"เอ้า! สรุปยังไงวะไอ้เหนือ มึงจะจีบหรือจะแค่แกล้งเด็กมันเล่นๆ หน้าแดงซะขนาดนั้น หูมึงนี่แดงแจ๋ยิ่งกว่ากุ้งต้มอีกนะเว้ย ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงหัวهโครมครามของจอมทัพดังลั่นโรงอาหารคณะวิศวกรรมศาสตร์ เรียกสายตาจากนักศึกษาหลายสิบชีวิตให้หันมามองเป็นตาเดียว ตะวันถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน สลับมองหน้าพระเอกหนุ่มขี้เก๊กที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเหมือนอยากจะกระโดดออกไปถีบเพื่อนสนิทตัวเองลงตึกชั้นสองให้รู้แล้วรู้รอด เส้นเลือดที่ขมับของเหนือปูดโปนจนน่ากลัว สันจคมกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน
"ปากมึงนี่นะไอ้ทัพ ถ้าไม่อยากฟันร่วงก่อนเรียนจบ ก็หุบปากแล้วไสหัวไปไกลๆ ซะ!" เหนือตวาดเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตาดุดันส่งรังสีอำมหิตใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่ยังคงลอยหน้าลอยตาหัวเราะชอบใจไม่เลิก
"อุ้ย! กลัวแล้วจ้า ท่านเฮดว้ากสุดโหด แต่เอ๊ะ... เมื่อกี้ใครนะที่บอกว่า *'กูก็จีบของกูมาตั้งนานแล้ว มึงจะเสือกอะไรด้วย'* หูย คำนี้มันทัชใจพี่ว้ากมากเลยค่ะน้องตะวัน ข้าวในจานนี่หวานเจี๊ยบจนไม่ต้องเติมน้ำตาลเลยมั้งเนี่ย" จอมทัพยังคงทำหน้าที่ตัวชงเบอร์หนึ่งได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวอำนาจมืดของเพื่อนรักเลยสักนิด แถมยังทำท่าบิดตัวไปมาเลียนแบบอาการเขินอาย เรียกเสียงแซวฮือฮาจากแก๊งเพื่อนร่วมโต๊ะได้อีกระลอกใหญ่
ตะวันรู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาอัดแน่นอยู่ที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว ร่างโปร่งบางนั่งตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไอ้อาการใจสั่นแบบนี้มันคืออะไรวะเนี่ย! ปกติเขาต้องลุกขึ้นมาโวยวายใส่ไอ้พี่ว้ากหน้ามึนตึ๊บคนนี้สิ ทำไมตอนนี้ถึงได้ใบ้กินจนพูดไม่ออกแบบนี้ล่ะ
"นี่พี่..." ตะวันเม้มปากแน่น พยายามเฟ้นหาเสียงตัวเองที่หายไปในลำคอ "พี่พูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย! ใครให้มาบอกอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนเยอะแยะเล่า!"
เหนือหันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่นั่งหน้าแดงแจ๋ไม่แพ้หูของเขาเอง ดวงตาดุคู่นั้นทอประกายบางอย่างที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ข้างในจนล้นปรี่
"แล้วทำไมล่ะ?" เหนือเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แต่ดังพอที่จะทำให้รอบโต๊ะตกอยู่ในความเงียบกริบ ท่ามกลางเสียงจอแจของโรงอาหาร "กูพูดความจริง ผิดตรงไหน?"
"ก็... ก็..." ตะวันอึกอัก หลบสายตาคมกรามที่จ้องตรงมา มือเรียวบีบเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ "ใครใช้ให้มาบอกความจริงแบบนี้เล่า มัน... มันน่าอายจะตายไป!"
"อายอะไรวะ กูจีบเด็กวิศวะปีสองชื่อตะวัน หน้าตาอาจจะดูโวยวายไปหน่อย ปากจัดเป็นเลิศ แต่เวลาเขินแล้วน่ารักจนใจเจ็บ... กูพูดผิดตรงไหน?"
ให้ตายเถอะ! นี่มันไม่ใช่การสารภาพรักธรรมดาแล้ว แต่มันคือการฆาตกรรมคนฟังทางอ้อมชัดๆ! ตะวันรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดออกจากร่าง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับโดนไฟลวก หูอื้อตาลายจนแทบจะจำชื่อตัวเองไม่ได้ เสียงแซวโห่ฮาของเพื่อนๆ รอบโต๊ะดังอื้ออึงอยู่ในโสตประสาท แต่เขากลับไม่ได้ยินอะไรเลยนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวเป็นกลองเพล
"ไอ้... ไอ้พี่เหนือ! บ้าที่สุด!" ตะวันทุบโต๊ะปังหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ระคนเขินอาย ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหมายจะวิ่งหนีจากสถานการณ์ชวนละลายนี้ให้พ้นๆ
แต่มีหรือที่คนอย่างเหนือจะปล่อยให้เหยื่อ... เอ๊ย คนพิเศษ หลุดมือไปง่ายๆ
หมับ!
มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือเรียวไว้ได้ทันก่อนที่ตะวันจะก้าวเท้าหนี แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้ร่างโปร่งเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวโตกว่าโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนตะวันต้องสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
"จะรีบไปไหนล่ะครับ หืม?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ข้างใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกซู่ "ยังเคลียร์กันไม่รู้เรื่องเลยนะ"
"ปล่อยนะเว้ย! ใครจะเคลียร์กับพี่เล่า ปล่อยดิ!" ตะวันโวยวายกลบเกลื่อน พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงช้างสารของเฮดว้ากหนุ่มนี่มันระดับสิบเต็มสิบ ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเหมือนเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมกอดเขาเข้าไปใหญ่
"ไม่ปล่อย จนกว่าจะได้ยินคำตอบ" เหนือกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด สายตาคมกรามมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังฉายแววตื่นตระหนก "ที่กูพูดไปเมื่อกี้... ตะวันได้ยินชัดเจนดีใช่ไหม?"
"ชัดบ้าอะไรเล่า หูหนวกอยู่!" ตะวันเถียงคอเป็นเอ็น ทั้งที่แก้มแดงปลั่งลามไปถึงใบหู
"งั้นแปลว่าต้องพูดให้ฟังใกล้ๆ อีกรอบสินะ..." เหนโน้มใบหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจสั่นสะท้าน บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงรอบข้างที่เคยจอแจราวกับเงียบหายไปในพริบตา
"ระ... ถอยไปเลยนะไอ้พี่บ้า!" ตะวันหลับตาปี๋ด้วยความทำอะไรไม่ถูก มือบางดันอกแกร่งไว้สุดแรงเกิด
"ไม่ถอย..." น้ำเสียงของเหนือเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงอย่างประหลาด ความอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากแววตาที่จ้องมองคนตรงหน้า "เพราะกูตั้งใจจะจีบมึงจริงๆ... เป็นแฟนกับพี่นะ, ตะวัน"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
ตะวันเบิกตากว้างขึ้นช้าๆ มองใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความจริงจังไร้ซึ่งเงาของความกวนประสาทอย่างที่เคยเป็น หัวใจเจ้ากรรมหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเต้นโครมครามหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน
จอมทัพที่นั่งลุ้นอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นหายใจ ลุ้นจนตัวโก่งยิ่งกว่าตอนลุ้นผลสอบไฟนอล
ในเสี้ยววินาทีที่ตะวันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบที่ติดอยู่ริมฝีปาก...
"อ้าว! น้องเหนือคะ! อยู่นี่เองเหรอคะ? พี่ตามหาซะทั่วเลย!"
เสียงหวานใสที่ไม่ได้รับเชิญดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศสีชมพู พร้อมกับร่างระหงของดาวคณะบริหารปีสามที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเหนืออย่างรวดเร็ว มือเรียวยาวเอื้อมมาจับแขนแกร่งไว้โดยไม่สนิทสนมอะไรเลยสักนิด
เหนือขมวดคิ้วมุ่นทันที สีหน้ากลับมาดุดันและหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งอย่างเห็นได้ชัดในพริบตา
และในจังหวะที่เหนือสะบัดแขนออกเพื่อถอยห่างจากหญิงสาวผู้มาใหม่นั้นเอง... โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของตะวันก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับหน้าจอแจ้งเตือนข้อความแชตจากใครบางคนที่ถูกส่งเข้ามาขัดจังหวะชีวิตพอดีเป๊ะ!
"สมุดบันทึกสีน้ำตาล" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความรักของเจ้าเด็กปากแข็งกับพี่ว้ากขี้เก๊กมาจนถึงตอนนี้ค่ะ
ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก•ตอนที่ 28
จากคู่กัดสู่สถานะคนพิเศษ
ผลงานโดย สมุดบันทึกสีน้ำตาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สมุดบันทึกสีน้ำตาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสลับร่างยัยตัวดีกับพี่ว้ากขี้เก๊ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!