เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 25

ภัยเงียบจากเมืองหลวง

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ของป่าล็อตนี้... เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าคนจากตระกูลหลินทางเมืองหลวงจะตามกลิ่นมาไม่ถึง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความกังวลของจ้าวเฟิงหลินดังขึ้น ท่ามกลางเสียงเดือดพล่านของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนในหม้อดินเผาใบใหญ่ ไอควันสีขาวพวยพุ่งผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของโสมป่าและรากบัวย่างไฟ จนทำให้บรรยากาศภายในห้องครัวไม้ไผ่ดูอบอุ่นสวนทางกับความตึงเครียดในอากาศ หลินว่านหลิวชะงักมือที่กำลังบรรจงหั่นเห็ดหอมสดๆ เป็นแผ่นบางเฉียบ นางวางมีดเหล็กกล้าลงบนเขียงไม้ช้าๆ ก่อนจะหันไปสบตากับสามีด้วยแววตานิ่งสงบ ทว่าประกายในดวงตากลับคมกริบราwithคมมีด ท่าทางปราดเปรียวและมั่นอกมั่นใจเช่นนี้คือเสน่ห์ที่ทำให้จ้าวเฟิงหลินยอมสยบให้อย่างราบคาบมาโดยตลอด "ต่อให้พวกมันมีจมูกไวราวกับสุนัขล่าเนื้อ ก็ไม่มีทางตามรอย 'มิติลับ' ของข้าเจอหรอกค่ะพี่เฟิง" ว่านหลิวเอ่ยด้วยรอยยิ้มมุมปาก นางเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ของสามี มือเรียวบางเอื้อมไปจัดปกเสื้อผ้าฝ้ายหยาบให้เขาอย่างเบามือ "แต่อย่าประมาทเป็นอันขาด... คนพวกนั้นหน้าเนื้อใจเสือ ยิ่งตอนนี้เรากำลังกอบโกยเงินทองจากการค้าขายอาหารสตรีทและสมุนไพรป่า ชื่อเสียงของ 'เหลาอาหารสตรีทว่านหลิว' เริ่มขจรขจายไปไกลถึงอำเภอข้างเคียงแล้ว หากมีใครสืบสาวราวเรื่องจนรู้ว่าข้าคือสะใภ้หนีตายที่พวกมันเคยขับไล่ไสส่ง มีหวังได้ส่งนักฆ่ามาตัดหัวข้าไปเสียบประจานแน่ๆ" จ้าวเฟิงหลินคว้าเอวบางมากอดกระชับเข้าหาตัวอย่างปกป้อง ฝ่ามือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและคันธนูมาทั้งชีวิตลูบหลังภรรหาสาวเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า เขาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา "ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเจ้า... ข้าจะเด็ดหัวมันก่อนที่มันจะได้ก้าวเท้าเข้าเขตหมู่บ้านของเรา" คำพูดราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวราwithประกาศิตทหารกล้าทำเอาว่านหลิวใจกระตุกวูบ นางอมยิ้มบางๆ ซบหน้าลงกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายธรรมชาติและกลิ่นเหงื่อจางๆ ชายหนุ่มผู้นี้อาจจะพูดน้อยและเย็นชากับคนนอก แต่กับนางแล้ว เขากลับกลายเป็นโล่เหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ไปเสียแล้ว ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่ได้ไม่นาน ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระท่อมไม้ไผ่รัวเร็วและหนักหน่วงผิดปรกติดังขึ้น ทำลายบรรยากาศหวานละมุนในทันที ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักรบและเชฟสมองเพชรตื่นตัวขึ้นพร้อมกัน จ้าวเฟิงหลินส่งสัญญาณมือให้ภรรยาถอยไปหลบหลังฉากกั้น ก่อนที่เขาจะสาวเท้ายาวๆ ไปกระชากประตูกระท่อมเปิดออก หน้าประตูปรากฏร่างของ 'อาเฉิน' เด็กหนุ่มผู้ดูแลแปลงผักท้ายหมู่บ้าน เขายืนหอบหายใจโยนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มขมับจนเสื้อเปียกชุ่ม "พี่... พี่เฟิง!แย่แล้วครับ!" อาเฉินละลำละลักละล่ำละลองแทบจับใจความไม่ได้ "ตั้งสติแล้วพูดดีๆ เกิดอะไรขึ้นที่ทางเข้าหมู่บ้าน?" จ้าวเฟิงหลินถามเสียงเข้ม แววตาดุดันกวาดมองไปรอบกายเพื่อประเมินสถานการณ์ "มี... มีคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งแต่งกายด้วยชุดผ้าแพรชั้นดีจากเมืองหลวง ขี่ม้าขาวพันธุ์ดีเข้ามาถามหา 'สตรีแซ่หลิน' ที่เปิดร้านขายอาหารอยู่แถวนี้ครับ! แถม... แถมพวกมันยังถามถึงชายหนุ่มอดีตทหารพรานที่แต่งงานกับนางด้วย ลักษณะท่าทางของพวกมัน... ไม่ใช่พ่อค้าเร่ร่อนแน่ๆ ครับพี่ พวกมันพกดาบซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุม สายตาดุร้ายราวกับเสือหิว!" สิ้นคำของอาเฉิน บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกแช่แข็งในพริบตา จ้าวเฟิงหลินหันขวับกลับมามองภรรยาที่ก้าวออกมาจากหลังฉากกั้น แววตาของหลินว่านหลิวไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นยะเยือกที่ฉายชัดขึ้นมาแทนที่ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสวย "มาเร็วกว่าที่คิดเสียอีกนะคะเนี่ย..." ว่านหลิวพึมพำเบาๆ กับตัวเอง นางหยิบผ้ากันเปื้อนออก พับเก็บอย่างเรียบร้อย ก่อนจะหยิบมีดทำครัวเล่มโปรดที่ผ่านการลับจนคมกริบขึ้นมาถือไว้ในมือ "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลถึงถิ่นกันดารเช่นนี้ หากเราไม่ต้อนรับขับสู้ให้สมเกียรติ คงเสียชื่อเชฟมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดแย่" จ้าวเฟิงหลินคว้าธนูคู่ใจและซองลูกศรขึ้นมาสะพายหลัง ดวงตาคมกริมเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่ไม่ได้ถูกปลุกเร้ามานาน "เจ้าอยู่แต่ในบ้าน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด ข้าจะออกไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญพวกนั้นเอง" "ไม่ได้หรอค่ะพี่เฟิง..." ว่านหลิวเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อของสามีไว้ นัยน์ตาสุกใสเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "เราไม่ได้เป็นฝ่ายตั้งรับเสียหน่อย ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสืบข่าว เราก็ควรจะจัด 'เมนูพิเศษ' ต้อนรับการมาเยือนของพวกมันเสียหน่อยดีกว่า" นางหันไปเปิดช่องลับใต้พื้นเรือน มิติลับส่องแสงเรืองรองวับวาม นางหยิบขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุผงสมุนไพรสีม่วงเข้มออกมาส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจ ทว่าแฝงไปด้วยพิษร้ายแรงที่ต่อให้เป็นยอดฝีมือก็ต้องล้มพับภายในสามลมหายใจ "นี่คือ 'ผงกลิ่นสวรรค์หลับใหล' ที่ข้าเพิ่งปรุงขึ้นจากวัตถุดิบในมิติลับ..." ว่านหลิวแย้มยิ้มอย่างงดงาม แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบ "ใครที่ได้สูดดมเข้าไป จะหลับใหลไปสามวันสามคืนโดยไม่รู้สึกตัว เหมาะกับการต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวงเป็นที่สุดค่ะ" จ้าวเฟิงหลินมองภรรยาสาวด้วยความรู้สึกผสมปนเป ทั้งทึ่ง ทั้งหวาดหวั่น และ... คลั่งรักจนแทบคลั่ง ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะนางเบาๆ อย่างตามใจ "ตามใจเจ้า... แต่อย่าให้พวกมันเข้าใกล้ตัวเจ้าเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าพวกมันให้หมดก่อนที่ยาของเจ้าจะออกฤทธิ์เสียอีก" ทั้งสองสบตากันด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง กลิ่นหอมกรุ่นของซุปกระดูกหมูยังคงลอยอบอวลอยู่ในอากาศตัดกับความตึงเครียดภายนอกกระท่อม ณ เบื้องล่างเชิงเขา เสียงฝีเท้าของม้าศึกหลายตัวกำลังควบตรงเข้ามาใกล้กระท่อมไม้ไผ่ทีละน้อย... ทีละน้อย... จนกระทั่งเงาร่างสูงใหญ่หลายเงาปรากฏขึ้นทาบทับหน้าประตูบ้าน บด1บังแสงอาทิตย์ยามบ่ายจนมืดมิด ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามมาด้วยเสียงตะคอกแหบพร่าเหี้ยมเกรียมจากด้านนอก "เปิดประตู! พวกเรารู้ว่าเจ้าซ่อนตัวอยู่ที่นี่ นังสารเลวหลินว่านหลิว!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%