เสียงมีดสับกระดูกกระทบเขียงไม้ประดู่ดัง *ปัง! ปัง!* เป็นจังหวะหนักหน่วง สะท้อนความขุ่นมัวภายในใจของหลินว่านหลิวในยามวิกาล บนโต๊ะไม้เนื้อหยาบตรงหน้าคือน่องกวางป่าชิ้นโตที่จ้าวเฟิงหลินเพิ่งแบกกลับมาจากชายป่าลึก แต่วันนี้ หญิงสาวไม่ได้สนใจแม้แต่จะเอ่ยปากชมเชยฝีมือการล่าของสามีเหมือนทุกครา
ดวงตากลมโตฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก
"ว่านหลิว... เจ้าใช้แรงกับเขียงมากเกินไปแล้ว เดี๋ยวคมมีดจะบิ่นเสียหมด"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง ร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟิงหลินก้าวเข้ามาใกล้ เขาไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดังเกินไปยามที่ภรรยาตัวน้อยกำลังแสดงความหงุดหงิดออกมาทางสีหน้า
หลินว่านหลิวหยุดมือ หันขวับไปมองหน้าสามี ดวงตาเรียวคมหรี่ลงเล็กน้อย สำรวจใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉย ไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ของชายหนุ่ม
คนผู้นี้ แต่งงานร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางมาหลายเดือน กินข้าวหม้อเดียวกัน นอนเตียงเดียวกัน แสดงออกชัดเจนว่าคลั่งรักนางจนคนทั้งหมู่บ้านหมั่นไส้ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า... ภายใต้รอยสักรูปอินทรีจางๆ ที่หัวไหล่ขวา ซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็นจากคมดาบนั้น มันซ่อนเรื่องราวสะเทือนขวัญระดับใดไว้
"ข้าแค่มือหนักไปหน่อยค่ะ" ว่านหลิววางมีดลง ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเช็ดมือ "แต่ท่าน... ดูเหมือนกำลังมือหนักกับความลับของตัวเองมากกว่ามั้งคะ จ้าวเฟิงหลิน"
บรรยากาศในครัวชะงักงันไปชั่วขณะ
จ้าวเฟิงหลินชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินเข้ามาโอบกอดภรรยา ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วพริบตา ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้คนมีความสามารถพิเศษด้านการสังเกตอย่างว่านหลิวจับพิรุธได้
"เจ้าหมายถึงอะไร..." เสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย
"หมายถึงชายชุดดำสามคนที่แอบซุ่มอยู่แถวชายป่าหลังบ้านเมื่อตอนบ่ายอย่างไรล่ะคะ" ว่านหลิวแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย เดินเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่านางเกือบสองช่วงตัว ใช้นิ้วเรียวยาวจิ้มเบาๆ ที่กลางอกแกร่งของเขา "คิดว่าข้าตาบอดหรือจมูกทื่อ ถึงไม่ได้กลิ่นอายเลือดและกลิ่นอายอำนาจที่พวกมันพกติดตัวมากันคะ?"
จ้าวเฟิงหลินหลบสายตา
นี่คือสิ่งที่หลินว่านหลิวเกลียดที่สุด... การถูกปิดบัง แม้ว่านางจะรู้ว่าสามีมีเบื้องหลัง แต่การที่อันตรายจากโลกภายนอกกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรือนพักหลังน้อยของนาง โดยที่เจ้าตัวยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน นั่นเป็นสิ่งให้อภัยไม่ได้
"พวกมันตามหา 'รองแม่ทัพจ้าว' แห่งกอง Weiyang ต่างหากล่ะคะ"
คำพูดเพียงประโยคเดียวของภรรยา ทำให้ร่างของนายพรานหนุ่มแข็งค้างราวกับถูกสายฟ้าฟาด
จ้าวเฟิงหลินลืมตาโพองเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบมันลงใต้ดินลึกนับสิบปี ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอย่างไร้ความปรานี กลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้องของสหายร่วมรบ และเปลวเพลิงที่เผาผลาญค่ายทหารในคืนหิมะโปรดปราน หวนกลับมาเล่นงานประสาทสัมผัสของเขาอีกครั้ง
"ว่านหลิว... เจ้า..."
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญค่ะ สำคัญที่ว่าตอนนี้..." ว่านหลิวเชยคางสามีขึ้นบังคับให้สบตา นางไม่ได้มีความหวาดกลัวอยู่ในแววตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น "ท่านจะยอมเล่าความจริงให้ภรรยาคนนี้ฟังดีๆ หรือจะรอให้ข้าใช้ 'วิธีของข้า' บังคับให้พวกมันคายความลับออกมาทีละคน?"
มือหนาของจ้าวเฟิงหลินสั่นเทาเล็กน้อย เขาไม่ใช่คนกลัวตาย ผ่านสมรภูมิรบมานักต่อนักจนชินชากับความตาย แต่เขากลัว... กลัวว่าแววตาที่เคยอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มของหญิงสาวตรงหน้า จะแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงและรังเกียจ เมื่อรู้ว่าอดีตมือขวาของแม่ทัพใหญ่ผู้นี้ มีเลือดศัตรูและแม้กระทั่งเลือดของคนในราชสำนักแปดเปื้อนอยู่เต็มสองมือ
"ข้า... ไม่ใช่คนดีหรอกนะว่านหลิว" เสียงของเขาแหบแห้งราวกับคนขาดน้ำ
"ใครสนล่ะคะ?" ว่านหลิวสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางทั้งนุ่มนวลและทรงพลังในเวลาเดียวกัน "ในโลกนี้ไม่มีใครขาวสะอาดบริสุทธิ์หรอกค่ะท่านพี่ หากท่านเลว ข้าก็จะร้ายยิ่งกว่าท่านเสียอีก! ใครก็ตามที่บังอาจมารบกวนชีวิตสโลว์ไลฟ์ ปลูกผัก ทำอาหารของพวกเรา ไม่ว่ามันจะเป็นฮ่องเต้หน้าไหน หรืออดีตสหายทรยศ ข้า—หลินว่านหลิวคนนี้ จะใช้สมองเพชรและคลังแสงในมือ ถอนรากถอนโคนพวกมันให้หมดสิ้น!"
คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและดุดันแบบฉบับสะใภ้สมองเพชร ทำให้หัวใจที่ด้านชาของอดีตนายทหารหนุ่มกระตุกวาบ ความรู้สึกอบอุ่นไหลซ่านแผ่ขยายไปทั่วอกจนขอบตาร้อนผ่าว
จ้าวเฟิงหลินดึงร่างบางเข้าไปกอดแนบอกแน่น ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่ของนางสูดกลิ่นหอมสะอาดของสมุนไพรและแป้งทำขนมเพื่อย้ำเตือนว่านี่คือความจริง นางคือภรรยาของเขา คือบ้านของเขา
"ข้าจะเล่า..." เขากระซิบชิดใบหู "เรื่องทั้งหมด..."
ทว่า ในวินาทีที่จ้าวเฟิงหลินกำลังจะเอ่ยปากเปิดเผยความลับที่เก็บงำมานานนับแรมปีนั้นเอง...
*โครม!*
เสียงประตูกระท่อมไม้ไผ่ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบอย่างไร้ความปราณี ฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นแผ่พุ่งเข้ามาในห้องครัวทันที
จ้าวเฟิงหลินแววตาเปลี่ยนเป็นดุร้ายในเสี้ยววินาที ร่างกายขยับปกป้องภรรยาไปอยู่ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมไปคว้ามีดล่าสัตว์ข้างเอวเตรียมพร้อมรับมือ
ท่ามกลางกลุ่มฝุ่นที่ค่อยๆ จางลง ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าใต้หมวกปีกกว้างยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองสองสามีภรรยาด้วยแววตาดุจพญายมมองเหยื่อ
"ไม่นึกเลยว่า... รองแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่ยอมสละแม้กระทั่งบรรดาศักดิ์เพื่อหนีตาย จะมาซุกหัวนอนซ่อนตัวอยู่กับหญิงชาวบ้านกลิ่นโคลนสาบควายในหมู่บ้านกันดารเช่นนี้"
น้ำเสียงเยียบเย็นเอ่ยขึ้น พร้อมกับคมกระบี่ในมือที่ถูกชักออกมาสะท้อนแสงไฟตะเกียงวับวาม
"ดูท่า... ข้าจะต้องแบกหัวของเจ้ากลับไปรับรางวัลที่เมืองหลวงเสียแล้วกระมัง จ้าวเฟิงหลิน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 24
อดีตอันดำมืดของนายพรานหนุ่ม
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!