งทางการ!" เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แผดเผาทำลายบรรยากาศอันแสนอบอุ่นลงจนย่อยยับ
ว่านหลิววางตะเกียบในมือลงช้าๆ ใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเรียบเฉย นางปรายตามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาดุจพญาเหยี่ยวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ
จ้าวเฟิงหลินขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงเตรียมจะลุกขึ้นไปจัดการกับพวกน่ารำคาญเหล่านั้นด้วยกำลัง แต่ว่านหลิวกลับยกมือขึ้นแตะแขนเขาไว้เบาๆ นางส่ายศีรษะช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก
"ไม่ต้องหค่ะพี่เฟิงหลิน..." นางเอ่ยเสียงเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบ "ปล่อยให้พวกมันเข้ามาดูให้เต็มตาเถอะค่ะ ว่าของที่พวกมันอยากได้นักหนา... มันไม่มีวันเป็นของพวกมัน"
ว่านหลยิวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย นางก้าวเท้าเดินนำหน้าสามีไปยังประตูเรือนด้วยท่าทีสง่างามดั่งคุณوหญิงผู้สูงศักดิ์ โดยไม่รู้เลยว่า ที่หน้าประตูรั้วในยามนี้นอกจากกลุ่มญาติจอมปลอมและชาวบ้านที่แห่กันมามุงดูความวุ่นวายแล้ว ยังมีเงาร่างสูงโปรสง่าในชุดผ้าไหมปักดิ้นเงินราคาแพงของผู้ตรวจการจากอำเภอหลวง กำลังก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประตูลานบ้านของนางพอดี พร้อมกับสายตาคมปลาบที่จ้องมองมายังสำรับอาหารบนโต๊ะด้วยความสนใจอย่างเหลือเชื่อ!
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยและความสะใจไปด้วยกันนะคะ
เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 7
กลิ่นหอมเย้ายวนใจกลางหมู่บ้าน
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!