กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วกลางที่ลอยอลวนอยู่ในห้องประชุมชั่วคราวหน้าไซต์งาน ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... มันยิ่งเดือดพล่านขึ้นไปอีก เมื่อถ้วยกระดาษสีน้ำตาลอ่อนใบนั้นถูกเลื่อนมาหยุดตรงหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้กำลังขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด
ธันวาปรายตามองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เปื้อนรอยยิ้มกวนประสาทของวิศวกรหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบฉายแววระแวดระวังอย่างเห็นได้ชัด หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อวานที่เรย์ก้าวเข้ามาปกป้องเขาจากพวกผู้รับเหมาจอมเกเร หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ และตอนนี้... ตาบ้านี่ยังจะมาทำตัวเป็นสจ๊วตจำเป็นเสิร์ฟกาแฟให้อีก
"อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นเลยครับคุณสถาปนิก กาแฟแก้วนี้ผมชงเองกับมือ สูตรพิเศษเฉพาะตัว รับรองว่าตาสว่าง หายง่วงเป็นปลิดทิ้งแน่นอน" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเจ้าเล่ห์ แผ่นอกกว้างภายใต้เสื้อช็อปวิศวะขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ สายตาดุดันคู่นั้นพราวระยับอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เรียวปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันอย่างถือดี "สูตรพิเศษอะไรของคุณ? ใส่ความพิถีพิถันลงไปจนหมดหลอด หรือว่าแอบใส่อะไรแปลกปลอมเข้าไปเพื่อแกล้งผมกันแน่ วิศวกรอย่างคุณไว้ใจได้ที่ไหน"
"ถ้าไม่ลองชิมแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ หรือว่า... กลัว?" เรย์จงใจลากเสียงยาว ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างสูงใหญ่โน้มตัวเข้าหาโต๊ะทำงานชั่วคราว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนธันวาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นไอฝุ่นเหล็กและบุคลิกดิบเถื่อนแต่นุ่มลึกของอีกฝ่าย ทำเอาสถาปนิกคนเก่งหายใจไม่ทั่วท้อง
ธันวาขยับแว่นสายตา เลิกคิ้วขึ้นสูงเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่ตีรวนขึ้นมาในอก "คนอย่างธันวาไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น... โดยเฉพาะกาแฟแก้วกระจอกนี่"
พูดจบ มือเรียวบางก็คว้าแก้วกระดาษขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างไม่เกรงกลัว โดยมีสายตาพราวระยับของเรย์จ้องมองทุก1 การกระทำราวกับสัตว์ป่ากำลังรอดูเหยื่อติดกับดัก
อึก...
เพียงแค่จิบแรกที่สัมผัสลงบนปลายลิ้น ธันวาก็เบิกตากว้าง ร่างเพรียวชะงักค้างไปทันที ความหวานระดับน้ำเชื่อมพุ่งกระแทกต่อมรับรสจนแสบไส้ ไม่ใช่แค่หวานธรรมดาแต่มันคือความหวานชนิดที่เรียกว่าน้ำตาลเรียกพี่ ตัดกับรสขมปร่าของกาแฟได้อย่างน่าสยดสยองจนแทบสำลัก
"แครก! แครก!"
ธันวาสำลักพรวดออกมาแทบไม่ทัน ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโกรธปนความตกใจ ดวงตากลมโตตวัดมองคนตรงด้วยความแค้นเคือง "นี่คุณ! ใส่ไซรัปลงไปกี่ลิตรวะเนี่ย! กาแฟหรือน้ำเชื่อมเชื่อมปีนเขา!"
เรย์ระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องด้วยความสะใจ ร่างหนาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจเฉิบ นัยน์ตาสีเข้มมองอาการดิ้นพล่านของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดูที่ปิดไม่มิด "ฮ่าๆๆๆ หน้าคุณตอนนี้ตลกเป็นบ้าเลยธันวา บอกแล้วว่าสูตรพิเศษ คนปากจัดอย่างคุณต้องเจอความหวานตัดขาแบบนี้แหละ ถึงจะสงบปากสงบคำลงได้บ้าง"
"ไอ้... ไอ้บ้าเรย์! คุณแกล้งผม!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะความโกรธอย่างเดียว แต่เป็นเพราะความอับอายที่ดันหลุมพรางตื้นๆ ของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง ปลายลิ้นยังคงชาหนึบไปด้วยรสหวานจัดจนน่าหงุดหงิด
"ผมไม่ได้แกล้ง แค่เติมความหวานให้ชีวิตคุณต่างหาก ช่วงนี้คุณเครียดกับงานจนหน้าหงิกหน้างอเป็นตูดหม้อทอดมาหลายวันแล้วนะ เผื่อความหวานมันจะช่วยให้คุณใจดีกับผมขึ้นมาบ้าง" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงนั่งหายใจฮึดฮัดอยู่บนเก้าอี้ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มจนธันวาตัวแข็งทื่อ
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามจนดังสนั่นในโสตประสาท ธันวาช้อนตาขึ้นมองสบกับดวงตาคมกลาที่พราวระยับไปด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยความร้อนรุ่มแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพang
"ถ... ถอยไปนะ เรย์ คุณจะทำอะไร" ธันวาเอ่ยเสียงสั่น พยายามดันอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่เรย์กลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม มือหนาข้างหนึ่งวางท้าวลงบนพนักแขนเก้าอี้ กักขังร่างเพรียวให้อยู่ในอาณัติอย่างสมบูรณ์
"ไม่ได้ทำอะไร แค่อยากพิสูจน์ว่า..." เรย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกคลี่ยิ้มร้ายกาจ สายตาคมกริบเลื่อนลงมองเรียวปากสีระเรื่อที่ยังคงเปื้อนคราบความหวานจากกาแฟ "ปากจัดๆ ของคุณเนี่ย... มันจะหวานเหมือนกาแฟแก้วเมื่อกี้หรือเปล่า"
ธันวาลืมหายใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกและแรงดึงดูดมหาศาลกำลังดึงเขาร่วงหล่นลงไปในหลุมพรางที่วิศวกรหนุ่มขุดล่อไว้ด้วยความเต็มใจ
ทว่า... ก่อนที่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่จะลดลงจนเหลือศูนย์ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน
"คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ! ฝั่งผู้รับเหมาหลักเบี้ยวไม่ยอมส่งวัสดุตามกำหนด แถมตอนนี้หน้างานเกิดปัญหาระบบท่อประปารั่วซึมครั้งใหญ่ น้ำทะลักเข้าพื้นที่โซน A แล้วค่ะ!"
เสียงหอบเหนื่อยของพิม ผู้จัดการโปรเจกต์สาวที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อดวงตาของเธอปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า—วิศวกรหนุ่มร่างยักษ์กำลังคร่อมกักตัวสถาปนิกคนเก่งไว้บนเก้าอี้ด้วยท่าทางที่หมิ่นเหม่ต่อศีลธรรมอันดีงามในเวลาทำงาน
พิมอ้าปากค้าง กะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลไม่ทันกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เรย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ผละตัวถอยหลังออกห่างจากธันวาอย่างเสียดาย นัยน์ตาดุดันตวัดมองผู้จัดการสาวด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ขณะที่ธันวารีบกระเด้งตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความกระอักกระอ่วน
"ว่าไงนะ..." ธันวาพยายามปรับเสียงให้เป็นปกติที่สุด กลืนก้อนความเขินอายลงคอ แล้วก้าวฉับๆ ไปคว้าแปลนพิมพ์เขียวบนโต๊ะ "นวดหน้างานตอนนี้เลยใช่ไหม? ไป!"
เรย์มองแผ่นหลังบางที่เดินนำลิ่วออกไปอย่างเร่งรีบ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
เกมนี้... ดูท่าทางจะเพิ่งเริ่มต้นความสนุกจริงๆ เสียแล้ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความหวานซึ้งและปั่นป่วนหัวใจในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 5
กาแฟกับความวุ่นวาย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!