จดหมายตราประทับตระกูลสูงศักดิ์จากเมืองหลวงแผ่นนั้น ถูกมือเรียวบางของหลินว่านหลิวคว้าเก็บเข้าแขนเสื้ออย่างรวดเร็วกว่าสายตาจะทันจับจ้อง ทว่าแววตาคู่คมของจ้าวเฟิงหลินกลับไวกว่า เขาขยับกายเข้ามายืนบังร่างอรชรไว้ครึ่งหนึ่ง สัญชาตญาณนายพรานและอดีตนายทหารตื่นตัวเต็มพิกัด เงาร่างใต้หมวกสานปีกกว้างที่หายลับไปในความมืดของตรอกแคบ ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเยือกเย็น
"คนผู้นั้น... ดูไม่น่าไว้ใจเลยนะคะพี่เฟิงหลิน" ว่านหลิวเอ่ยเสียงเบา ทว่าริมฝีปากยังคงประดับรอยยิ้มบางเบา นางไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น สมองเพชรของเชฟมือหนึ่งกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงที่มีตราประทับเช่นนั้น... ดูท่าว่าตัวตนเดิมก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้ คงจะมีเรื่องราวพัวพันที่ซับซ้อนกว่าการโดนรังแกในหมู่บ้านชนบทเสียแล้วกระมัง
"ไม่ว่ามันจะเป็นใคร หรือมาดีมาร้าย หากมันกล้าเข้าใกล้เจ้าแม้แต่ปลายก้อย ข้าจะไม่ปล่อยมันไว้แน่ค่ะ" จ้าวเฟิงหลินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ หนักแน่น และจริงจัง ดวงตาคมกริบมองตามทิศทางที่เงาลึกลับหายไป ก่อนจะหันกลับมามองภรรยาด้วยความห่วงใยที่ฉายชัดในแววตา
ความตึงเครียดเมื่อครู่ถูกปัดเป่าออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อทั้งสองก้าวขึ้นเกวียนม้า มุ่งหน้ากลับสู่ "หมู่บ้านไผ่ริมธาร" บ้านที่แท้จริงของพวกเขาทั้งคู่ แม้การค้าขายในตลาดวันนี้จะเหน็ดเหนื่อยจนหยดสุดท้าย แต่ผลกำไรที่งดงามในมิติลับก็ทำให้ความเหนื่อยล้าพลอยจางหายไปครึ่งหนึ่งแล้ว เมื่อมาถึงกระท่อมปลายนา แสงจันทร์นวลตาآสาดส่องลงมาทาบทับหลังคาไม้ไผ่ ทิวไผ่รอบด้านส่งเสียงเสียดสีกันเบาๆ คล้ายบทเพลงกล่อมธรรมชาติ
เฟิงหลินไม่ปล่อยให้ภรรยาต้องเหนื่อยลำพัง เขาจัดการดูแลม้าและเก็บกวาดข้าวของอย่างคล่องแคล่ว ในขณะที่หลินว่านหลิวหายตัวเข้าไปในครัวเพื่อเตรียมสิ่งเยียวยาร่างกายในยามดึก
กลิ่นหอมกรุ่นของขิงแก่ทุบแตก โสมป่าชั้นดีที่ดึงออกมาจากมิติลับ และเนื้อไก่บ้านตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เริ่มโชยกลยุทธเข้าจมูก น้ำซุปสีทองใสแจ๋วแต่เคี่ยวจนเข้มข้นด้วยกระดูกหมูและสมุนไพรจีนสูตรลับเฉพาะ ถูกตักใส่ชามกระเบื้องเคลือบเนื้อเนียนควันร้อนๆ ลอยกรุ่นท่ามกลางอากาศยามค่ำคืนที่เริ่มเย็นลง
"ดึกดื่นเช่นนี้ ทำไมถึงขยันเข้าครัวอีกแล้วล่ะคะ หืม?" เฟิงหลินเดินตามเข้ามาในครัว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายป่าเขาและไอน้ำจางๆ ทำให้ว่านหลิวอดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม นางหันไปส่งค้อนวงงามให้สามีหนุ่มที่ตอนนี้ทำตัวราวกับเงาตามติดตัว
"ก็เพราะมีคนตัวโตแถวนี้ช่วยขนของและยืนเฝ้าร้านจนดึกดื่นน่ะสิคะ ข้ากลัวว่าสามีจะหนาวตายเสียก่อนจะได้กินข้าวเช้าพรุ่งนี้ต่างหากล่ะคะ มานี่เลยค่ะ นั่งลงเร็วเข้า"
ว่านหลิวตักซุปไก่ตุ๋นโสมร้อนๆ ส่งให้เขา ชามกระเบื้องอุ่นๆ ถ่าย2ทอดความอบอุ่นสู่ฝ่ามือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและคันธนูมาโชกโชน เฟิงหลินรับมามองชามซุปสลับกับใบหน้าเนียนใสของภรรยา แววตาที่เคยแข็งกร้าวต่อโลกภายนอก บัดนี้กลับอ่อนโยนยวบยาบจนแทบจะละลายไปกับสายลม
ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ริมระเบียงที่หันหน้าออกสู่ลำธาร สายน้ำใสไหลเอื่อยสะท้อนแสงจันทร์ระยิบระยับ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรร้องขับขานและเสียงซดซุปเบาๆ
เฟิงหลินตักเนื้อไก่ชิ้นโตที่เปื่อยนุ่มแทบไม่ต้องเคี้ยวป้อนให้ภรรยา ว่านหลิวชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย "ข้าทานเองได้ค่ะ ท่านพี่ก็ทานเถอะค่ะ ผอมลงไปตั้งเยอะแล้วนะช่วงนี้"
"ข้าไม่ผอมหรอกค่ะ มีแรงอุบ... มีแรงดูแลเจ้าได้อีกหลายปี" เฟิงหลินเกือบหลุดคำพูดตามประสาบุรุษหยาบกระด้างออกไป แต่เพราะความคลั่งรักที่มีต่อภรรยาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากว่านหลิวได้เป็นอย่างดี
รสชาติของซุปไก่ตุ๋นโสมในคืนนี้ช่างกลมกล่อม ล้ำลึก และอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ความเผ็ดร้อนนิดๆ จากขิงแก่ช่วยขับไล่ความหนาวเหนွမ်းยยามค่ำคืน ความหวานจากเนื้อไก่และสมุนไพรผสานกันอย่างลงตัวในโพรงปาก ราวกับความเหนื่อยล้าทั้งมวลถูกชะล้างออกไปด้วยสายน้ำแห่งความสุข
ทว่า ในขณะที่ความหวานละมุนกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในความเงียบสงบนั้นเอง...
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบามาจากพุ่มไม้ทึบหลังรั้วไผ่ริมธาร!
จ้าวเฟิงหลินวางชามซุปในมือลงบนโต๊ะด้วยความเร็วระดับแสง ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานออกไปจากเก้าอี้ราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง มือหนากระชากมีดสั้นประจำกายออกมาพร้อมรับมือ แต่ทว่าเมื่อเขาพุ่งไปถึงจุดที่เกิดเสียง กลับพบเพียงความว่างเปล่า... และ "บางสิ่ง" ที่ถูกปักตรึงไว้กับลำต้นไผ่ด้วยลูกดอกไม้ไผ่สั้น
มันคือกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีหยดเลือดสดๆ แต้มเป็นสัญลักษณ์รูป "ดอกบัวเพลิง" และข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ว่า...
*“คืนเดือนมืดอีกสามวันข้างหน้า จงส่งตัว 'ทายาทตระกูลหลิน' กลับคืนสู่เจ้านายมิฉะนั้น... ศพของสหายรักในอดีตของเจ้า จะถูกส่งมาแทนที่!”*
เฟิงหลินจ้องมองตัวอักษรเหล่านั้น นัยน์ตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัวขึ้นมาทันที ออร่าสังหารที่กดขี่ข่มเหงแผ่พุ่งออกมาจากร่างของอดีตนายทหารผู้ไร้พ่าย จนกระทั่งหลินว่านหลิวที่เดินตามมาเงียบๆ ยื่นมือเรียวมาแตะที่บ่ากว้างของเขาเบาๆ
"สหายรักในอดีตของท่านพี่... หมายถึงใครกันคะ?" ว่านหลิวเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะนุ่มนวล แต่แววตากลับเปล่งประกายความเยือกเย็นและดุดันขึ้นมาอย่างน่ากลัว สมองเพชรของนางตระหนักทันทีว่า... สงครามประสาทครั้งใหม่ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!
-----------------------------------
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "กระท่อมไผ่ริมธาร" มาโดยตลอดนะคะ!)
เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า•ตอนที่ 18
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์และซุปอุ่นใจ
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวสตรีทสมองเพชร กับกับดักหัวใจนายพรานป่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!