ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก•ตอนที่ 17

โวยวายเก่งแต่แพ้ราบคาบ

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ถ้าพูดยังไม่รู้เรื่อง... สงสัยพี่ต้องใช้สิทธิ์ 'เฮดว้าก' สั่งให้เราเงียบด้วยวิธีอื่นแล้วล่ะค่ะ ตะวัน" ประโยคกำกวมที่มาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจของพี่เหนือ ทำเอาฉัน—ที่ตอนนี้ติดแหง็กอยู่บนเบาะข้างคนขับในรถกระบะคันสูงของเขา—ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนไอโขกไอแคก หน้าดำหน้าแดงไปหมด สมองที่เคยแล่นฉิวด้วยคำด่าทอนับร้อยแปดคำเมื่อสิบนาทีที่แล้ว พลันรวนเรราวกับระบบคอมพิวเตอร์โดนไวรัสเล่นงาน ให้ตายเถอะ! นี่มันสถานการณ์อะไรกันเนี่ย! จากตอนแรกที่ฉันตั้งใจจะมาเคลียร์ให้รู้เรื่อง เรื่องที่ว่าทำไมเขาถึงบังอาจส่งข้อความท้าทายประหนึ่งถือไพ่เหนือกว่าว่า *'รู้ความลับของเราสองคน'* มาตอนบ่าย... แต่ไหงตอนนี้ ฉันถึงได้มานั่งหายใจไม่ออกอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของอีตาเฮดว้ากหน้าดุกลุ่มนี้ได้ล่ะคะ! รถกระบะคันโตจอดสนิทอยู่บริเวณจุดชมวิวลับหลังมหาวิทยาลัย แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้าริมทางสาดส่องเข้ามาภายในห้องโดยสารพอให้เห็นเค้าโครงใบหน้าคมคายที่ดูจริงจังขึ้นเป็นกอง บรรยากาศเงียบสงบยามค่ำคืนราวกับเป็นใจให้คนฉวยโอกาสได้ทำอะไรตามอำเภอใจ "มองหน้าพี่แบบนี้... เริ่มคิดออกแล้วใช่ไหมล่ะครับ ว่าความลับที่ว่ามันคืออะไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับขยับตัวเข้าใกล้ฉันทีละนิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่เมนทอลอ่อนๆ ลอยแตะจมูกจนฉันต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ตะวันนะตะวัน! แกเคยปากเก่งใส่เขาไปตั้งเยอะ ทำไมเวลาโดนเอาคืนแบบนี้ถึงได้ทำตัวเป็นแมวหงُอไปซะล่ะวะ! "อะ... อะไรเล่า! ใครจะไปรู้ความลับอะไรของพี่ล่ะ! อย่ามาพูดจาชวนเข้าใจผิดนะเว้ย!" ฉันแกล้งทำเป็นโวยวายกลบเกลื่อน พยายามดันอกแกร่งที่โน้มเข้ามาให้ออกห่าง แต่ทว่า... มือหนาของเขากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของฉันไว้ได้อย่างง่ายดายด้วยมือเดียว ก่อนจะตรึงมันไว้กับเบาะนุ่ม กรี๊ด! นี่มันท่าทางในนิยายแจ่มใสชัดๆ! ผู้ชายบ้าอะไรทำไมแรงเยอะนักวะเนี่ย! "ปากดีจังนะเรา..." เหนือกระซิบชิดริมหูกw สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าฉันราวกับจะทะลุทะลวงเข้าไปในความคิด "ตอนกลางวันทำเป็นปากเก่งใส่... บอกว่าเราเป็น 'แค่รุ่นพี่' กันเฉยๆ งั้นเหรอ? หึ... งั้นคืนนี้พี่คงต้องทบทวนความจำให้ใหม่แล้วล่ะมั้ง ว่าไอ้สถานะ 'แค่รุ่นพี่' ที่น้องตะวันพูดถึงเนี่ย... มันจูบแล้วรู้สึกยังไง" สิ้นคำพูดนั้น ลมหายใจอุ่นๆ ก็เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ สมองฉันขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อราวกับโดนสาปให้เป็นหิน จูบเหรอ? เขาหมายถึงอะไร! หมายความว่าเขาจำได้งั้นเหรอว่าช่วงที่เราสลับร่างกัน... ฉันเผลอไปทำอะไรบ้าๆ บิ่นๆ ไว้บ้าง! "ดะ...เดี๋ยวๆๆๆ พี่เหนือ! ใจเย็นก่อนดิเฮ้ย! ผม... เอ้ย! ฉันไม่ได้หมายความว่า..." ฉันละล่ำละลักปฏิเสธ เสียงสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตากลมโตล่ำลั่กมองหาทางหนีทีไล่ แต่รอบตัวมีแต่กระจกรถที่ปิดสนิท "ไม่ทันแล้วล่ะครับเด็กดื้อ" เหนือหัวנסในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก สายตาพราวระยับมองริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกของฉันด้วยความเอ็นดูผสมความเจ้าเล่ห์ เขาไม่ได้รุกรานต่อทันทีตามที่ขู่ไว้ แต่กลับใช้ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากฉันแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาฉันสะท้านไปทั้งร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วท้องน้อยจนต้องเผลอเม้มปากแน่น ให้ตาย... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงอันตรายต่อหัวใจขนาดนี้วะเนี่ย! ปกติเห็นแต่โหมดโหดใส่เด็กปีหนึ่ง แต่วันนี้โหมดคลั่งรักปนเจ้าเล่ห์นี่มันมาจากไหนกัน! ฉันรับมือไม่ถูกแล้วนะ! "พี่... พี่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่..." สุดท้ายฉันก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ยอมจำนนด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาที่แทบจะกลืนหายไปกับความเงียบ ดวงตาเรียวรีมองเขาอย่างอ้อนวอนระคนตื่นตระหนก เหนือหยุดการเคลื่อนไหว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่จางหายไป เปลี่ยนเป็นสายตานิ่งลึกที่เต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มือหนายังคงกุมข้อมือฉันไว้หลวมๆ ไม่ยอมปล่อย "ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอเผลอเรียกฉันว่า 'ที่รัก' ในแชตอนusล่ะมั้ง..." เขาตอบเสียงนุ่ม แววตาทอประกายอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่งจนฉันใจกระตุก "คิดว่าเนียนมากรึไง? คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนเดิม..." "..." ฉันอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก สมบัติต่างๆ ที่อุตส่าห์ปิดบังมานาน พังทลายลงในพริบตาเดียว! "แล้วก็..." เหนอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเราเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนรับรู้ถึงความร้อนรุ่มที่ก่อตัวขึ้นในบรรยากาศ "เรื่องที่เธอบอกว่าเกลียดฉันนักหนาเนี่ย... จริงรึเปล่าหึ?" คำถามนั้นทำให้ฉันนิ่งงัดไปชั่วขณะ เกลียดเหรอ? ถ้าพูดตามตรง... ตอนแรกก็คงใช่ หมอนี่ทั้งกวนประสาท เอาแต่ใจ และชอบแกล้งให้ฉันประสาทเสียอยู่เรื่อย แต่พอเวลาผ่านไป ได้เรียนรู้ ได้เห็นมุมที่เขาแอบใส่ใจ คอยช่วยเหลือโดยไม่พูด ออกตัวปกป้องเวลาฉันโดนหาเรื่อง... ความรู้สึกเหล่านั้นมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิดอย่างไม่รู้ตัว แต่จะให้บอกออกไปตรงๆ ว่า *'ไม่ได้เกลียดแถมยังใจเต้นทุกครั้งที่อยู่ใกล้'* น่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ! ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย (ที่ตอนนี้วิญญาณเป็นผู้หญิง) มันค้ำคออยู่โวย! "ถ้าบอกว่าเกลียด... พี่จะปล่อยผมลงจากรถตอนนี้เลยไหมล่ะ!" ฉันเชิดหน้าขึ้นพยายามงัดเอาความมั่นใจเฮือกสุดท้ายออกมาสู้ แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูแล้วก็ตาม "เสียใจด้วยนะ..." เหนือยิ้มกริ่ม ดวงตาคู่คมเป็นประกายวิบวับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าเบ็ดเสร็จ "ต่อให้เธอเกลียดฉันแค่ไหน... คืนนี้ก็ไม่มีวันได้ลงจากรถคันนี้ จนกว่าเราจะเคลียร์เรื่อง 'สถานะ' ระหว่างเราให้จบ" พูดจบ นิ้วเรียวของเขาก็กดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่คอนโซลรถขึ้นมา หน้าจอแสดงผลแชทสีเขียวที่กำลังเปิดค้างไว้ เป็นข้อความร่างยาวเหยียดที่ยังไม่ได้กดส่ง ซึ่งพอก้มมองดีๆ ถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นั่นมันข้อความสารภาพความในใจที่ฉันเคยพิมพ์ค้างไว้ในเครื่องตัวเองนี่หว่า! ทำไมมันถึงมาโผล่อยู่ในมือเขาได้! "พะ... พี่เหนือ! เอาคืนมานะ! นั่นมันของผม!" ฉันกรีดร้องเสียงหลง พยายามจะพุ่งตัวไปแย่งโทรศัพท์มือถือคืน แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะยอม มือข้างหนึ่งที่ว่างรวบเอวฉันเข้ามาแนบชิดลำตัวอย่างง่ายดาย จนแผ่นหลังแนบติดกับอกแกร่ง เหนือชูโทรศัพท์ขึ้นสูงพ้นมือฉัน พร้อมกับก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาสติฉันกระเจิงไปไกลแสนไกล "อยากได้คืนเหรอ? งั้นก็ลองตอบคำถามในแชทนี้ด้วยปากตัวเองดูสิ... ว่าตกลงแล้ว ยัยตัวดีของพี่... จะยอมเป็นแฟนกับเฮดว้ากคนนี้ดีๆ หรือจะให้พี่บังคับด้วยวิธีอื่น... หื้ม?" หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบเผยให้เห็นข้อความบรรทัดสุดท้ายที่พิมพ์ค้างไว้... *(ข้อความ: "เออ! ชอบก็ชอบวะ รำคาญสายตาอบอุ่นของพี่เต็มทีแล้ว!")* ตาย... ตะวันคนนี้อยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยตอนนี้! ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะของพี่เหนือและน้องตะวันในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%