เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อหนาดังสนั่นหวั่นไหว จนถ้วยชาเซรามิกสีหยกสั่นสะเทือน น้ำชาภายในกระฉอกกระเด็นเปรอะเปื้อนเอกสารสิทธิ์ที่เพิ่งหมึกแห้งสนิท
"หลินว่านหลิว! เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงกว้านซื้อที่ดินผืนใหญ่ติดริมธารท้ายหมู่บ้านไปจนหมดเกลี้ยง! นั่นมันที่ทำกินบรรพบุรุษ พวกเจ้าเป็นแค่คนนอกสายตา ยึดถืออำนาจอะไรมาฮุบไว้คนเดียว!"
เสียงแหลมสูงของป้าสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลจ้าวแผดลั่นจนนกบนต้นไม้แตกฮือ ใบหน้าอวบอูมบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและแค้นเคือง ดวงตาคู่เล็กหรี่มองโฉนดที่ดินสี่ฉบับในมือของหญิงสาวด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด
หลินว่านหลิวหาได้สะทกสะท้านไม่ นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า มือเรียวบางวางพู่กันในมือลงอย่างช้า ๆ กลิ่นหอมจาง ๆ ของชาดอกไม้อบแห้งลอยอวลอยู่รอบกาย ตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องรับรองของสำนักงานที่ดินอำเภออย่างสิ้นเชิง
"ป้าใหญ่คะ คำว่า 'คนนอก' นี่ท่านใช้บรรทัดฐานไหนวัดหรือคะ?" ว่านหลิวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่ากลับเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ที่ดินรกร้างผืนนั้น ไร้คนเหลียวแลมานานนับสิบปี ทางการประกาศขายทอดตลาดมาสามหน สามคราที่ตระกูลจ้าวของท่านปฏิเสธเพราะเกรงกลัวดินเปรี้ยวปลูกอะไรไม่ขึ้น แต่พอตอนนี้... ข้าใช้มันสมอง หยาดเหงื่อ และเงินรางวัลจากการประกวดประลองฝีมือทำอาหารมาซื้อด้วยความสุจริต เหตุใดจึงกลายเป็นว่าข้าไป 'ฮุบ' ของท่านเสียได้เล่าคะ?"
"เจ้า... นังเด็กปากกล้า!" ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นจนตัวสั่นเทา หมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนสักฉาด แต่ยังไม่ทันก้าวเท้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มของจ้าวเฟิงหลินก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างภรรยาและญาติผู้พี่อย่างพอดิบพอดี
ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของนายพรานหนุ่มกวาดตามองกลุ่มญาติผู้โลภมากด้วยความเยือกเย็น กดดันจนทุกคนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ เฟิงหลินไม่ได้เอวาจาใด ๆ ออกมาแม้แต่คำเดียว ทว่ารัศเมฆหมอกแห่งความน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากร่าง กลับทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วพริบตา
"ที่ดินตรงนั้นเป็นของภรรยาข้าแล้ว" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ แต่ทรงพลัง "หากใครยังกล้ามาสร้างความวุ่นวายรบกวนนางอีก อย่าหาว่าข้า... ผู้เป็นสามี ไม่เตือน"
ว่านหลิวอมยิ้มมองแผ่นหลังกว้างของสามีที่ยืนปกป้องนางอย่างมั่นคง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอก แม้ในอดีตเฟิงหลินจะเคยถูกมองว่าเป็นเพียงนายพรานป่าไร้อนาคต แต่ในยามนี้ เขาคือเสาหลักที่หนักแน่นและพร้อมจะอยู่เคียงข้างนางในทุกย่างก้าวของการสร้างเนื้อสร้างตัว
เมื่อกลุ่มญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อล่าถอยออกไปด้วยความแค้นเคืองและจำยอม สองสามีภรรยาก็เดินทางมายังพื้นที่เป้าหมายทันที
เบื้องหน้าของพวกเขาคือผืนดินกว้างใหญ่ไพศาลกว่าส่ายไร่ ทอดตัวยาวไปตามแนวลำธารใสสะอาดที่ไหลมาจากยอดเขาอุดมสมบูรณ์ ที่นี่แหละคืออาณาจักรใหม่ของหลินว่านหลิว!
"เฟิงหลินคะ ตรงนี้แหละที่เราจะสร้างโรงงานแปรรูปอาหารขนาดใหญ่ และพื้นที่รอบ ๆ นี้ ข้าจะแบ่งโซนทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ปลูกสมุนไพรหายากกับผักสวนครัวปลอดสารพิษ" ว่านหลิววาดมือออกไปเบื้องหน้า ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความมุ่งมั่น สมองเพชรของนางกำลังวางแผนผังโครงสร้างและสายการผลิตในหัวอย่างรวดเร็ว
"ตามใจเจ้าทุกอย่าง ว่านหลิว" เฟิงหลินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาที่มองภรรเต็มไปด้วยความรักใคร่และตามใจอย่างไร้ขีดจำกัด "ขาดเหลือแรงงานที่ไหน บอกข้าได้ตลอด ชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านที่เชื่อฟังคำสั่ง ข้าสามารถเกณฑ์มาช่วยปรับหน้าดินให้เจ้าได้ทันทีพรุ่งนี้เช้า"
"เยี่ยมยอดมากค่ะสามี" ว่านหลิวหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี นางหยิบเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษออกจากมิติลับมาซ่อนไว้ในถุงผ้าสะพายแบคแพคเตรียมพร้อมสำหรับการเพาะปลูกล็อตแรก
เวลาล่วงเลยผ่านไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ ด้วยเงินลงทุนมหาศาลและการบริหารจัดการที่เป็นระบบของเชฟสมองเพชร โครงสร้างโรงงานแปรรูปอาหารขนาดกะทัดรัดแต่ทันสมัยก็ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและซอสสูตรลับเฉพาะตัวเริ่มโชยอบอวลไปทั่วทั้งหุบเขา สร้างความตื่นตะลึงให้แก่ชาวบ้านละแวกนั้นเป็นอย่างมาก
สินค้าล็อตแรกของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" ไม่ว่าจะเป็นซอสพริกสูตรหมักบ่มพิเศษ แยมผลไม้ป่าเนื้อเนียน หรือผักออร์แกนิกกรอบหวานฉ่ำ ถูกลำเลียงขึ้นเกวียนเพื่อส่งตรงไปยังตลาดมืดและพ่อค้าคนกลางรายใหญ่ในเมืองหลวง
เพียงแค่เปิดตัววันแรก สินค้าทั้งหมดก็ถูกกวาดซื้อจนเกลี้ยงเกลาภายในเวลาไม่ถึงสองเค่อ (หนึ่งชั่วโมง)! กำไรก้อนโตไหลมาเทมาจนบัญชีเงินเก็บของครอบครัวจ้าวพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด
ยามค่ำคืนมาเยือน แสงไฟสีส้มอุ่น ๆ จากตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องกระทบใบหน้าของว่านหลิวที่กำลังนั่งตรวจบัญชีรายรับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เฟิงหลินเดินถือถาดไม้ที่มีซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรส่งกลิ่นหอมกรุ่นเข้ามาวางตรงหน้า พร้อมกับรินน้ำชาอุ่น ๆ ให้ภรรยา
"เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนก่อนเถอะยอดดวงใจของข้า" เฟิงหลินกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม พลางใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดมือให้อย่างเบามือ
ว่านหลิวเงยหน้าขึ้นสบตาคมเข้มของสามี นางกำลังจะอ้าปากเอ่ยเย้าแหย่เขาเรื่องยอดขายถล่มทลายในวันนี้ ทว่าจู่ ๆ เสียงเคาะประตูรั้วบ้านยามดึกสงัดก็ดังขึ้นสามครั้งติด ๆ กันอย่างเร่งรีบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เฟิงหลินขมวดคิ้วมุ่นทันที ยามวิกาลเช่นนี้ ไม่เคยมีใครกล้ามาเยือนบ้านของพวกเขา เว้นเสียแต่... จะมีเรื่องคอขาดบาดตายเกิดขึ้น
ว่านหลิวลุกขึ้นยืนช้า ๆ สัญชาตญาณเตือนภัยในสมองเพชรเริ่มทำงาน เมื่อเปิดประตูออกไป ภาพเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก ร่างของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมอาภรณ์หรูหราปักลายดิ้นทองชุ่มโชกไปด้วยเลือด กำลังล้มฟุบลงหมดสติอยู่หน้าประตูบ้าน พร้อมกับห่อผ้าแพรปักตราประทับลับของราชสำนักที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าของนาง!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 23
ขยายอาณาจักรเกษตรแปรรูป
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!