สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 4

คำนิยามของมืออาชีพ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าคุณจะเอาพื้นที่ตรงนี้ไปยัดตู้บิวท์อินทึบตันเพื่อซ่อนท่อแอร์ทุเรศๆ นั่น ทิ้งกุญแจรีโมตแล้วเดินออกจากไซต์งานไปซะเถอะค่ะคุณวิศวกร เพราะมันกำลังทำลายสัดส่วนทองคำของห้องนี้จนย่อยยับ!” น้ำเสียงที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดผ่านความเงียบของห้องโถงกว้าง ธันวาไม่ได้แค่พูด แต่เขากำลังใช้ปลายดินสอในมือเคาะลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียวด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและเต็มไปด้วยโทสะ ร่างโปร่งในชุดสูทสไตล์สมาร์ทแคชชวลยืนกอดอก แววตาสีเข้มหลังกรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยเพลิงอารมณ์ที่พร้อมจะแผดเผาคนตรงหน้าให้เป็นจุล เรย์ไหวไหล่เบาๆ เขายังคงยืนพิงวงกบประตูหน้าต่างอลูมิเนียมด้วยท่าทางสบายๆ เกินเหตุ มือหนาสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนส์เซอร์ๆ เสื้อยืดสีดำสนิทแนบไปกับกล้ามเนื้อแกร่งตามวิถีคนงานหน้างานจริง ใบหน้าคมคายฉาบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเสียจนคนมองอยากจะคว้าค้อนปอนด์มาทุบให้รู้แล้วรู้รอด “ถ้าผมปล่อยให้คุณทำผนังโค้งเซาะร่องซ่อนไฟตามใจชอบโดยไม่สนว่าคานรับน้ำหนักตรงนั้นมันจะร้าวเมื่อไหร่ ห้องนี้ก็คงสวยหรูตระการตา... แต่พังลงมาทับหัวคนอยู่ตายคาโซฟาดีไซน์เนอร์ราคาหลักแสนของคุณล่ะมั้งครับคุณสถาปนิก” เรย์เน้นเสียงตรงคำว่า ‘ครับ’ อย่างจงใจ กวนประสาทจนธันวาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ “ความสวยงามคือสุนทรียศาสตร์ของมนุษย์ค่ะคุณเรย์! มันไม่ใช่เรื่องงมงายที่คุณจะเอาเหล็กเส้นตันๆ มาดามไว้กลางห้องรับแขกเหมือนคุกใต้ดินแบบนั้น!” “แต่มันคือความปลอดภัย สมองกลวงๆ ของคุณถึงไม่เคยคิดไงว่าตึกมันไม่ได้สร้างด้วยจินตนาการเพ้อเจ้อ” “นี่คุณว่าใครสมองกลวง!” ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ ความสูงของเขากับเรย์ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่แรงกดดันจากรัศมีอารมณ์ที่พุ่งพล่านทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น เรย์เลิกคิ้วสูง ไม่ได้ถอยหนีแม้แต่นصفก้าว กลับก้มหน้าลงมาเล็กน้อยจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายผสมกลิ่นฝุ่นปูนจางๆ และความสะอาดแบบผู้ชายเซอร์ๆ ลอยเข้าแตะจมูกธันวาจนหัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ “ก็คนที่กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงนี้นี่แหละครับ... สวยนะ แปลนเนี่ย สวยจนอยากจะเอาไปเช็ดโต๊ะกินข้าว” “คุณ! ไอ้...” “เอ่อ... ขอโทษนะคะคุณธันวา คุณเรย์” เสียงหวานๆ ของพิม ผู้จัดการโปรเจกต์สาวผู้แบกรับชะตากรรมของทีมดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางสงครามประสาท เธอถือแท็บเล็ตสั่นๆ ยืนระยะห่างอย่างปลอดภัย พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ “คือว่า... ข้างล่างมีแขกพิเศษมาค่ะ และคิดว่า... เขาคงไม่ได้มาดูวิวเฉยๆ แน่ๆ” ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากใบหน้ายียวนของวิศวกรหนุ่มสายคราฟต์ หันไปมองพิมด้วยความหงุดหงิด “ใคร? จะตรวจงานอะไรตอนนี้ บอกไปว่าไซต์ยังไม่เคลียร์” “ไม่ใช่คนของบริษัทตรวจรับค่ะ...” พิมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองข้ามไหล่ของทั้งคู่ไปยังทางเดินโถงลิฟต์ที่เปิดออก “แต่เป็น... ท่านประธานใหญ่ หรือถ้าพูดให้ถูกคือ... คุณพ่อของคุณธันวาเองค่ะ” ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องโถงที่กำลังคุกรุ่นด้วยอารมณ์ปะทะ บรรยากาศรอบตัวนิ่งงันไปในเสี้ยววินาที ธันวาชะงักกึก ร่างเพรียวที่กำลังยืนจังก้าหาเรื่องเมื่อครู่กลับแข็งทื่อราวกับถูกสาป แววตาดุดันและมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่สั่นไหววูบอย่างรวดเร็วก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องความเปราะบางภายใน ความกดดันที่ธันวาเกลียดชังที่สุดกำลังคืบคลานเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา ฝีเท้าหนักแน่นในรองเท้าหนังขัดมันก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูห้องโถง ชายวัยกลางคนในชุดสูทรasymetric cut เนี๊ยบกริบ เรือนผมสีดอกออกกระถูกจัดแต่งทรงไว้อย่างไร้ที่ติ ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบพิมพ์มากับธันวาปรากฏรอยยิ้มทรงอำนาจ รอยยิ้มที่ไม่ได้อบอุ่นแบบพ่อลูก แต่เป็นรอยยิ้มของนักธุรกิจผู้ประเมินทุกอย่างเป็นมูลค่าและผลกำไร “ตกแต่งได้น่าผิดหวังเหมือนเดิมนะ... ธันวา” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องมีใครเชื้อเชิญ สายตาคมกริบกวาดมองแปลนกระดาษและผนังปูนเปลือยที่ยังทำไม่เสร็จด้วยความดูแคลนระคนสมเพช “ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าสถาปัตยกรรมที่ดีไม่ใช่การเล่นสนุกกับรสนิยมฟุ่มเฟือย แต่มันคือการสร้างมูลค่าให้แก่ตารางเมตรทุกตารางนิ้ว แกยังทำโปรเจกต์นี้พังไม่พออีกหรือไง ถึงต้องมายืนเถียงกับวิศวกรโนเนมพวกนี้ไปวันๆ” ธันวากำมือแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ความรู้สึกคุ้นเคยสมัยเด็กที่เต็มไปด้วยความกดดันพรั่งพรูขึ้นมาจุกอก เขาอ้าปากจะโต้กลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนตามสไตล์คนปากจัด แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งจนเปล่งเสียงไม่ออก ก่อนที่ความกดดันนั้นจะกลืนกินธันวาไปมากกว่าเดิม มือหนาหยาบกร้านคู่หนึ่งก็ยื่นเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของเขาไว้แน่น แรงบีบอุ่นจัดที่ส่งผ่านมาไม่ได้เจือความอ่อนโยนแบบคนรัก แต่มันคือความมั่นคงหนักแน่นราวกับผาหินที่พร้อมจะชนกับทุกแรงพายุ เรย์ก้าวออกมายืนบังร่างโปร่งของสถาปนิกปากจัดเอาไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกราบกรานมองชายผู้ทรงอิทธิพลด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย “ขอโทษนะครับท่าน...” เรย์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรย์แต่ทรงพลัง ก้องกังวานไปทั่วห้องโถงโล่ง “พอดีว่างานที่ท่านเรียกว่า ‘พัง’ ชิ้นนี้... กำลังจะกลายเป็นโปรเจกต์ที่ทำกำไรมหาศาลที่สุดในย่านนี้ และถ้าท่านจะกรุณาให้เกียรติเจ้าของพื้นที่สักนิด... ช่วยกรุณาถอดรองเท้าก่อนเหยียบเข้ามาในเขตงานก่อสร้างของผมด้วยครับ เพราะต่อให้สูทราคาแพงแค่ไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีงานของพวกผม... แบบไร้มารยาท” ธันวาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองแผ่นหลังกว้างของวิศวกรหนุ่มที่ยืนหยัดปกป้องเขาอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ กลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ร้อนรุ่มและสั่นไหวอย่างรุนแรง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%