เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 9

เปิดแผงลอยขายของชิมลางครั้งแรก

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกเจ้ากล้าแตะต้องของในตะกร้าข้าแม้แต่ปลายก้อย อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!" หลินว่านหลิวตวาดเสียงเรียบแต่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดเฉือนเข้าที่ใบหน้าของสะใภ้รองตระกูลจ้าวที่ยืนทำหน้าตาบิดเบี้ยวอยู่หน้าประตูบ้าน มือที่กำลังจะเอื้อมมาคว้าเข่งผักสวนครัวชะงักค้างกลางอากาศ สายตาของนางเต็มไปด้วยความริษยาที่ปิดไม่มิด "นังว่านหลิว! นี่เจ้ากล้าขึ้นเสียงกับพี่สะใภ้อย่างข้าหรือ? ของพวกนี้เป็นผลผลิตจากที่ดินของตระกูลจ้าว เจ้ามีสิทธิ์อะไรมายึดเป็นของส่วนตัว!" "ที่ดินของตระกูลจ้าว? ตั้งแต่ข้าแต่งเข้ามา มีแต่น้ำพักน้ำแรงของข้ากับเฟิงหลินเท่านั้นที่ทำให้ผืนดินนี้งอกเงย ส่วนพวกท่านนอกจากจะคอยมาสูบเลือดสูบเนื้อแล้ว ยังจะเอาหน้ามาอ้างสิทธิ์งั้นหรือคะ? ถ้าไม่อยากให้ข้าอาละวาดจนเสียชื่อเสียงไปถึงกลางตลาด ก็ไสหัวไปเสีย!" หลินว่านหลิวไม่ได้กล่าวเปล่า นางคว้ามีดปังตอเล่มถนัดมือปักลงบนเขียงไม้เสียงดัง 'ฉึก!' จนคนพวกนั้นสะดุ้งโหยง จ้าวเฟิงหลินที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลังก้าวออกมาเพียงครึ่งก้าว ไอสังหารแผ่ซ่านรอบกายจนทุกคนต้องถอยกรูด เขาไม่ได้พูดสักคำ แต่สายตาที่จ้องมองมานั้นคือคำเตือนว่า หากใครกล้าขยับต่อ... จุดจบจะไม่สวยแน่ "ไปกันเถอะค่ะเฟิงหลิน วันนี้เรามีนัดกับเงินก้อนแรก" ว่านหลิวหันมายิ้มหวานให้สามี ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น รถเข็นไม้คันเก่าที่ถูกดัดแปลงใหม่ให้ลากได้ลื่นไหลบรรจุผักกาดหอมกรอบเขียวขจี เห็ดป่าที่คัดสรรมาอย่างดี และพระเอกของงานอย่าง 'น้ำพริกเผาเห็ดหอมสูตรพิเศษ' ที่ว่านหลิวเคี่ยวจากมิติลับจนหอมฟุ้งไปทั่วเส้นทางสู่ตลาดตำบล กลิ่นหอมยั่วน้ำลายของเครื่องเทศเข้มข้นทำเอาชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาต้องเหลียวหลังมอง "ท่านพี่ ดูนั่นสิคะ แผงลอยตรงมุมถนนใกล้ร้านขายผ้า ดูท่าทางจะเหมาะที่สุด" ว่านหลิวชี้มือไปยังทำเลทองที่มีคนเดินพลุกพล่าน เมื่อถึงที่หมาย ว่านหลิวไม่ได้วางของลงเฉยๆ แต่นางหยิบเอาผักสวนครัวมาจัดเรียงอย่างพิถีพิถันราวกับงานศิลปะ การจัดวางสีเขียวสดตัดกับสีน้ำตาลของตะกร้าสานทำให้ผักของนางดูมีราคามากกว่าร้านอื่นหลายเท่าตัว จากนั้นนางก็เปิดฝาโถน้ำพริกเผา กลิ่นหอมเครื่องเทศคั่วพริกแห้งและเห็ดหอมกระจายตัวออกไปทันทีราวกับเวทมนตร์ "ลองชิมดูนะคะ ผักสดกรอบจิ้มกับน้ำพริกเผาสูตรพิเศษจากกระท่อมป่า รับรองว่าท่านจะไม่เคยพบรสชาตินี้จากที่ไหนมาก่อน!" เสียงหวานใสของนางดึงดูดแม่ค้าและชาวบ้านให้เข้ามามุงดูทันที หลายคนลังเลในตอนแรก แต่เมื่อเห็นสีสันของน้ำพริกและกลิ่นที่ชวนให้น้ำลายสอ ก็มีหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งลองจิ้มชิมดู "แม่เจ้า! นี่มัน... รสชาติกลมกล่อมเผ็ดนิดหวานหน่อย หอมเห็ดจนลืมกลิ่นดินไปเลย! ข้าเอาหนึ่งโถ!" "ข้าด้วย! ผักพวกนี้ดูสดกว่าของในตลาดหลวงเสียอีก เอาผักบุ้งนี่สองกำ!" เงินเหรียญถูกนับส่งผ่านมือว่านหลิวครั้งแล้วครั้งเล่า จ้าวเฟิงหลินยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ คอยช่วยหยิบจับของและกันคนเบียดเสียด เขาเฝ้ามองภรรยาตัวน้อยที่กำลังเจรจาการค้าอย่างคล่องแคล่วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและหลงใหล นางเปรียบเสมือนอัญมณีที่ถูกฝังอยู่ในป่า และวันนี้... ผู้คนต่างเริ่มมองเห็นแสงประกายของนางแล้ว ทว่า ในขณะที่การค้าขายกำลังไปได้สวย สายตาคู่หนึ่งจากร้านขายเครื่องเทศเจ้าใหญ่ฝั่งตรงข้ามกลับจ้องเขม็งมาที่นาง... เขาคือเถ้าแก่กัง พ่อค้าคนกลางผู้ผูกขาดตลาดตำบลนี้มานานหลายปี เขาเดินดิ่งตรงมาที่แผงของว่านหลิวด้วยท่าทางคุกคาม "แม่สาวน้อย ฝีมือปรุงรสของเจ้าไม่เลวเลยนี่... แต่น่าเสียดาย ที่ตลาดนี้การจะขายของกินต้องผ่านการอนุญาตจากข้าเสียก่อน" เถ้าแก่กังพูดพลางแสยะยิ้ม วางถุงเงินหนักๆ ลงบนแผงของว่านหลิว "ข้าจะรับซื้อน้ำพริกและผักทั้งหมดของเจ้าในราคาครึ่งเดียวจากที่เจ้าขาย และต่อจากนี้ เจ้าต้องส่งของให้ข้าเพียงเจ้าเดียวเท่านั้น หวังว่าเจ้าคงฉลาดพอที่จะเลือกทางเดินนะคะ" หลินว่านหลิวชะงักมือที่กำลังจะหยิบเงินทอน นางเงยหน้าขึ้นมองเถ้าแก่กังด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา "ขอโทษนะคะเถ้าแก่กัง... แต่ข้าว่าท่านคงเข้าใจอะไรผิดไปนิดหน่อย" ว่านหลิวกวาดสายตาไปยังฝูงชนที่เริ่มเงียบลงเพื่อฟังการปะทะฝีปาก นางหยิบโถน้ำพริกขึ้นมาหนึ่งโถแล้วหมุนเล่นในมือ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังกังวานที่ได้ยินไปทั่วตลาด "ของของข้า มีค่ามากกว่าจะขายให้คนที่มีนิสัย 'กดราคา' ชาวบ้าน... และข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อขออนุญาต แต่ข้ามาเพื่อ 'ยึด' ตลาดนี้ด้วยคุณภาพของข้าเองค่ะ" สิ้นคำกล่าว บรรยากาศรอบข้างก็ตึงเครียดถึงขีดสุด เถ้าแก่กังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ แต่ก่อนที่เขาจะได้โต้ตอบ จู่ๆ รถม้าหรูหราตราสัญลักษณ์ประจำเมืองก็มาจอดเทียบข้างแผงของนาง บ่าวรับใช้ในชุดผ้าไหมชั้นดีก้าวลงมาพร้อมกับชายวัยกลางคนที่ดูสง่างาม เขาก้าวตรงมาที่แผงของว่านหลิว ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน "ได้ยินมาว่ามีคนปรุง 'น้ำพริกเห็ดหอม' ที่มีรสชาติหาตัวจับยากอยู่ที่นี่... แม่นาง คือเจ้าใช่หรือไม่ที่ส่งคนไปฝากจดหมายถึงโรงเตี๊ยมตระกูลหลินเมื่อเช้านี้?" หลินว่านหลิวคลี่ยิ้มบางๆ ที่แฝงไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย นางวางโถน้ำพริกลงตรงหน้าชายผู้นั้น "มาพอดีเลยค่ะ... ข้ากำลังรอคนที่เข้าใจรสชาติที่แท้จริงอยู่พอดีเลย" ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของว่านหลิวในเส้นทางสายอาชีพครั้งแรกนะคะ!
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%