สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 3

ไซต์งานคือสนามรบ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
“ถ้าคุณยังคิดจะเซ็นรับรองแบบโครงสร้างพิลึกๆ นี่โดยไม่ดูหน้างานจริง ฉันแนะนำให้เอาปากกาไปจิ้มตักข้าวซะจะดีกว่าค่ะ จะได้ไม่ต้องเป็นภาระให้วิศวกรเขาต้องมานั่งรื้อแก้ทีหลัง!” เสียงตวาดแหลมสูงของพิมดังทะลุเสียงเครื่องเจาะปูนสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วโซน C ของไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาคนงานนับสิบชีวิตกลับไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดของผู้จัดการโปรเจกต์ หากเป็นร่างสูงโปร่งของสถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่กำลังยืนกอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงจนแทบหยดเป็นน้ำแข็ง ธันวากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบาก รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กยี่ห้อดังเลอะคราบปูนขาวจนหมดราคา ชุดยูนิฟอร์มเนี๊ยบกริบเมื่อเช้าตอนนี้ยับยู่ยี่เพราะการปีนป่ายโครงสร้างเหล็กชั่วคราวตามคำบัญชาของใครบางคน—ไอ้บ้านั่น “คุณพิมคะ กรุณาทำความเข้าใจใหม่ด้วยนะคะว่า แบบแปลนที่ดิฉัน… เอ๊ย ที่ผมออกแบบเนี่ย ผ่านการคำนวณตามหลักวิศวกรรมสากลมาแล้วสามตลบ ถ้าจะมีใครสักคนในที่นี้ที่มีปัญหาเรื่อง ‘มิติสัมพันธ์’ จนอ่านแบบไม่ออก ก็คงไม่ใช่สถาปนิกจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากอังกฤษหรอกค่ะ” ธันวาเน้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตตวัดมองไปยังร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหนุ่มผิวเข้มที่ยืนพิงเสาปูนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เรย์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับวาจาดشเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย หมวกนิรภัยสีเหลืองถูกถอดถือไว้ในมือ เผยให้เห็นเส้นผมหยักศกเล็กน้อยชุ่มเหงื่อที่แนบติดกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่ากำลังพิจารณาร่างบางตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตากวนประสาท ชนิดที่คนโดนมองอยากจะพุ่งเข้าไปประเคนหมัดใส่สักทีสองที “จบออกซ์ฟอร์ดมาซะเปล่า แต่สามัญสำนึกหน้างานติดลบ” เรย์เปิดปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่กังวานจนกลบเสียงรอบข้าง “เสาต้นนี้ที่คุณธันวาผู้สูงส่งสั่งให้ขยับเข้ามาอีกสิบเซนติเมตรเพื่อให้ ‘มุมมองห้องรับแขกมันบาลานซ์’ เนี่ย... รู้ไหมครับว่ามันไปทับแนวท่อระบายหลักของตึกพอดี ถ้าผมทำตามที่คุณสั่ง โครงสร้างชั้นบนทั้งหมดจะกลายเป็นโดมิโนถล่มลงมาทับหัวคนซื้อคอนโดห้องละสิบล้าน... หรือว่าคุณชอบดีไซน์แนวซากปรักหักพังครับ สถาปนิก?” “คุณเรย์!” ธันวาหน้าตื่นแต่ไม่ยอมแพ้ ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัววิศวกรหนุ่มจนปลายจมูกแทบจะชนกัน หากไม่ใช่เพราะหมวกนิรภัยกั้นไว้ “อย่ามาบิดเบือนประเด็นนะ! ท่อพวกนั้นมันขยับหลบได้ ถ้าทีมของคุณไม่ขี้เกียจและวางแผนหน้างานให้ดีกว่านี้!” “อ๋อ ขี้เกียจ?” เรย์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ แต่มันช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหาอีกก้าว บีบให้ธันวาต้องจำใจถอยหลังทีละน้อยจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนโดเย็นเฉียบ “คุณต่างหากที่เอาแต่ก้มหน้ามุดอยู่แต่ในห้องแอร์ ขีดๆ เขียนๆ เส้นสวยงามบนกระดาษโดยไม่เคยลงมาเหยียบดินโคลนจริงๆ สักครั้ง ปากเก่งน่ะเก่งแน่... แต่สมองกับฝ่าเท้าเนี่ย มันทำงานเชื่อมกันบ้างไหมครับคุณธันวา?” บรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นแปลบปะทะ พิมที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับต้องยกมือขึ้นกุมขมับ ถอยร่นออกมาสามก้าวเมื่อเห็นรัศมีอำมหิตแผ่ออกมาจากคนทั้งคู่ สงครามระหว่าง ‘สถาปนิกผู้เย่อหยิ่ง’ กับ ‘วิศวกรผู้ดิบเถื่อน’ ในวันแรกของการลงพื้นที่ กลายเป็นมหกรรมเผาผลาญพลังงานที่รุนแรงยิ่งกว่าแดดเดือนเมษายน ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างบางสั่นเทาด้วยความคับแค้นใจ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาดูถูกฝีมือของเขาขนาดนี้มาก่อนในชีวิต โดยเฉพาะไอ้ผู้ชายผิวแทนหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่เอาแต่ทำตัวเหนือกว่าคนนี้ “ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก ก็เชิญรื้อโครงสร้างแล้วแก้ปัญหาด้วยตัวเองไปเลยค่ะ!” ธันวาเชิดหน้าขึ้น ดวงตาวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย “แต่อย่าหวังเลยว่าฉัน... เอ๊ย ผมจะเซ็นรับรองแบบบ้าๆ ที่คุณแก้เองเออเองเด็ดขาด!” “หึ ไม่ต้องห่วงหรอครับ” เรย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วبرของคนตัวเล็ก กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อของผู้ชายวัยทำงานทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบอย่างไม่สบอารมณ์ “ผมจัดการเองทุกอย่างอยู่แล้ว... เหมือนที่กำลังจะจัดการกับความดื้อรั้นของคุณนี่แหละ” “คุณหมายความ—!” “เกิดเรื่องใหญ่อีกแล้วค่ะคุณธันวา! คุณเรย์!” เสียงตะโกนแหบแห้งของพนักงานฝ่ายประสานงานดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดตรงหน้า ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างเสียไม่ได้ ธันวารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ while เรย์ยืนกอดอกตีสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไรอีก ยัยพิม?” วิศวกรหนุ่มถามห้วนๆ “คือ... คือว่า... ตัวแทนจากบริษัท ‘ค่ายอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่’ ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้ เขา... เขามาตรวจไซต์งานแบบไม่นัดหมายค่ะ! ตอนนี้กำลังเดินมาถึงลิฟต์ขนของโซน C นี้แล้วค่ะ!” ธันวาเบิกตากว้างทันที ภาพลักษณ์เพอร์เฟกต์ที่อุตส่าห์รักษามาพังทลายลงในพริบตา เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองในตอนนี้—เสื้อยับ หัวฟู รองเท้าเลอะปูน และหน้าตาที่เพิ่งผ่านการทะเลาะกับหมาบ้ามาหมาดๆ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินหลักที่เชื่อมต่อกับโซน C เรย์หันไปมองตามเสียงนั้น มุมปากหนากระตุกยิ้มร้ายกาจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูธันวาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังอยากจะตายเสียตรงนั้น “ยินดีต้อนรับสู่สนามรบของจริงครับ... คุณว่าที่ลูกเขยท่านประธาน” ธันวาชะביงค้าง หันขวับไปมองหน้าเรย์ทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นรอยยิ้มของอีกฝ่าย และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้มาเยือนที่เพิ่งก้าวพ้นมุมเสาปูนเข้ามา ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ...เพราะชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบกริบที่กำลังเดินมาพร้อมรอยยิ้มทรงอำนาจนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือ ‘บิดา’ ของเขาเอง โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความปากร้ายแต่ใจคลั่งรักของสองหนุ่มนะคะ หมอกไม้ไผ่ใจฟูทุกครั้งที่ได้อ่านคอมเมนต์จากทุกคนเลยค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับวิศวกรสายคราฟต์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%