"หากท่านป้าสะใภ้คิดจะใช้ไม้นี้เพื่อฮุบสูตรลับร้านค้าของข้า เกรงว่าชาตินี้ท่านคงต้องกินน้ำต้มผักไปจนวันตายแล้วล่ะค่ะ!"
น้ำเสียงใสกระจ่างแต่เยียบเย็นราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูหนาวของหลินว่านหลิว ดังแทรกผ่านความเงียบงันของฝูงชนที่กำลังมุงดูเหตุการณ์รอบแผงสตรีทฟู้ดหน้าตลาด ท่ามกลางกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศสิบแปดชนิดที่ยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ นางไม่ได้ถอยร่างหนีแม้แต่ครึ่งก้าว ตรงกันข้าม หลินว่านหลิวกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ส่งยิ้มท้าทายให้ร่างอวบอ้วนของป้าสะใภ้จอมโลภที่ยืนหน้าเขียวคล้ำด้วยความแค้นเคือง
ท่านป้าสะใภ้แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ดวงตาตี่เล็กจดจ้องกระทะเหล็กกล้าเงาวับตรงหน้าด้วยความโลภจนน้ำลายแทบไหลย้อย นางเหลือบมองบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหลังเงาไม้ใหญ่ บุรุษผู้สวมหน้ากากเงินปิดบังใบหน้าครึ่งบน ทว่ารังสีอำมหิตและกลิ่นอายอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
"นังเด็กไร้หัวนอนปลายเท้า! กล้าดียังไงมาพูดจาก도ร (ไร้มารยาท) กับผู้หลักผู้ใหญ่เช่นข้า!" ป้าสะใภ้กรีดเสียงแหลมสูงพยายามเรียกร้องความสงสารจากชาวบ้าน "พวกท่านดูเอาเถิด นางแต่งเข้าบ้านสกุลจ้าวได้ไม่ทันไร ก็ลืมบุญคุณบรรพบุรุษ กล้าเปิดร้านแข่งกับเครือญาติ แถมยังใช้มนต์ดำอะไรไม่รู้ทำให้อาหารมีกลิ่นประหลาดล่อลวงคนให้มาซื้อ วันนี้ข้าในฐานะผู้อาวุโส จะต้องสั่งสอนนางแทนพี่ใหญ่ให้หลาบจำ!"
สิ้นคำ บุรุษสวมหน้ากากเงินก็ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ฝ่ามือหนาภายใต้ถุงมือหนังสีดำขยับเข้าหาด้ามดาบข้างกายอย่างช้าๆ บรรยากาศรอบด้านพลوادเย็นเยียบลงถนัดตา ราวกับอุณหภูมิลดลงหลายองศาในพริบตา ทว่าก่อนที่ความโกลาหลจะทันได้ปะทุขึ้น ร่างสูงใหญ่ในชุดนักล่าสัตว์สีเข้มของจ้าวเฟิงหลินก็ก้าวเข้ามาขวางภรรยาตัวน้อยไว้ด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ปกป้องหลินว่านหลิวจากสายตาคมกริบของบุรุษปริศนา
"หากผู้ใดกล้าแตะต้องภรรยาของข้าแม้แต่ปลายนิ้ว..." จ้าวเฟิงหลินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกราดมองบุรุษหน้ากากเงินด้วยจิตสังหารที่ไม่อาจปิดบัง "มันผู้นั้น... จะไม่มีวันได้เดินออกไปจากหมู่บ้านนี้ทั้งที่ยังมีลมหายใจ"
หลินว่านหลิวแอบอมยิ้มบางเบาในความคลั่งรักที่แสดงออกอย่างไม่เกรงกลัวใครของสามี นางเอื้อมมือเรียวไปแตะแขนแกร่งของเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง ก่อนจะก้าวออกมาเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
"ท่านป้าสะใภ้บอกว่าอาหารของข้าใช้มนต์ดำล่อลวงงั้นหรือคะ? ช่างน่าขันสิ้นดี..." หลินว่านหลิวหัวเราะในลำคอเบาๆ กลิ่นอายความเฉลียวฉลาดแผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้น "ในเมื่อท่านสงสัยในฝีมือและที่มาของวัตถุดิบนัก วันนี้ข้าจะ 'งัดไม้เด็ดสตรีทฟู้ดโบราณ' ออกมาทำให้พวกท่านได้ตาสว่างกันเสียที ว่าสิ่งที่เรียกว่าฝีมือที่แท้จริงนั้น หน้าตาเป็นเช่นไร!"
ว่าแล้ว นางก็ไม่รอให้ใครได้เอ่ยท้วง มือเรียวบางสะบัดเบาๆ เรียกวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติลับในพริบตา แป้งสาลีเนื้อเนียนละเอียดที่นวดจนยืดหยุ่นได้ที่ถูกหยิบออกมาพร้อมกับเนื้อหมูสามชั้นหมักเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะ เตาถ่านสีแดงฉานถูกจุดขึ้นใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมของพริกเสฉวนและเครื่องเทศนานาชนิดเริ่มกระจายตัวอบอวลไปทั่วบริเวณอีกระลอก ทว่าคราวนี้มันเข้มข้นและทรงพลังยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
"เจ้า... นังสารเลว เจ้าจะทำอะไรอีก!" ป้าสะใภ้หน้าถอดสีเมื่อเห็นฝีมือคล่องแคล่วและการจัดเตรียมวัตถุดิบที่ไม่ธรรมดาของหลินว่านหลิว
"ข้าจะทำ 'แป้งทอดกรอบไส้ทะลักสูตรโบราณ' ผสมผสานความกรอบนอกนุ่มในแบบฉบับดั้งเดิม เข้ากับซอสสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่เพื่อคนปากจัดเช่นท่านโดยเฉพาะค่ะ!"
หลินว่านหลิวไม่สนใจเสียงกรีดร้องโวยวาย นางเริ่มลงมือปั้นแป้งด้วยความรวดเร็วและงดงามราวกับกำลังร่ายรำ แป้งสีขาวนวลถูกแผ่ออกเป็นแผ่นบาง ห่อหุ้มไส้เนื้อหมูสับผสมเห็ดหอมและสมุนไพรป่าที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจ ก่อนจะหย่อนลงไปในกระทะน้ำมันเดือดพล่าน เสียง 'ฉ่า' ดังสนั่นพร้อมกับฟองอากาศสีทองที่พุ่งพล่านขึ้นมา กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปไกลโขจนแม้แต่ชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างอดไม่ได้
บุรุษสวมหน้ากากเงินที่ยืนนิ่งเงียบมาตลอด ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาภายใต้หน้ากากหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่จ้าวเฟิงหลินยืนมองภรรยาด้วยแววตาภาคภูมิใจแกมเอ็นดู มือหนายังคงกุมด้ามมีดไว้หลวมๆ เพื่อคอยระวังภัยให้อย่างใกล้ชิด
ในวินาทีที่แป้งทอดสีเหลืองทองอร่ามถูกตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน กลิ่นหอมเย้ายวนใจก็ลอยไปแตะจมูกของทุกคนจนแทบหยุดหายใจ หลินว่านหลิวใช้ปลายมีดกรีดลงบนผิวแป้งกรอบๆ เผยให้เห็นไอน้ำร้อนกรุ่นและควันหอมกรุ่นที่พวยพุ่งออกมา พร้อมกับซอสสีอำพันที่เคลือบอยู่ภายในอย่างลงตัว
นางตักชิ้นแรกใส่จานกระเบื้องเคลือบอย่างประณีต แล้วยื่นไปตรงหน้าป้าสะใภ้และบุรุษปริศนาด้วยรอยยิ้มพราวระยับ
"เชิญชิมรสชาติแห่งความพ่ายแพ้ของท่านได้เลยค่ะ... รับรองว่าคำเดียว จะทำให้พวกท่านลืมไม่ลงไปจนวันตายเลยทีเดียว"
บรรยากาศรอบแผงค้าพลพันเงียบกริบลงทันตาเห็น ทุกสายตาจับจ้องไปที่จานอาหารตรงหน้าด้วยความระทึกใจ ทว่าในจังหวะที่ป้าสะใภ้ยื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะหยิบชิ้นแป้งนั้น จู่ๆ บุรุษสวมหน้ากากเงินก็ยื่นมือมาคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นหันขวับมาจ้องเขม็งที่หลินว่านหลิว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากหน้ากากราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
"อาหารจานนี้... เจ้าได้สูตรนี้มาจากที่ใดกันแน่? หลินว่านหลิว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!
เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 21
งัดไม้เด็ดสตรีทฟู้ดโบราณ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!