"บอกแล้วไงคะว่าร่มคันนี้มีเจ้าของแล้ว และบังเอิญว่าเจ้าของเขากำลังเดินมาทางนี้พอดีด้วย... หลบหน่อยค่ะ เกะกะทางเดินคณะชาวบ้านเขา"
เสียงห้าวติดจะหงุดหงิดที่ลอยมาปะทะโสตประสาท ทำให้ฉัน—เอ๊ย ตะวันคนแมนคนนี้ (ที่ตอนนี้ดันติดอยู่ในร่างบางๆ ของยัยตัวดี) ต้องรีบหันขวับไปมองทันที
ให้ตายเถอะ... พ่อรูปหล่อคณะบริหารปีสาม หน้าตาคมเข้มที่ยืนถือดอกกุหลาบสีแดงแจ๋อยู่ตรงหน้าฉันเมื่อกี้ หน้าเสียไปถนัดตา เมื่อจู่ๆ ร่างสูงใหญ่ของ 'เหนือ' เฮดว้ากหน้าดุเจ้าของฉายาเตาผิงเคลื่อนที่ ก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราสองคนด้วยความเร็วแสง ใบหน้าหล่อเหลานั้นบึ้งตึงยิ่งกว่าตอนเช็คชื่อเชียร์ปีหนึ่งเสียอีก ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้ชายตรงหน้าด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งจนมดแดงแถวๆ นั้นแทบจะวงแตก
"เอ่อ... คือผมแค่อยากจะทำความรู้จัก..." รุ่นพี่บริหารคนนั้นพยายามจะอธิบายเสียงสั่น
"ไม่ต้องรู้จักหรอกค่ะ แฟนเขาดุ หวง และกินดุมากด้วย หลบไปค่ะพี่ เกะกะสายตา"
เหนือสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนอีกฝ่ายหน้าซีดยือก ถอยกรูดหนีไปแทบไม่ทัน ฉันที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ ได้แต่อ้าปากค้าง มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งประกาศตัวเป็นเจ้าของฉันอย่างไร้ยางอาย เมื่อกี้เขาพูดว่าอะไรนะ... แฟนเหรอ? ใครเป็นแฟนตานี่กัน!
"นี่นาย! จะบ้าหรือไงไปบอกคนอื่นแบบนั้น!" พอรุ่นพี่คนนั้นเดินลับตาไป ฉันก็รีบแหวใส่ทันที พร้อมกับยื่นมือไปหมายจะผลقไหล่หนานั้นแรงๆ ข้อหามาพูดจาพล่อยๆ ให้คนอื่นเข้าใจผิด
แต่มีหรือที่คนอย่างเหนือจะสะเทือน เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้แน่นแล้วดึงเข้าไปประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูกจนฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่นั้นไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันเต็มไปด้วยความคุุกรุ่นบางอย่างที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันกระตุกวูบ
"แล้วเมื่อกี้มันอะไรคะ ยืนยิ้มรับดอกไม้จากไอ้หน้าอ่อนนั่นตั้งนานสองนาน สนุกมากเหรอที่เห็นผู้ชายมารุมล้อมเนี่ยหื้ม?" เหนือกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันอย่างคนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์
"ก็... ก็เขาแค่มารy... มารยาทดี เขาเอาดอกไม้มาให้ฉันก็รับไว้ตามมารยาทไหมเล่า!" ฉันเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่หลบสายตาดุๆ คู่นั้นแทบไม่ทัน แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แบบไม่ต้องเดาเลยว่าตอนนี้มันคงแดงแจ๋ยิ่งกว่าลูกมะเขือเทศสุกแน่ๆ
"มารยาทเหรอคะ? งั้นทีหลังถ้าใครเอาอะไรมาให้อีก บอกมันไปเลยนะว่าผัวชื่อเหนือ หวงมาก และโหดมากด้วย ใครกล้าเข้าใกล้อีกรอบพ่อจะจับจูบประจานหน้าคณะมันซะเลย!"
"ไอ้... ไอ้คนบ้า!" ฉันดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนที่เหมือนคีมเหล็กของเขา พยายามผลักอกกว้างออกไปให้ห่างจากระยะอันตราย แต่ยิ่งดิ้น เขากยิ่งกระชับกอดแน่นขึ้นแถมยังก้มลงมางصกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่เปลี่ยนโหมดเร็วยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสี
"ปากเก่งจังนะคะวันนี้... อยากลองโดนจูบประจานตรงนี้จริงๆ ใช่ไหม ถึงได้ยั่วเก่งนัก"
"ใครยั่ว! นายต่างหากที่หาเรื่อง!" ฉันโวยวายหน้าตาตื่น รีบยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้ทันทีเมื่อเห็นสายตาพราวระยับของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาอย่างเจ้าเล่ห์ บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะร้อนขึ้นมาดื้อๆ ทั้งที่ตอนนี้ลมหนาวพัดโชยมาแท้ๆ
[แชตกลุ่ม: หน่วยสืบราชการลับ (3)]
จอมทัพ: @เหนือ เฮ้ยไอ้คุณชาย บริเวณลานเกียร์ตอนนี้รังสีอำมหิตมึงแผ่ซ่านจนปีหนึ่งกูไม่กล้าหายใจแล้วโว้ย
จอมทัพ: @ตะวัน ไหวไหมวะเพื่อนรัก หรือให้กูเอาน้ำมนต์ไปสาดไล่ความฮوتของไอ้เหนือมันดี 55555
เหนือ: เสือก.
ตะวัน: ไอ้ทัพ! มึงช่วยเพื่อนด้วย เหนือมันบ้าไปแล้ว มากอดฉันกลางคณะทำไมเนี่ย!
เหนือ: ก็คนมันหวง... ใครใช้ให้เมียเด็กแถวนี้เสน่ห์แรงจนผู้ชายมารุมตอมล่ะคะ หึ
ฉันก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ที่เด้งรัวเป็นชุดพลางเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไอ้อาการหน้าร้อนแปลกๆ นี่มันคืออะไรกัน ทำไมช่วงนี้ฉันถึงแพ้สายตากับคำพูดหยอดๆ ของไอ้เฮดว้ากหน้ามึนคนนี้บ่อยจังวะ หรือว่าระบบสลับร่างมันจะทำเคมีในสมองฉันรวนไปหมดแล้วจริงๆ
"เหม่ออะไรอีกแล้วคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง พร้อมกับความรู้สึกอุ่นวาบที่ฝ่ามือหนาเอื้อมมาฉวยมือฉันไปกุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเขาทำให้ฉันสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดออกอย่างเคย เหนือเลิกคิ้วมองฉันด้วยสายตาที่อ่อนแสงลง รอยยิ้มมุมปากที่มักจะใช้กวนประสาทหายไป เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ทำเอาคนมองหายใจไม่ทั่วท้อง
"เปล่า... ปล่อยมือได้แล้วคนมองกันเต็ม" ฉันพึมพำเสียงเบา หลบตาลงมองพื้นเพื่อซ่อนความประหม่า
"ไม่ปล่อยค่ะ... จับไว้แบบนี้แหละ จะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ" เหนือกระชับมือให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะพาฉันเดินเลี่ยงออกจากจุดผู้คนพลุกพล่านมุ่งหน้าไปทางหลังคณะวิศวะ
ระหว่างทางที่เดินเคียงคู่กันไป เสียงแซวจากพวกไอ้จอมทัพและเพื่อนๆ ในคณะที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ดังแว่วมาให้ได้ยินเป็นระยะ แต่แปลกที่ครั้งนี้ฉันกลับไม่ได้รู้สึกอยากจะวิ่งเข้าไปแยกเขี้ยวใส่เหมือนทุกที หัวใจดวงเดิมกลับเต้นเป็นจังหวะแปลกๆ ที่ควบคุมไม่ได้ ยิ่งคิดถึงคำพูดและสายตาหวงก้างเมื่อครู่ของเหนือ แก้มสองข้างก็ยิ่งร้อนฉ่าจนแทบจะระเบิด
แต่ทว่า... ความเงียบสงบและบรรยากาศสีชมพูจางๆ ระหว่างเรากลับต้องสะดุดกึกลงทันที เมื่อเสียงแจ้งเตือนข้อความจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของเหนือดังขึ้น
*ติ๊ง!*
เหนือหยุดเดินกะทันหัน เขาหยิบมือถือขึ้นมาดูด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่กวาดสายตาอ่านข้อความบนหน้าจอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันที ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาและดุดันที่เพิ่งจางหายไปกลับพุ่งทะยานขึ้นมาใหม่อย่างน่ากลัว
ฉันชะงักฝีเท้าตาม มองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของคนข้างตัวด้วยความสงสัย "ใครส่งอะไรมาเหรอ หน้าตาเครียดเชียว"
เหนือเงียบไปอึดใจใหญ่ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาฉัน แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ฉันไม่อาจคาดเดาได้ ก่อนที่เขาจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่สว่างวาบมาตรงหน้าฉัน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายฉันเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
"คนที่คุณบอกว่า 'แค่รุ่นพี่' เมื่อตอนบ่าย... เขานัดเจอคุณคืนนี้ที่เดิม... และดูท่าทางเขาจะรู้ความลับอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเราสองคนเข้าแล้วล่ะค่ะ ตะวัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและคอยซัพพอร์ตสมุดบันทึกสีน้ำตาลเล่มนี้เสมอนะคะ
ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก•ตอนที่ 16
คนขี้หึงเริ่มออกลาย
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!