ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก•ตอนที่ 15

ปิกนิกวุ่นวายสไตล์คู่กัด

ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
"ปล่อยนะพี่เหนือ! ดึงมาขนาดนี้ กระดูกข้อมือฉันจะหลุดติดมือพี่ไปอยู่แล้วนะ!" ฉันโวยวายเสียงดังลั่นฟุตพาธ ยื้อยุดฉุดกระชากข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมือหนาที่ร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ หลังจากที่เขาŴลากฉันพ้นออกมาจากรัศมีของข้อความเจ้าปัญหาบนหน้าจอนั้นได้สำเร็จ ใบหน้าคมคายของเฮดว้ากหน้าดุบึ้งตึงจนแทบจะเป็นก้อนหินอยู่แล้ว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยอารมณ์บางอย่างที่ฉันเดาไม่ออก—โกรธ? หึง? หรือกำลังรำคาญใจกันแน่? แต่ให้ตายเถอะ... นี่มันกลางสวนสาธารณะนะ แล้วไหนจะ 'เจ้ากะทิ' หมาไทยหลังอานหน้าตาดื้อรั้นตัวแสบที่ฉันจูงสายจูงอยู่ล่ะ มันนั่งแปะลงกับพื้น หาวหวอดใหญ่ด้วยความเบื่อหน่ายราวกับจะบอกว่า *'มนุษย์พวกนี้เรื่องเยอะจริงโว้ย ข้าอยากไปวิ่งเล่นแล้ว'* "หยุดบ่นสักนาทีได้ไหมตะวัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวเหยียดแล้วยอมปล่อยข้อมือฉันเป็นอิสระ แต่สายตายังคงมองมาด้วยความคาดโทษ "ดื้อไม่เข้าเรื่อง อ่านข้อความบ้าอะไรถึงทำหน้าเหมือนเจอผีขนาดนั้น ส่งโทรศัพท์มานี่" "ยุ่งน่า! มันเรื่องส่วนตัวของฉัน พี่มีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ส่งโทรศัพท์ให้หะ?" ฉันถอยหลังกรูด เอามือซุกมือถือเครื่องน้อยไว้ข้างหลังทันที พร้อมกับทำตาขวางใส่เขาอย่างเอาเรื่อง ถึงในใจจะเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกก็เถอะ ก็ไอ้ข้อความบ้าๆ เมื่อกี้มัน... ให้ตายสิ ฉันยังตั้งสติไม่ได้เลยนะ! พี่เหนือไม่ตอบ เขาแค่น่นเสียงในลำคอ "หึ" ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างรวดเร็วด้วยความสูงที่ได้เปรียบ จนฉันต้องเงยหน้ามองแทบหงายหลัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการเดินเล่นทำให้ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ไม่มีสิทธิ์เหรอ... งั้นสถานะไหนถึงจะมีสิทธิ์ล่ะ หืม?" คุณพระคุณเจ้าช่วย! อยู่ๆ เขาก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกเราแทบจะชนกัน แววตาดุดันเมื่อกี้หายวับไปกับตา กลายร่างเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่กำลังจ้องจะขย้ำเหยื่อในกรงเล็บ ฉันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ สมองประมวลผลช้าลงไปสามวิฯ ปากที่เคยเถียงเก่งกลับเม้มเข้าหากันแน่นจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนแข็งทื่อเป็นหินทาสี "อะแฮ่ม! โฮ่งๆๆ!" เสียงกระแอมกระไอปลอมๆ ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงเหủaเตือนสติจากเจ้ากะทิที่ลุกขึ้นยืนแล้วเอาหัวมาดันขาฉันเบรกความมึนงง ฉันสะดุ้งสุดตัว ผลักอกแกร่งของพี่เหนือออกห่างทันที ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู "ไอ้... ไอ้พี่เหนือคนฉวยโอกาส! ใครเขาจะไปยอมรับสถานะอะไรกับพี่เล่า หน้าตาก็เฮงซวย ขี้เก๊กแถมยังชอบบังคับ!" ฉันแหวใส่กลบเกลื่อนความเขินที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ พี่เหนือหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เขายื่นมือมาขยี้ผมฉันจนยุ่งเหยิงไปหมด "ปากเก่งจริงนะตัวแค่นี้ ระวังเถอะ... จะโดนทำโทษจนไม่ได้ลุกจากเตียง" "ทะลึ่ง!" ฉันฟาดเพี้ยะเข้าที่แขนเขาเต็มแรง แต่เจ้าตัวกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังก้มลงไปมองเจ้ากะทิที่กำลังกระดิกหางดุ๊กดิ๊กเพราะเริ่มสนใจสภาพแวดล้อมรอบตัว บรรยากาศยามเย็นของสวนสาธารณะใจกลางเมืองเริ่มร่มรื่น ลมพัดโชยอ่อนๆ กลิ่นหญ้าและดินหลังฝนตกจางๆ ลอยมาแตะจมูก ผู้คนเริ่มบางตาลงเหลือเพียงพวกที่มาวิ่งออกกำลังกายและจูงน้องหมาเดินเล่น เจ้ากะทิที่หลุดพ้นจากความตึงเครียดของมนุษย์ก็เริ่มออกวิ่งนำลิ่วดึงสายจูงจนฉันเกือบหัวคะมำ "เฮ้ย! กะทิ เบาๆ ลูก! เดี๋ยวฉันปลิวตามแกไปนะเว้ย!" ฉันร้องลั่น รีบสาวเท้าวิ่งตามเจ้าหมาตัวแสบที่พุ่งเป้าไปทางสนามหญ้ากว้างที่มีกองใบไม้ร่วงกองใหญ่ "วิ่งเป็นเด็กๆ ไปได้ ระวังสะดุดล้มหัวทิ่มดินอีกนะตะวัน" เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังมาพร้อมกับขายาวๆ ที่ก้าวตามมาติดๆ ไม่ยอมปล่อยให้ฉันคลาดสายตาเลยสักนิด *ฮึ่ย! คนบ้าอะไร ปากเสียแต่ก็ตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย* ฉันคิดในใจพลางอมยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างประหลาด ท่ามกลางแสงแดดสีส้มอ่อนที่กำลังจะลับขอบฟ้า ภาพของพี่เหนือที่เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงตามหลังฉันกับเจ้ากะทิ มันช่างเป็นภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือน... ครอบครัว? *บ้าไปแล้วฉัน คิดอะไรเนี่ย!* "หยุดเดินทำไม ระวัง!" เสียงทุ้มตะโกนลั่นพร้อมกับแรงกระชากที่เอวของฉันอย่างกะทันหัน ร่างของฉันเซถลาถอยหลังเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาเต็มแรง กลิ่นตัวหอมสะอาดลอยเข้าจมูกในระยะประชิด หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกใจ ทว่า... ยังไม่ทันได้อ้าปากต่อว่า ดวงตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ตรงพุ่มไม้ข้างทาง ห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ไม่ถึงสองเมตร มีแมวเปอร์เซียสีขาวสะอาดตัวหนึ่งกำลังติดอยู่บนกิ่งไม้สูง มันส่งเสียงร้อง "เหมียว..." แผ่วเบาด้วยความหวาดกลัว ขาสั่นพับๆ ทำท่าจะร่วงลงมาได้ทุกเมื่อ "อ๊ะ! น้องแมว..." ฉันอุทานออกมาด้วยความสงสาร ลืมตัวหันไปคว้าแขนพี่เหนือเขย่าแรงๆ "พี่เหนือ! น้องแมวติดอยู่บนต้นไม้อ่ะ ช่วยมันหน่อยเร็ωσ!" พี่เหนือมองตามนิ้วฉันไป ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ฉันไม่ใช่หน่วยกู้ภัยนะตะวัน ทำไมชอบหาเรื่องให้ฉันเหนื่อยอยู่เรื่อยเลยวะ" "โหนא... นะคะพี่เหนือนะ คนหล่อใจดีอย่างพี่ต้องทำได้อยู่แล้วแหละ!" ฉันงัดไม้ตายส่งยิ้มหวานหยดและกะพริบตาปริบๆ ใส่เขาแบบที่รู้ว่ายังไงเขาก็แพ้ทาง เฮดว้ากหน้านิ่งกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างจำยอม "เออๆ รู้ว่าแพ้สายตาแบบนี้ตลอดแหละ" พูดจบ เขาก็ถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีนตัวเก่งส่งมาให้ฉันถือไว้ เดินตรงไปยังต้นไม้ต้นนั้นแล้วปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับลิงในชั่วพริบตา ท่ามกลางเสียงเชียร์แปะๆ ของฉันและเสียงเหủaสนับสนุนของเจ้ากะทิที่นั่งกระดิกหางรออยู่ข้างล่าง ภาพเหตุการณ์น่ารักๆ ยามเย็น ความวุ่นวายที่มักจะมีเขาเข้ามาเอี่ยวด้วยเสมอ และรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของคนตัวโตบนต้นไม้ ทำให้ไดอารีในใจของฉันวันนี้ถูกเขียนเติมเต็มด้วยความรู้สึกฟีลกู๊ดแบบบรรยายไม่ถูก แต่ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่กับเราได้ไม่นานนักหรอก ในขณะที่พี่เหนือกำลังเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าแมวขาวลงมา เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาที่ฉันถืออยู่ก็ดัง "ติ๊ง!" ขึ้นท่ามกลางความเงียบ ฉันก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ... แต่ทว่า แค่เพียงสายตาปะทะเข้ากับชื่อผู้ส่งและข้อความสั้นๆ บรรทัดนั้น รอยยิ้มทั้งหมดบนใบหน้าของฉันก็แข็งค้างทันที ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัดจนชาไปทั้งร่าง! *ชื่อบนหน้าจอ: "พราว" - ข้อความ: "พี่เหนือคะ... พราวกำลังรออยู่ที่คอนโดนะคะ รีบกลับมาหาพราวนะคะ คนสำคัญ"* สมุดบันทึกสีน้ำตาล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปกับความป่วนของเจ้ากะทิและคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%